เที่ยวไทย-ไปไหนดี

เที่ยวไทย-ไปไหนดี เสนอข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสน?

ทุ่งกังหัน ณ.เทพสถิต สร้างแหล่งท่องเที่ยวให้อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิคึกคักยิ่งขึัน
15/12/2022

ทุ่งกังหัน ณ.เทพสถิต สร้างแหล่งท่องเที่ยวให้อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิคึกคักยิ่งขึัน

ตำบล กรุงชิง    รู้จักตำบลกรุงชิง     ตำบลกรุงชิง เป็นตำบลหนึ่งของกิ่งอำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดตั้งเป็นตำบลโด...
08/05/2022

ตำบล กรุงชิง
รู้จักตำบลกรุงชิง
ตำบลกรุงชิง เป็นตำบลหนึ่งของกิ่งอำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดตั้งเป็นตำบลโดยแบ่งท้องที่จากตำบลนบพิตำ ตามประกาศจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปี พ.ศ. 2538 โดยมี รูปแบบการบริหารเป็นสภาตำบล และยกฐานะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (องค์การบริหารส่วนตำบลกรุงชิง) ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537
ตำบลกรุงชิงตั้งอยู่ในหุบเขา ที่มีภูเขาล้อมรอบ เรียกกันว่า “อ่าวกรุงชิง” ลักษณะพื้นทีเป็นที่ราบสูง สลับกับภูเขาสูง ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาหลวง และอุทยานแห่งชาติเขานัน มีป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารหลายสาย ทำให้ตำบลกรุงชิงเป็นที่รู้จักของผู้คนโดยทั่วไป ชื่อ "กรุงชิง" มาจากคำว่า "ต้นชิง" ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ตระกูลปาล์มชนิดหนึ่งที่มีอยู่มากในเขตนี้ เนื่องจากสภาพพื้นที่ที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ เอื้อประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพของประชาชนในพื้นที่ บุคคลภายนอกต่างยกย่องว่า ตำบลกรุงชิง “มีทรัพย์ในดิน มีสินในน้ำ” และท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและสิ่งแวดล้อม แต่ในส่วนของตำบลกรุงชิงยังคงความหลากหลายของธรรมชาติไว้ได้ จึงปรากฏเห็นวิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยอยู่ท่ามกลางความหลากหลายแห่งธรรมชาติ ภูมิปัญญา และทุน
ที่ตั้ง
ตำบลกรุงชิง ตั้งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอนบพิตำไปทางทิศตะวันตก ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 4186 มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 227,805 ไร่ คิดเป็น 364 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยหมู่บ้า11 หมู่บ้าน ได้แก่

หมู่ที่
ชื่อหมู่บ้าน
1. บ้านนบ
2. บ้านห้วยพาน
3, บ้านพิตำ
4. บ้านเปียน
5. บ้านสวนปราง
6. บ้านปากลง
7. บ้านห้วยตง
8. บ้านทับน้ำเต้า
9. บ้านห้วยแห้ง
10. บ้านสองแพรก
11. บ้านหวายช่อ

อาณาเขต
ตำบลกรุงชิงติดต่อกับพื้นที่ต่าง ๆ ดังนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลคลองสระ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานีและตำบลเขาน้อย อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลนบพิตำ อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช
ทิศใต้ ติดต่อกับ อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ อำเภอนาสาร จังหวัดสุราษฏร์ธานี
ลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศ
พื้นที่ตำบลกรุงชิงเป็นพื้นที่ในหุบเขา มีภูเขาล้อมรอบ ลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบสูงสลับ ภูเขาสูง ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาหลวง และอุทยานแห่งชาติเขานัน มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ ส่งผลให้มีสภาพอากาศเย็นตลอดปี
ด้านวัฒนธรรมประเพณีและการละเล่นพื้นบ้าน
ในพื้นที่ตำบลกรุงชิง ประชาชนมีการอนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีและการละเล่นพื้นบ้านต่าง ๆ
แหล่งท่องเที่ยว
น้ำตกกรุงชิง
น้ำตกกรุงชิง อัญมนีแห่งผืนป่าเขาหลวง น้ำตกกรุงชิง เป็นน้ำตกที่สวยงามและสำคัญของอุทยานแห่งชาติเขาหลวง ท่ามกลางผืนป่าใหญ่จะมีป่าดงดิบหนาแน่น ที่เป็นต้นกำเนิดของคลองกรุงชิง และไหลมารวมบรรจบเป็นน้ำตกกรุงชิงที่มีถึง 7 ชั้นด้วยกัน ชั้นน้ำตกที่สวยที่สุดคือ “หนานฝนแสนห่า” เพราะมีลักษณะความสวยงามอ่อนช้อยและมีขนาดใหญ่ที่สุด
ทะเลหมอกกรุงชิง หรือ จุดชมวิวเขาเหล็ก อยู่ในพื้นที่ของ หมู่ที่ 1 บ้านบางนบ ตำบลกรุงชิง กิ่งอำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช เหมาะอย่างยิ่ง สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติ พร้อมที่จะตื่นไปชมทะเลหมอกตั้งแต่เช้ามืด มองไปตามหุบเขาที่เรียงรายกันอยู่เบื้องหน้าถูกปกคลุมไปด้วย หมอก แต่ทะเลหมอกที่นี่จะแปลกกว่าทางเหนือ คือสามารถชมได้ตลอดทั้งปี หมอกดังกล่าวเกิดจากต้นไม้ที่อุดมสมบูรณ์ แล้วคลาย ก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซต์ออกมาแล้วเกิดเป็นหมอก ในบริเวณใกล้เคียงยังอยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติเขาหลวง และอุทยานแห่งชาติเขานัน จึงทำให้ ทะเลหมอกชิงกรุง หรือ จุดชมวิวเขาเหล็กห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สมบูรณ์ ชิงกรุง ชื่อ มาจากต้นชิง เป็นพืชตระกูลปาร์มที่พบมากในแถบนี้ เขาเหล็ก มาจากเดิมเคยเป็นเหมืองแร่มาก่อน บริเวณจุดชมวิวให้บริการจิบกาแฟยามเช้า พร้อมรับฟังบรรยายประวัติเขาเหล็ก และประวัติพื้นที่กรุงชิง พื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์แห่งการต่อสู้ด้านความคิดการปกครองในพื้นที่ผืนป่ากรุงชิง ถูกปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2517 ต่อมาฝ่ายรัฐบาลสามารถยึดพื้นที่ได้ป่ากรุงชิงคืนในปี 2524 ปัจจุบันยังคงทิ้งร่องรอยประวัติศาสตร์การต่อสู้ เช่น ถ้ำหลบภัย หลุมขวาก สนามบาสเก็ตบอล

อ่างเก็บน้ำกะทูนนครศรีธรรมราชที่อยู่หมู่ 6 พิปูน, นครศรีธรรมราชซ่อนมีทิวทัศน์ของทะเลสาบและขุนเขาที่สวยงาม ได้รับการขนานน...
07/05/2022

อ่างเก็บน้ำกะทูน
นครศรีธรรมราช
ที่อยู่
หมู่ 6 พิปูน, นครศรีธรรมราช
ซ่อน
มีทิวทัศน์ของทะเลสาบและขุนเขาที่สวยงาม ได้รับการขนานนามว่า เป็นสวิสต์เซอร์แลนด์แดนใต้
หนึ่งในโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) ที่พระองค์ทรงเล็งเห็นถึงความทุกข์ยากของชาวบ้าน ซึ่งต้องประสบเหตุการณ์สูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ไปกับอุทกภัยเมื่อปี พ.ศ. 2531 จึงทรงมีพระราชดำริให้กรมชลประทานสร้างอ่างเก็บน้ำขึ้น จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2540 โดยครอบคลุมพื้นที่ 12,500 ไร่ นับว่าเป็นอ่างเก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่มาก และใต้อ่างเก็บน้ำในอดีตก็คือหมู่บ้านกะทูนในอดีตนั่นเอง กิจกรรมไฮไลท์ - ชมวิวทะเลสาบเหนืออ่างเก็บน้ำแห่งนี้มีฉากหลังเป็นขุนเขาที่สวยงาม จนได้รับการขนานนามว่าสวิตเซอร์แลนด์แดนใต้
ประวัติเขื่อนกะทูน
เขื่อนกะทูน เป็นโครงการอ่างเก็บน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ทรงห่วงใยต่อปัญหาและความเสียหายอันเนื่องมาจากการเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2531 ซึ่งเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมและแผ่นดินถล่ม ทำให้เกิดความสูญเสียเป็นจำนวนมาก เสียหายทั้งนาข้าว สวนยางพารา และมีชาวบ้านเสียชีวิตกว่า 200 ราย จึงได้มอบหมายให้กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาสภาพพื้นที่บริเวณบ้านกะทูนเหนือและกะทูนใต้ และพื้นที่เพาะปลูกจำนวนหลายพันไร่สองฝั่งคลองกะทูนที่ได้รับความเสียหาย เพราะทราย กรวด และก้อนหินที่ทับถมมีความหนามาก ยากที่จะฟื้นฟูพื้นที่กลับสู่สภาพที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ดังเดิม หรือตั้งถิ่นฐานอยู่อย่างปลอดภัยต่อไปได้ มาสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ สำหรับบรรเทาปัญหาน้ำท่วมพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำตาปีตอนล่าง ในเขตอำเภอพิปูน และอำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช

วัดท่าซุงทักษิณารามท่าซุงทักษิณาราม ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ต.ไม้ตรา อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีพระครูวินัยธรมะลิวิสุทธิโล เ...
08/01/2022

วัดท่าซุงทักษิณาราม
ท่าซุงทักษิณาราม ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ต.ไม้ตรา อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีพระครูวินัยธรมะลิวิสุทธิโล เป็นเจ้าอาวาส มีค้างคาวแม่ไก่นับแสนตัว มีภาพจิตรกรรมฝาผนังปางต่าง ๆ เช่น ปางนรก,สวรรค์ ธรรมสังเวช และมีศาลาการเปรียญทรงมงกุฎ และกำลังพัฒนาเป็นวัดตัวอย่าง มีคณะทัวร์มาเยี่ยมชมเป็นประจำ

"วัดเขาพระอังคาร"หรือวัดเขาอังคาร  เป็นวัดที่มีวัตถุธรรมความสวยงามของวัดพุทธศิลป์สร้างมานานในยุคที่ขอมเรืองอำนาจความสวยง...
17/12/2021

"วัดเขาพระอังคาร"
หรือวัดเขาอังคาร เป็นวัดที่มีวัตถุธรรมความสวยงามของวัดพุทธศิลป์สร้างมานานในยุคที่ขอมเรืองอำนาจความสวยงามของวัดพุทธศิลป์ผสมศิลป์ขอม แนวเดียวกันกับปราสาทหินเขาพนมรุ้ง ส่วนสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างที่เห็นในวัดปัจจุบัน ส่วนใหญ่สร้างใหม่ทับของเก่า มีโบสถ์ที่ประยุกต์จากสถาปัตยกรรมหลายสมัย ดูสวยงามแปลกตา เป็นวัดที่สวยงามใหญ่โตแห่งหนึ่งของบุรีรัมย์ มีโบสถ์ ศาลา และอาคารต่างๆ
ลักษณะเด่น เป็นวัดที่สร้างเลียนแบบสถาปัตยกรรมสมัยต่างๆ หลายรูปแบบงดงาม แปลกตาและน่าสนใจยิ่ง ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังและเรื่องราวพุทธชาดกเป็นภาษาอังกฤษด้วย บริเวณวัดเป็นปากปล่องภูเขาไฟคาดว่าเคยเป็นที่ตั้งของโบราณสถานสมัยทวารวดีเพราะเสมาหินแกะสลักสมัยดังกล่าวหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก วัตถุธรรมความสวยงามของวัดเขาพระอังคาร ด้านพุทธศิลป์เน้นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สร้างศรัทธาต่อผู้มาเยือน ได้แก่
๑. โบสถ์ 3 ยอด สวยงามแปลกตา แตกต่างจากโบสถ์วัดทั่วไป โบสถ์ทรงแปลก ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ และโบสถ์ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องราวพุทธชาดกเป็นภาษาอังกฤษ
๒. ใบเสมาพันปี ศาสนสถานและโบราณวัตถุอันล้ำค่า มีใบเสมา 8 คู่ ตั้งอยู่ 8 ทิศอย่างองอาจ
๓. พระพิฆเนศงาเดียว
๔. พระพุทธ 109 องค์
๕. พระตำหนักศักดิ์สิทธิ์
๖. เทวรูปเจ้าเมืองขอม
๗. พระปางนาคปรกนอกโบสถ์
๘. รอยพระพุทธบาทจำลอง มีรอยพระพุทธบาทจำลองปรากฏชัด สันนิษฐานว่าโบราณวัตถุเหล่านี้น่าจะสร้างในยุคเดียวกับปราสาทหินพนมรุ้ง หรือมากกว่า 2,000 ปี
๙. พระคันธารราษฎร์
๑๐. พระนอนกลางแจ้ง
๑๑. ปล่องภูเขาไฟ
๑๒. ถ้ำกรรมฐาน
สิ่งที่โดดเด่นคือประติมากรรมการก่อสร้างโบสถ์ ศาลา และอาคาร เลียนแบบสถาปัตยกรรมสมัยต่างๆ หลายรูปแบบและลักษณะเด่นตั้งอบู่บนเขาอังคารเป็นภูเขาไฟที่ดับแล้วอีกลูกหนึ่งในบุรีรัมย์ มีเส้นทางศึกษาเรียนประเด็นใหม่นอกจากประเด็นวัดพุทธศิลป์ สามารถศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการสร้างปราสาท เนื่องจากห่างจากปราสาทพนมรุ้ง 20 กิโลเมตร โดยลงมาจากพนมรุ้ง ถึงบ้านตาเป็กแล้วเลี้ยวซ้ายมาตามทางที่จะไปละหานทรายประมาณ 13 กิโลเมตรแล้วเลี้ยวขวาเข้าทางลูกรังอีกประมาณ 7 กิโลเมตรพบโบราณสถานเก่าแก่ และใบเสมาหินทรายสมัยทวารวดีสำคัญหลายชิ้น
ความเป็นมาของภูเขาพระอังคาร
ภูเขาพระอังคาร เดิมชื่อ ภูเขาลอย เหตุที่เรียกว่าภูเขาพระอังคาร เพราะตามประวัติลายแทงธาตุพนม กล่าวไว้ว่า เมื่อ พ.ศ. 8 ได้มีพญาทั้ง 5 ได้นำพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้าไปบรรจุที่พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม โดยมีพระมหากัสสปะเถระและพระอรหันต์ 500 องค์ เป็นประธาน อีกพวกหนึ่งได้นำพระอังคารธาตุของพระพุทธเจ้ามาประดิษฐานบรรจุไว้บนภูเขาลอย
ตามประวัติว่าตามที่พระพุทธเจ้าเสด็จเข้าสู่ปรินิพพานแล้วที่เมืองกุสินารา หลังจากถวายพระเพลิงพระบรมศพแล้ว โทณพราหมณ์ได้แจกพระธาตุไป 8 พระนครแล้ว อยู่มามีเมือง ๆ หนึ่งไปขอพระธาตุทีหลังเขาพอดีพระธาตุได้แจกไปหมดแล้ว โทณพราห์มจึงเอาทะนานทองตวงเอาธาตุพระอังคาร (ขี้เถ้า) ให้มา เมื่อได้พระอังคารธาตุจึงได้เดินทางกลับมาทางทิศอิสานใต้ พอถึงภูเขาลูกนึงคือภูเขาลอย มีรูปลักษณะสวยงามรูปร่างเหมือนรูปพญาครุฑนอนคว่ำหน้า จึงมีความคิดว่าน่าจะนำพระอังคารธาตุบรรจุไว้ที่แห่งนี้ เมื่อลงความเห็นเป็นอันเดียวกันแล้ว จึงได้สร้างสถานที่บรรจุพระอังคารธาตุไว้ที่ไหล่ข้างซ้ายของพญาครุฑและเปลี่ยนชื่อภูเขาลอยเป็นภูเขาพระอังคาร ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
ที่ตั้ง
วัดเขาพระอังคาร บ้านเจริญสุข ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ เป็นวัดที่สร้าง มานานในยุคที่ขอมเรืองอำนาจแถวนี้ น่าจะสร้างในยุคเดียวกันกับปราสาทหินเขาพนมรุ้ง
ส่วนสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างที่เห็นในวัดปัจจุบัน ส่วนใหญ่สร้างใหม่ทับของเก่า ตัววัดตั้งอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 3 ก.ม. ตั้งอยู่บนยอดเขาพระอังคารซึ่งสูงประมาณ 320 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีโบสถ์ที่ประยุกต์จากสถาปัตยกรรมหลายสมัย ดูสวยงามแปลกตา เป็นวัดที่สวยงามใหญ่โตแห่งหนึ่งของบุรีรัมย์ มีโบสถ์ ศาลา และอาคารต่างๆ
เป็นวัดที่สร้างเลียนแบบสถาปัตยกรรมสมัยต่างๆ หลายรูปแบบงดงาม แปลกตาและน่าสนใจยิ่ง ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังและเรื่องราวพุทธชาดกเป็นภาษาอังกฤษด้วย บริเวณวัดเป็นปากปล่องภูเขาไฟคาดว่าเคยเป็นที่ตั้งของโบราณสถานสมัยทวารวดีเพราะเสมาหินแกะสลักสมัยดังกล่าวหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก
เขาอังคารเป็นภูเขาไฟที่ดับแล้วอีกลูกหนึ่งในบุรีรัมย์ อยู่ในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ห่างจากปราสาทพนมรุ้ง 20 กิโลเมตร โดยลงมาจากพนมรุ้ง ถึงบ้านตาเป็กแล้วเลี้ยวซ้ายมาตามทางที่จะไปละหานทรายประมาณ 13 กิโลเมตรแล้วเลี้ยวขวาเข้าทางลูกรังอีกประมาณ 7 กิโลเมตรพบโบราณสถานเก่าแก่ และใบเสมาหินทรายสมัยทวารวดีสำคัญหลายชิ้น
ลักษณะทั่วไป
ลักษณะทั่วไปภูเขาพระอังคารเขาพระอังคารเป็นประเภทเนินลาวาบซอลท์ปากกรวยภูเขา เกิดจากการประทุของภูเขาไฟ มีปากปล่องใหญ่อยู่ที่เขากระดูก และมีปากปล่องเล็กอีกหลายแห่ง การประทุของภูเขาไฟเกิดขึ้นในยุคควอเทอร์นารีหรือประมาณ 700,000 ปีมาแล้ว ซากภูเขาไฟถ้ามองระยะไกลจะมีลักษณะเป็นเนินเขาแผ่กว้างเป็นแนวยาวเหนือใต้ ถ้ามองจากที่สูงจะเห็นเป็นรูปคล้ายพญาครุฑที่กำลังกระพือปีกหรือคว่ำหน้า หันหัวไปทางทิศใต้มีขุนเขาเขียวขจี คือหมู่บ้าน ถาวร อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ส่วนที่ลำตัวที่ต้นปีกซ้ายคือที่โบราณวัตถุและพระอังคารธาตุของพระพุทธเจ้า มีปีกซ้ายเป็นเนินเขายื่นไปทางทิศตะวันออก คือหมู่บ้านเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ส่วนหางยื่นไปทางทิศเหนือทางบ้านสวายสอ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ภูเขาพระอังคารมียอดสูง 331 เมตร จากระดับน้ำทะเล ปกคลุมพื้นที่ประมาณ 90 ตารางกิโลเมตร



ความสำคัญของภูเขาพระอังคาร

เป็นแหล่งศึกษาด้านธรณีวิทยาเกี่ยวกับภูเขาไฟและมีความสำคัญเกี่ยวกับโบราณคดี ยังมีทรัพยากรหินที่สำคัญ ทรัพยากรป่าไม้หลากหลายพันธุ์ รวมทั้งยังเป็นแหล่งศึกษาเกี่ยวกับวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ศาสนา และวิวัฒนาการในการสร้างศาสนสถานด้วยน้ำมือมนุษย์อย่างแท้จริง ในสมัยโบราณของบรรพบุรุษของชาวอิสานใต้



โบราณสถาน

วัดเขาพระอังคาร ตั้งอยู่บนเขาพระอังคาร บ้านสายบัว หมู่ที่ 14 ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ใช้ทางหลวงหมายเชย 24 ตรงไปจนถึงสามแยกไฟแดงโรงเรียนบ้านตะโก แล้วเลี้ยวขวาไปตามทางหมายเลข 2117 ผ่านบ้านดอนหนองแหน ตรงไปบ้านโคกหัวเสือ จะพบป้อมยามสามแยกโคกกรวด (ตู้ยามราษฎรร่วมใจ) ให้เลี้ยวขวา แล้วตรงไปถึงหมู่บ้านเจริญสุข แล้วเลี้ยวซ้ายผ่านถนนเจริญสุขรวมมิตรเส้นกลางหมู่บ้านไปประมาณ 5 กิโลเมตรก็จะถึงเขาพระอังคาร



ประวัติวัดเขาพระอังคาร

บนวัดเขาพระอังคารมีโบราณวัตถุศักดิ์สิทธิ์ควรแก่การสักการบูชา คือพระอังคารธาตุ รอยพระพุทธบาทจำลอง ใบเสมาศิลาแลง 8 คู่ 8 ทิศ แผ่นเสมาศิลาแลงแกงสลักเป็นรูปต่าง ๆ รูปเสมาธรรมจักรอันเป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนา สร้างเมื่อสมัยใดไม่มีใครทราบ แต่สันนิษฐานว่าสร้างก่อนปราสาทเขาพนมรุ้ง ในสมัยที่ขอมเรืองอำนาจและนับถือศาสนาพราหมณ์ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้พระพุทธศาสนาถูกอิทธิของศาสนาพราหมณ์เขาครอบครอง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ขาดการทำนุบำรุงรักษาจากผู้คนมานับเป็นพัน ๆ ปี

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2471 หลวงพ่อก้อน ยโสธโร วัดโพธาราม บ้านผักหวาน ตำบลถนนหัก อำเภอนางรอง ได้รับสมณศักดิ์เป็นพระครูโสภณธรรมคุต ตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอนางรองได้นำพระภิกษุสามเณรและญาติโยมบ้านผักหวาน มาสร้างศาลาเก็บรอยพระพุทธบาทจำลองเพื่อทำบุญเดือน 6 เป็นประจำทุกปี

พ.ศ. 2494 พระครูโสภณธรรมคุตได้มรณภาพลง โบราณสถานวัตถุก็ขาการทะนุบำรุง จะมีแต่ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง เช่น บ้านเจริญ บ้านหนองสะแก บ้านป่ารังมาทำบุญตักบาตรเพื่อทำพิธีบวงสรวงขอฝนทุกปี

พ.ศ. 2497 หลวงพ่อบุญมา ธมฺมโชโต เจ้าอาวาสวัดเจริญสุข ได้นำญาติโยมบ้านเจริญสุขและญาติโยมบ้านใกล้เคียงมาทำถนนขึ้นไปบนเขาพระอังคาร เพื่อสะดวกในการเดินทางขึ้นไปทำบุญบนเขาพระอังคารในเดือน 10 โดยใช้เกวียนเป็นพาหนะ

พ.ศ. 2500 หลวงพ่อบุญมา ธมฺมโชโต ได้ไปศึกษาปฏิบัติธรรมสมถกัมมัฏฐานและวิปัสนากัมมัฏฐาน ที่วัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ เมื่อกลับมา รับนิมนต์จากผู้ใหญ่และข้าราชการให้ไปจัดสร้างสำนักปฏิบัติธรรมที่วัดเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ก่อนไปหลวงพ่อบุญมาได้ทำนายไว้ว่าตัวท่าน บุญบารมียังน้อย ไม่สามารถจะสร้างเขาพระอังคารให้เจริญรุ่งเรืองได้ ต่อไปจะมีผู้มีบุญบารมีมาสร้างเขาพระอังคารให้เจริญรุ่งเรืองได้ หินก็จะขายได้และจะมีพาหนะยวดยานขึ้นลงมากมาย

หลักจากนั้นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์บนเขาพระอังคารจึงรกร้าง ขาดผู้ดูแลรักษา ปีหนึ่งจะมีเฉพาะชาวบ้านใกล้เคียงขึ้นไปทำบุญตักบาตร ทำพิธีบวงสรวงขอฝนปีละครั้ง

พ.ศ. 2520 พระอาจารย์ปัญญา วุฒิโส จากสำนักถ้ำผาแดง จังหวัดอุดรธานี ได้นั่งปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐาน ได้นิมิตเห็นหลวงปู่วิริยะเมฆซึ่งเป็นผู้สำเร็จอรหันต์ ประทับอยู่บนเขาพระอังคารมาอาราธนาท่านให้ไปทำการก่อสร้างปฏิสังขรณ์ปูชนียวัตถุอันล้ำค่า มีพระอังคารธาตุ ใบเสมาศิลาแลง 8 คู่ 8 ทิศ และรอยพุทธบาทจำลองเพื่อเป็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนา สืบทอดประเพณีของพุทธองค์ให้เจริญรุ่งเรืองให้แล้วเสร็จภายใน 10 ปี

ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2520 พระอาจารย์ปัญญา วุฒิโส ได้เดินธุดงค์มายังเขาพระอังคาร ก็ได้พบเห็นโบราณวัตถุตามที่หลวงปู่วิริยะเมฆนิมิตให้ทุกอย่างจึงได้จัดตั้งสำนักปฏิบัติธรรมเรื่อยมาและมีญาติโยมจากหมู่บ้านใกล้เคียงและต่างจังหวัดมารักษาศีลปฏิบัติธรรมอยู่ประจำเสมอมา

ปัจจุบันเขาพระอังคารได้จัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวโบราณสถานและโบราณวัตถุของจังหวัดบุรีรัมย์อีกแห่งหนึ่งเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชนชาวพุทธและนักเรียนจากโรงเรียน ต่าง ๆ ได้ไปเข้าค่ายพุทธบุตรที่วัดเขาพระอังคาร เป็นที่ท่องเที่ยวของอำเภอเฉลิมพระเกียรติเพราะมี สิ่งก่อสร้างประยุกต์หลายสมัยมารวมกันไว้เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษา

อุโบสถ

มีการออกแบบโดยนำศิลปะและสถาปัตยกรรมยุคสมัยต่างๆ มาผสมกลมกลืนรูปลักษณ์อุโบสถคล้ายปรางสามยอด มียอดเจดีย์แต่ละองค์ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม ลดหลั่นกันไป กึ่งกลางของฐานแต่ละชั้นทำเป็นชั้นทำเป็นซุ้มเรือนแก้วประดับอย่างสวยงามที่น่าสนใจ คือมีพระประธานพระพุทธรูปปางมารวิชัย

โบราณวัตถุเก่าแก่และสิ่งก่อสร้างใหม่

ใบเสมาหินแกะสลักรอบอุโบสถทำจากหินศิลาแลง 8 คู่ 8 ทิศ ขนาดสูง 108 ถึง 210 เซนติเมตร เป็นศิลปะขอมแบบไพรกเม็ง สันนิษฐานว่ามีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 13-14 เกือบทุกหลักสลักเป็นเทวรูปยืนถือดอกบัว แต่งกายตามแบบความนิยมของคนในยุคนั้นคือนุ่งผ้าสั้นมีชายพกด้านขวา เทรูปส่วนใหญ่มีลักษณะไม่สมบูรณ์เพราะถูกขโมยลักลอบสกัดเอาภาพพระพักตร์ออกไป จึงได้ใช้ปูนปั้นพอกซ่อมแซมไว้แต่ก็ยังเหลือใบเสมาที่ค่อนข้างสมบูรณ์ให้ชม ใบเสมาสลักเป็นรูปทิพยบุคคลหรือเทวรูปในพระพุทธศาสนานิกายมหายานประทับยืนบนแท่นสี่เหลี่ยมด้านหลังมีพัดโบก และมีฉัตรอยู่ด้านบน
รอยพระพุทธบาทจำลองไม่ทราบหลักฐานการสร้าง
พระอังคารธาตุเป็นสิ่งที่ควรสักการบูชาได้ประดิษฐานไว้บนอุโบสถ
พระพุทธรูปปางมารวิชัยรอบอุโบสถ 108 องค์
ตำหนักหลวงปูวิริยะเมฆ
พระนอนขนาดใหญ่ 1 องค์
มณฑปประดิษฐานพระพุทธรูป
พระมหากัจจายนะ
ศาลาเจ้าแม่กวนอิม
ศาลาปฏิบัติธรรม

Views: ตำบล สี่เหลี่ยม อำเภอ ประโคนชัย บุรีรัมย์ ประเทศไทย โดย ธรรมะถึงคน ธรรมะถึงใจ

"เจดีย์ศรีพุทธคยา" วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์   วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ เป็นวัดในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กร...
23/11/2021

"เจดีย์ศรีพุทธคยา"
วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์
วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ เป็นวัดในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ ตำบลทำนบ อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ สร้างเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเจ้าอยู่หัว ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา โดยสร้างวัดเป็นรูปเรือหลวงบนยอดเขา ซึ่งสื่อความหมายถึง พาหนะที่จะช่วยให้พ้นห้วงกิเลส มีสิ่งก่อสร้างที่สวยงาม คือ เจดีย์ศรีพุทธคยาที่ตั้งโดดเด่นบนยอดเขา จำลองแบบสถาปัตยกรรมและงานพุทธศิลป์มาจากเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย
ภายในศาสนสถานแห่งนี้ มีสิ่งก่อสร้างที่เป็นมงคลหลายอย่าง เช่น ธุดงคเจดีย์ มณฆปเรือนแก้ว ศาลาเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระพุทธเอกนพรัตน์ พระภควัมบดี) ลานพระธรรมจักร และเจดีย์ศรีพุทธคยา เนื่องจาก เจดีย์ศรีพุทธคยา ตั้งอยู่บนยอดเขา ซึ่งเส้นทางขึ้นไปถึงเจดีย์นั้นค่อนข้างแคบและชันมาก รถไม่สามารถสวนกันได้ ทางวัดจึงไม่อนุญาติให้นำรถส่วนตัวทุกชนิดขึ้นไป ต้องจอดรถไว้บริเวณลานจอดรถตรงโรงทานแล้วใช้บริการรถสองแถวที่ได้จัดเตรียมไว้โดยคิดค่าโดยสารคนละ 40 บาท ไปกลับ หรือจะขึ้นบันไดให้เดินขึ้นไปขึ้นสู่ เจดีย์ศรีพุทธคยาโดยตรง 183 ขั้น ซึ่งในระหว่างทางก็มีจุดให้แวะชมวิวถ่ายภาพหลายจุด
เราเลือกใช้บริการรถสองแถว จุดแรกที่รถสองแถว พาแวะ คือ ลานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงสุด สูงกว่าที่ตั้งของเจดีย์พุทธคยา จุดนี้ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ก็มีความงดงามของพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเจดีย์ ซึ่งภายในประดิษฐานฐาน พระประทานคล้ายกับพรแก้วมรกต และพระพุทธรูปต่างๆ
วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ วัดสวย เรือหลวง แห่ง นครสวรรค์
ที่อยู่ : วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ หมู่ 2 โคกแผ่น ตําบลทํานบ อําเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์
เปิดให้เข้าชม : 08.00-17.00

"วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม" อ.หนองพอกจ.ร้อยเอ็ด   วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม เป็นที่ตั้งของพระมหาเจดีย์ชัยมงค...
21/11/2021

"วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม" อ.หนองพอกจ.ร้อยเอ็ด
วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม เป็นที่ตั้งของพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ที่มีความงดงามตระการตามากที่สุดองค์หนึ่งของประเทศไทย
องค์เจดีย์ออกแบบโดยกรมศิลปากร ผสมผสานศิลปกรรมร่วมสมัยระหว่างภาคกลางและภาคอีสาน ตกแต่งลวดลายตระการตาด้วยสีทองอร่าม มีความกว้างxยาวxสูง 101 เมตร และมียอดทองคำที่มีน้ำหนักถึง 60 กิโลกรัม
นอกจากนี้ภายในเจดีย์ 6 ชั้น ยังตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา มีทั้งพิพิธภัณฑ์วิปัสสนากรรมฐานของหลวงปู่ศรี รูปเหมือนของพระเกจิอาจารย์ 101 องค์ รวมทั้งพระบรมสารีริกธาตุที่ชั้นบนสุด ให้ประชาชนได้มาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล
ที่ตั้ง : ต.ผาน้ำย้อย อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด
เวลาเปิด-ปิด : 06:00-17:00 น. ทุกวัน
โทร. : 084 953 9147

"น้ำตกวังก้านเหลือง"     โอเอซิสแห่งลพบุรี จากสระน้ำผุดธรรมชาติน้ำตกวังก้านเหลือง ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลท่าดินดำ จังหวัด...
11/11/2021

"น้ำตกวังก้านเหลือง"
โอเอซิสแห่งลพบุรี จากสระน้ำผุดธรรมชาติ
น้ำตกวังก้านเหลือง ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลท่าดินดำ จังหวัดลพบุรี มีต้นกำเนิดที่แปลก เพราะแทนที่จะมีต้นน้ำอยู่บนภูเขาสูง กลับมีต้นน้ำเกิดจากตาน้ำใต้ดินขนาดใหญ่จำนวนหลายจุด ผุดขึ้นมาจากลำห้วยมะกอก ไหลคดเคี้ยวเป็นระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร มารวมกันบริเวณสันหินปูน กลายเป็นน้ำตก ที่แผ่กว้างประมาณ 20 เมตร และจะไหลเลาะไปตามที่ลาด ปะทะกับหินผาเป็นชั้น ๆ นับ 10 ชั้น ก่อนไหลไปบรรจบกับแม่น้ำป่าสัก
ด้วยจุดกำเนิดจากแหล่งน้ำผุดทางธรรมชาติ ทำให้น้ำตกวังก้านเหลืองมีน้ำให้เล่นตลอดปี และน้ำใสแจ๋ว มีสีฟ้าเขียวใสเหมือนมรกต น่าเล่นมากๆ อีกทั้งยังมีต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นปกคลุมบริเวณโดยรอบ ทำให้บรรยากาศร่มรื่น เหมาะกับการมานั่งปิคนิคและพักผ่อนหย่อนใจ
การเดินทาง
จากตัวเมืองลพบุรี ใช้เส้นทางสายลพบุรี–โคกสำโรง (ทางหลวงหมายเลข 1) –ชัยบาดาล (ทางหลวงหมายเลข 205) ถึงบริเวณที่บรรจบกับทางหลวงหมายเลข 21 แล้วต่อเข้าทางหลวงหมายเลข 2089 ไปอำเภอท่าหลวงประมาณ 12 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าตัวน้ำตก อีกประมาณ 7 กิโลเมตร

"เขื่อนป่าสักชลสิทธิ"   เนื่องจากปัญหาการเกิดน้ำท่วมในบริเวณลุ่มแม่น้ำป่าสักในฤดูน้ำหลากและขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูร้อน อันเก...
06/11/2021

"เขื่อนป่าสักชลสิทธิ"
เนื่องจากปัญหาการเกิดน้ำท่วมในบริเวณลุ่มแม่น้ำป่าสักในฤดูน้ำหลากและขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูร้อน อันเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจึงพระราชทานพระราชดำริให้กรมชลประทานศึกษาความเหมาะสมถึงการสร้างเขื่อนเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2532 ซึ่งสามารถแก้ปัญหาได้ทั้งบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง และบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอีกด้วย จนกระทั่งวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2537 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้เปิดโครงการก่อสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำแม่น้ำป่าสัก ภายหลังการศึกษาความเหมาะสม และผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมแล้ว
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ใช้เวลาดำเนินการก่อสร้างกว่า 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2537 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2542 และทำพิธีปฐมฤกษ์กักเก็บน้ำเขื่อนในวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2541 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีเสด็จมาเป็นองค์ประธาน และในวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2541 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานนามเขื่อนแห่งนี้ว่า "เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์" อันหมายถึง "เขื่อนแม่น้ำป่าสักที่เก็บกักน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรงทำพิธีเปิดเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ในวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
ชื่อทางการ
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
ที่ตั้ง
ตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี และ
ตำบลคำพราน อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี
เริ่มต้นการก่อสร้าง
2 ธันวาคม พ.ศ. 2537
วันที่เปิด
25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542
งบประมาณ
23,336 ล้านบาท
โครงสร้างและทางน้ำล้น
ความสูง
301.50 เมตร
ความยาว
4,860 เมตร
ความกว้าง (ที่ฐาน)
187.40 เมตร
กั้น
แม่น้ำป่าสัก
ความจุ756 ล้านลูกบาศก์เมตร
สถานที่ท่องเที่ยว
นอกจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จะทำการกักเก็บน้ำแล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดลพบุรี ซึ่งทางด้านสถานที่ท่องเที่ยวในบริเวณเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีหลากหลายสถานที่ ดังนี้
อาคารอเนกประสงค์ริมอ่างเก็บน้ำ มีสถานที่ปล่อยปลา และ จุดนั่งชมวิวริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
หอคอยเฉลิมพระเกียรติ พิพิธภัณฑ์ฯ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
สันเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ซึ่งมีบริการรถลากจูง ชมสันเขื่อนฯ ไป - กลับความยาว 9,720 เมตร
พระพุทธรัตนมณีมหาบพิตรชลสิทธิ์มงคลชัย (หลวงปู่ใหญ่ป่าสัก) อยู่บริเวณท้ายเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
ที่หยุดรถไฟเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
หยุดรถไฟเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ (อังกฤษ: Pa Sak Jolasid Dam) เป็นที่หยุดรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี อยู่ในเขตทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยที่หยุดรถนี้จะมีรถไฟสายพิเศษเพื่อการท่องเที่ยว คือ สายกรุงเทพ-เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เปิดให้บริการในช่วงเทศกาลการท่องเที่ยว ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคมของทุกปี
ประวัติ
สืบเนื่องจากการก่อสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในเส้นทางรถไฟช่วงสถานีรถไฟแก่งเสือเต้นถึงสถานีรถไฟสุรนารายณ์ (เดิม) ซึ่งเส้นทางรถไฟตั้งอยู่ต่ำกว่าระดับการกักเก็บน้ำของเขื่อน ทำให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ต้องย้ายเส้นทางรถไฟที่จะถูกน้ำท่วมให้ทันกับการสร้างเขื่อน พร้อมทั้งสร้างที่หยุดรถไฟบริเวณดังกล่าวเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งนั้นได้เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2540 ใช้เวลา 14 เดือน แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2541 ทางรถไฟที่ย้ายมาสร้างใหม่จะอยู่ติดกับอ่างเก็บน้ำเป็นระยะทางรวม 24 กิโลเมตร เมื่อสร้างเสร็จแล้วได้เริ่มมีการเดินรถผ่านเส้นทางดังกล่าว ซึ่งจะเห็นขบวนรถวิ่งบนสันเขื่อนลัดเลาะไปข้างๆ อ่างเก็บน้ำ มองดูเหมือนขบวนรถวิ่งไปบนผิวน้ำ จนชาวบ้านเรียกกันว่า รถไฟลอยน้ำตลอด 2 ข้างทางจะได้ชมทัศนียภาพข้างทางรถไฟอันงดงาม
เส้นทางรถไฟก่อนถึงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ก่อนถึงสถานีรถไฟหินซ้อน จะผ่านไร่ดอกทานตะวันบานสะพรั่งตลอดเส้นทางรถไฟสวยงามมาก ว่ากันว่าเป็นไร่ดอกทานตะวันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้จัดขบวนรถพิเศษนำเที่ยวชมความงามของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในช่วงฤดูหนาวทุกปี ขบวนรถออกจากกรุงเทพ 06.40 น. ถึงกรุงเทพ 17.45 น.
นอกจากนี้ยังมีแหล่งเที่ยวไกล้เคียงเช่นทุ่งทานตะวัน
ไร่องุ่นฯ

"เขาพะเนินทุ่ง” ดินแห่งธรรมชาติและสายหมอก    เขาพะเนินทุ่ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวชมทะเลหมอกยอ...
01/11/2021

"เขาพะเนินทุ่ง”
ดินแห่งธรรมชาติและสายหมอก
เขาพะเนินทุ่ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวชมทะเลหมอกยอดนิยมใกล้กรุงเทพฯ เนื่องจากเป็นจุดชมวิวบนภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ1,207 เมตร ที่รายล้อมไปด้วยความอุุดมสมบูรณ์ธรรมชาติของผืนป่าและภูเขา เหมาะแก่การมาพักผ่อนกางเต็นท์แค้มปิ้งแบบ 2 วัน 1 คืน เพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นกับทะเลหมอกในยามเช้าที่สวยงามได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว ส่วนยามค่ำคืนเหมาะแก่นอนชมดาวพร้อมสัมผัสอากาศที่หนาวเย็น นอกจากชมวิวแล้ว ระหว่างทางขึ้นยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่น่าสนใจ เช่น เส้นทางชมผีเสื้อกว่า 200 สายพันธุ์ (บริเวณบ้านกร่าง) เส้นทางเดินไปยังน้ำตกทอทิพย์ (เลยจุดชมวิว กม.36 ประมาณ 500 เมตร)
เขาพะเนินทุ่ง ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 50 กิโลเมตร โดยเส้นทางขึ้นช่วงแรก ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยางยาวจนไปถึงแค้มป์บ้านกร่าง ที่เป็นจุดพัก โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆรองรับนักท่องเที่ยว เช่น ห้องน้ำ ร้านค้าร้านอาหารสวัสดิการ พื้นที่กางเต็นท์ อื่นๆ นอกจากนี้ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ชมนก ชมผีเสื้อทีมีมากกว่า 200 สายพันธุ์ และที่ท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้ๆหลายที่ เช่น น้ำตกปราณบุรี น้ำตกแม่สะเลียง น้ำตกผาน้ำหยด ถ้ำเขาปะการัง
ส่วนทางขึ้นช่วงที่สอง ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นถนนดินลูกรังที่รถเก๊งไม่สามารถขึ้นได้ จำเป็นต้องใช้รถยกสูงที่มีกำลังเครื่องแรงพอสมควร หากไม่ได้นำรถมาหรือรถไม่เหมาะสมสามารถติดต่อเช่าได้ที่ทำการอุทยาทฯ กับ แค้มป์บ้านกร่าง เมื่อมาถึงด้านบนจะเป็นลานหญ้ากว้างสำหรับกางเต็นท์ มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆพอสมควร เช่น ลาดจอนรถ ห้องอาบน้ำ ห้องสุขา ร้านค้าสวัสดิการ ไฟฟ้าแบบโซล่าเซลล์เปิด-ปิดเป็นเวลา อื่นๆ ส่วนจุดชมสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกในยามเช้า และเมื่อหมอกเริ่มสลายตัวจะเห็นความสวยงามของผืนป่าดงดิบเบื้องล่างที่รายรอมไปด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อนกว้างไกลสุดตา โดยจุดชมวิวมีอยู่ 2 จุด คือ
จุดที่ 1 จุดชมวิวเขาพะเนินทุ่ง หรือ กิโลเมตรที่ 30 อยู่ใกล้กับจุดกางเต็นท์ ต้องเดินเข้าไปประมาณ 200 เมตร เป็นจุดชมวิวที่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 900 เมตร
จุดที่ 2 บนยอดเขาพะเนินทุ่ง หรือ กิโลเมตรที่ 36 อยู่ห่างจากจุดกางเต็นท์ 6 กิโลเมตร ต้องขับรถขึ้นไป เป็นจุดชมวิวที่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,207 เมตร (สามารถชมทะเลหมอกได้ใกล้ชิดมากขึ้น)
แนะนำ
- ก่อนขึ้นเขาพะเนินทุ่งต้องขอใบอนุญาตผ่านทางที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
- เวลาขึ้น - ลง เขาพะเนินทุ่ง ขาขึ้นจากบ้านร่างมี 2 รอบ ได้แก่ เวลา 05.30 - 07.30 น. และเวลา 13.00 - 15.00 น. ขาลงจากพะเนินทุ่งมี 2 รอบ ได้แก่เวลา 09.00 - 10.00 น. และเวลา 16.00 - 17.00 น. เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ จากรถที่วิ่งสวนกัน
- หากไม่ได้ค้างคืนบนเขาพะเนินทุ่ง สามารถขับรถหรือเช่ารถขึ้นไปชมทะเลหมอกได้ตอนเวลา 05.30 ซึ่งเป็นขาขึ้นรอบแรก แต่จะไม่ทันได้ดูพระอาทิตย์ขึ้น เนื่องจากต้องใช้เวลาเดินจากที่ทำการอุยานฯ - บนเขาพะเนินทุ่งประมาณ 2 ชั่วโมง หรือจากบ้านกร่าง - บนเขาพะเนินทุ่ง จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
- บริเวณบ้านกร่าง มีจุดชมผีเสื้อ 3 จุด และอยู่ใกล้ที่ท่องเที่ยวไม่ไกลมากนัก เช่น น้ำตกปราณบุรี น้ำตกแม่สะเลียง ถ้ำเขาปะการัง
- จากจุดชมวิว กม.36 ขับไปอีก 500 เมตร จะมีลานจอดรถและเส้นทางเดินเท้าระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร เข้าไปยังน้ำตกน้ำตกทอทิพย์
เปิดเข้าชม : บริเวณบ้านกร่างและเขาพะเนินทุ่ง จะปิดไม่ให้เข้า ช่วงวันที่ 1 สิงหาคม - 31 ตุลาคม ของทุกปี เนื่องจากเป็นฤดูฝน ที่อาจทำให้เกิดอัตรายจากการเดินทาง (ก่อนไปควรโทร 032772311 หรือ เพจอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน )
ค่าเช้าชม
- คนไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท/คน เด็ก 40 บาท/คน
- ต่างชาติ 300 บาท/คน เด็ก 200 บาท/คน
- ค่าจอดรถเก๋ง 30 บาท/คัน
- ค่าจอดรถตู้ 50 บาท/คัน
สิ่งอำนวยความสะดวก : พื้นที่กางเต้นท์ ห้องน้ำ ห้องสุขา ร้านค้าสวัสดิการ ร้านอาหารตามสั่ง เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย บริการรถเช่าพร้อมคนขับ อื่นๆ
กิจกรรมท่องเที่ยว : ชมทะเลหมอก ชมพระอาทิตย์ขึ้น-ตก นอนดูดาว กางเต็นท์แค้มปิ้ง อื่นๆ
ฤดูท่องเที่ยว : ช่วงปลายฝนกับฤดูหนาว เป็นที่นิยมของนักเที่ยวที่ต้องการชมทะเลหมอกและสัมผัสอากาศหนาว (ปิดไม่ให้เข้า ช่วงวันที่ 1 สิงหาคม - 31 ตุลาคม ของทุกปี)
ที่เที่ยวในอุทยานแห่งชาตแก่งกระจาน : น้ำตกทอทิพย์ 10 กม., บ้านกร่างแคมป์ ห่าง 15 กม., อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน 43 กม. ที่ทำการอุทยานฯ 50 กม., โป่งลึก-บางกลอย ห่าง 74 กม., น้ำตกป่าละอู 111 กม.
การเดินทาง
รถส่วนตัว
- จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 มุ่งหน้าอำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี แล้วใช้ทางออกสู่ทางหลวงหมายเลข 3349 เมื่อถึงบ้านท่าตะคร้อ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมาเลข 3510 ขับจนไปถึงเส้นทางระหว่างอำเภอท่ายาง - อำเภอแก่งกระจาน ให้เลี้ยวขวา เดินทางต่อไปจนผ่านที่ทำการอำเภอแก่งกระจาน เข้าสู่บริเวณเขตเขื่อนแก่งกระจานเลียบตามถนนลาดยางขอบอ่าง จากตัวเขื่อนอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 50 กม. มีป้ายบอกทางชัดเจน
หมายเหตุ : ทางขึ้นเขาเป็นเส้นทางที่โหด ควรเป็นรถที่ยกสูงและมีกำลังเครื่องพอสมควร หากรถเก๋งจะสามารถขับไปถึงบริเวณบ้านกร่างที่เป็นทางลาดยางเท่านั้น
รถตู้
- ขึ้นที่อนุเสาวรีย์ฯ บริเวณห้างเซ็นจูรี่ สายกรุงเทพฯ - แก่งกระจาน ราคา 200 บาท/คน
- ขึ้นที่สายใต้ บริเวณ ป.กุ้งเผาปิ่นเกล้า สายใต้ - แก่งกระจาน ราคา 200 บาท/คน
รถไฟ
- ขึ้นสถานีรถไฟหัวลำโพง ไปลงที่สถานีชะอำ และต่อรถตู้ที่ BigC เพชรบุรี ไปลงแก่งกระจาน 120 บาท/คน
หมายเหตุ :
- สามารถติดต่อเจ้าหน้าเพื่อเช่ารถพร้อมคนขับขึ้นไปส่งพะเนินทุ่งได้ที่ทำการอุทยานฯ หน่วยเขาสามยอด และบ้านกร่างแคมป์ ราคาไป-กลับ 1600 บาท/คัน/ไม่เกิน10คน ราคาค้างคืน 2000 บาท/คัน
- หากมาไม่กี่คน สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อหารเฉลี่ยกับนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นได้
- โทรสอบถามศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานฯ โทร. 032-772311
พื้นที่กางเต็นท์ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
- อุทยานแก่งกระจาน ริมเขื่อนแก่งกระจาน ราคา 60/หลัง/คืน (น้ำเต็นท์มาเอง)
- จุดกางเต้นท์บ้านกร่างแคมป์ อยู่บริเวณทางไปพะเนินทุ่ง ห่างประมาณ 35km ราคา 60/หลัง/คืน (น้ำเต็นท์มาเอง)
- บนเขาพะเนินทุ่ง ราคา 60/หลัง/คืน (น้ำเต็นท์มาเอง)
หมายเหตุ : ที่ทำการอุทยานแก่งกระจาน มีบริการเต็นท์เช่า ราคา 120 บาท/หลัง/2คน และ ราคา 250 บาท/หลัง/3คน (ไม่รวมที่นอน)
บ้านพัก
- ในอุทยานแก่งกระจาน บริเวณริมอ่างเก็บน้ำ ห่างจากที่ทำการ 1.5 กม. มีประมาณ 10 หลัง ราคา 1,500 - 3,000 บาท/คืน (ราคาตามขนาดที่พัก) จองได้ที่ เว็ปสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือโทร 0 2562 0760-2 โทร 0 3245 9293 (ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว) โทรสาร 0 2579 5269
- โอโย 1080 กัณญาภา รีสอร์ท แก่งกระจาน ห่าง 270 เมตร ราคา 1,191-2,875 บาท/คืน
- บ้านเดี่ยว 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำส่วนตัว ขนาด 1600 ตร.ม. ห่าง 1.7 กม. ราคา 2,150 บาท/คืน
- ริมแก่ง รีสอร์ท ห่าง 1.7 กม. ราคา 2,860-3,149 บาท/คืน
ข้อมูลจาก : สำนักอุทยานแห่งชาติ , กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา , เพจอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

"เขาเหมน"   เขาเหมนเป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกเพี้ยนจากคำว่า “เขาพระสุเมรุ” ชื่อนี้มีประวัติยาวนานมาแต่ครั้ง พวกอินเดียได้หน...
25/10/2021

"เขาเหมน"
เขาเหมนเป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกเพี้ยนจากคำว่า “เขาพระสุเมรุ” ชื่อนี้มีประวัติยาวนานมาแต่ครั้ง พวกอินเดียได้หนีภัยอิสลามมาขึ้นฝั่งที่พงตึก(พังงา) แล้วย้ายถิ่นมาตั้งที่เมืองขวาง (ปัจจุบันคือเวียงสระ) หลังจากนั้นก็ย้ายอีกทีมาตั้งเมืองชั่วคราวที่เขาดินสอ เชิงเขาเหมน ผู้ให้ชื่อเขาพระสุเมรุคือมหาพราหมณ์อุตตมะ แห่งเมืองขวาง
ข้อมูลทั่วไป
ยอดเขาเหมน ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลนาบอน อำเภอนาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช สภาพป่าโดยทั่วไป เป็นป่าดงดิบเขา ต้นไม้ในป่ามีลักษณะเตี้ย ชั้นเรือนยอดส่วนใหญ่ค่อนข้างอยู่ในระดับเดียวกัน ความสูงประมาณ 3 - 5 เมตร บริเวณกิ่งก้านและลำต้นมี มอส เฟิร์น รวมทั้งพืชอิงอาศัยหลายชนิดขึ้นอย่างหนาแน่นส่วนใหญ่เป็นพืชวงศ์ก่อ แดงเขา ทะโล้ โกงกางเขา โคลงเคลง บิโกเนีย และที่สำคัญคือ บัวแฉกใหญ่ และพืชในตระกูล ขิง – ข่า นอกจากนี้ยังมีกล้วยไม้ป่าชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะกล้วยไม้รองเท้านารีพันธุ์คางกบใต้ ซึ่งเป็นกล้วยไม้ประจำถิ่นด้วย
ลักษณะเด่น เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง สูงประมาณ 1,307 เมตร จากระดับน้ำทะเล ปานกลาง อากาศหนาวเย็น ลมพัดแรงและมีเมฆปกคลุมเกือบทั้งปี จุดชมทิวทัศน์ยอดเขาเหมนจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้โดยรอบ สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ ขึ้นและพระอาทิตย์ตก จะมองเห็นที่ตั้งของชุมชน อำเภอนาบอน อำเภอทุ่งสง อำเภอช้างกลาง และอำเภอลานสกาได้อย่างชัดเจน
การเดินทาง การเดินทางขึ้นยอดเขาเหมน ใช้การเดินเท้าในเส้นทางที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกโยงกำหนดไว้เพียง เส้นเดียว มีจุดเริ่มต้น 2 แห่ง คือ
จากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ตย.1 (น้ำตกคลองจัง) เดินเท้าผ่านเนิน 499 ถึงยอดเขาเหมน ระยะทางประมาณ 4,444 เมตร หรือว่าจ้างให้รถไปส่งที่เนิน 499 แล้วเริ่มเท้าจากเนิน 499 ถึงยอดเขาเหมน ระยะทาง 2,878 เมตร
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
อุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง
โทรศัพท์ : 0 7580 9277
อีเมล : [email protected]

ที่อยู่

Nonthaburi

เบอร์โทรศัพท์

+66816259637

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เที่ยวไทย-ไปไหนดีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง เที่ยวไทย-ไปไหนดี:

แชร์