TIEW PAI TOUR เที่ยวไปทั่วมั่วทั้งทริป �

น่าร้ากมาก 👍🏻✨💘
24/08/2019

น่าร้ากมาก 👍🏻✨💘

เก๋มากเลย 🌎✨
24/08/2019

เก๋มากเลย 🌎✨

ดีต่อโลก ดีต่อใจ เฟร้นช์ฟรายส์ห่อใบไม้ หอมกลรุ่นเลยทีเดียว!

สายมันฝรั่งทอดถูกใจสิ่งนี้! ภาชนะเฟรนช์ฟรายส์หรืออาหารต่างๆในปัจจุบันสร้างขยะมหาศาล แม้ภาชนะกระดาษหลายแบบมีการเคลือบพลาสติกอีกด้วย!

ภาพเฟรนช์ฟรายส์ห่อใบไม้นี้มาจากเมือง Botanes ประเทศ Phillipines

ถือเป็นไอเดียที่น่ารักเพิ่มความน่าทานของอาหารอย่างมาก และยังเป็นการเปลี่ยนมาใช้ภาชนะที่เป็นมิตรแวดล้อม ไม่สร้างขยะอีกด้วย

How cool is this natural packaging!

Sweet potato fries in Batanes, Phillipines

via B-Alternative

น่ารักมาก 👍🏻
24/08/2019

น่ารักมาก 👍🏻

เปลี่ยนโลกได้ง่ายๆเพียงเราใส่ใจ! พลาสติกห่อเค้กหลบไป! คาเฟ่ระยองเปลี่ยนใช้ "ใบตองห่อเค้ก!"
ช่วยลดขยะพลาสติกทีละนิด จิตแจ่มใส!

เมื่อวานนี้ร้าน Rabbit Mafia เค้กโฮมเมด กาแฟสด ระยอง ได้โพสต์เรื่องราวน่ารักๆ เกี่ยวกับการเปลี่ยนใช้วัสดุธรรมชาติอย่างใบตองแทนการใช้พลาสติกในการห่อเค้ก โดยมีข้อความดังนี้

"💚🍰 กำลังทยอยค่อยๆปรับจากการใช้พลาสติกห่อพันเค้ก เป็นใบตองเอามาห่มเค้กให้แทน ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยลดขยะพลาสติกบางส่วนที่เราเห็นว่า เราพอจะช่วยได้ ใช้ยากกว่า ต้องเตรียมใบตองใบผึ่งแดด ต้องทำความสะอาดใบตอง ต้องนำใบตองมาตัดให้พอดีตามขนาดที่จะใช้ วุ่นวายขึ้นหน่อย แต่เราก็ดีใจที่ได้เริ่มทำ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
🚩พิกัดร้าน Rabbit Mafia Cake & Coffee
3138 ตำบล หนองบัว อำเภอบ้านค่าย ระยอง 21120
084 216 6625
📌เปิดทุกวัน 7.00-16.00
📌อยู่ในร้านเดียวกับร้านพรชัยลูกชิ้นปลาสาขา 2

https://goo.gl/maps/2sHNzusGFkr @ Rabbit Mafia Cake and Coffee."

ถือเป็นเรื่องน่ารักๆที่เกิดขึ้นเป็นแบบอย่างที่ดีและได้สร้างมาตรฐานใหม่ในการมีส่วนร่วมของร้านค้าในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม

เรื่องแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมทำได้ไม่ยาก เพียงเราใช้ความใส่ใจ เหนือความสะดวกสบาย

ใครผ่านมาผ่านไป ยังไงอุดหนุนร้านด้วยน้า สุดยอดมาก

ที่มา https://m.facebook.com/Rabbit-Mafia-%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%AE%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%94-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9F%E0%B8%AA%E0%B8%94-%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%87-143855678987826/

รักเรารัก(ษ์)โลก
23/08/2019

รักเรารัก(ษ์)โลก

ในขณะที่โลกของเรากำลังเผชิญกับปัญหาขยะพลาสติก ซึ่งส่งผลกระทบต่อเป็นทอดๆ สู่ธรรมชาติ สัตว์ และเรา หลายๆ พื้นที่และประเทศในโลกก็เริ่มมีมาตรการต่างๆ มาควบคุมแล้ว

ล่าสุดทางประเทศเนปาลซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของยอดเขา Everest ที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกจากระดับน้ำทะเล ได้สั่งแบนการนำ "พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง" เข้ามาในบริเวณรอบๆ ยอดเขาแห่งนี้แล้ว

เนื่องจากว่ายอดเขาชื่อดังอย่าง Everest นั้นมีนักท่องเที่ยว นักปีนเขาเดินทางมาท้าทายขีดจำกัดของตนเองจำนวนมาก ทำให้มีขยะพลาสติกถูกทิ้งและทับถมจมในหิมะจำนวนมาก

โดยข้อห้ามนี้จะมีผลบังคับใช้ราวเดือนมกราคม 2020 คือห้ามนักปีนเขานำพลาสติกใช้แล้วทิ้งเข้ามา รวมไปถึงร้านค้าในบริเวณนั้นก็ห้ามนำมาขายให้นักท่องเที่ยวเช่นกัน

ไม่เพียงแค่ในบริเวณยอดเขาเท่านั้น แต่รวมไปถึงทุกพื้นที่ในภูมิภาค Khumbu ซึ่งเป็นที่ตั้งของยอดเขา Everest อีกด้วย โดยมีเป้าหมายเพื่อลดจำนวนขยะพลาสติก ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของภูมิภาคนั่นเอง

เรียบเรียงโดย #เหมียวม่วง

ที่มา

-https://edition.cnn.com/2019/08/22/asia/nepal-mount-everest-plastics-intl-hnk-trnds/index.html

-https://thehill.com/policy/energy-environment/458400-nepal-banning-single-use-plastics-in-everest-region-to-counter

ร่วมด้วยช่วยกันนะ
23/08/2019

ร่วมด้วยช่วยกันนะ

ซานฟรานซิสโกชูสนามบินไร้ขยะ! ห้ามขายน้ำขวดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ให้หันใช้วัสดุเป็นมิตร หรือใช้ซ้ำได้แทน | เพื่อลดปัญหาขยะล้น มีผลบังคับใช้ทันที!

ท่าอากาศยานนานาชาติซานฟรานซิสโก (SFO) ประกาศอย่างเป็นทางการว่านับตั้งแต่ 20 ส.ค. ที่ผ่านมาห้ามร้านค้าทุกแห่งภายในท่าอากาศยานขายน้ำดื่มบรรจุขวดพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง

โดยระบุว่าปีที่ผ่านมาในสนามบินมีการขายน้ำดื่มบรรจุขวดพลาสติกราว 4 ล้านขวด และส่วนมากไม่ได้ถูกนำกลับมาใช้ใหม่ “ทุกๆ วันจะมีน้ำดื่มบรรจุขวดขายออกไปเฉลี่ยวันละ 9,000 ขวด และเราต้องการทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น”

ร้านค้าต่างๆจึงเริ่มหันมาใช้ภาชนะที่ใช้ซ้ำได้อย่างแก้ว หรืออลูมิเนียม

ท่าอากาศยานนานาชาติซานฟรานซิสโกได้ดำเนินแผนลดขยะพลาสติกใช้แล้วทิ้ง ด้วยการเปลี่ยนไปใช้วัสดุชนิดอื่นๆ ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ย่อยสลายได้ หรือรีไซเคิลได้ ตามร้านขายอาหารทั้งหมดในท่าอากาศยาน โดยมีเป้าหมายจะเป็นท่าอากาศยานแห่งแรกในสหรัฐอเมริกาที่มีขยะเป็นศูนย์ (zero-waste) ภายในปี 2021

โดยนักเดินทางจะไม่สามารถซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดเล็กจากร้านค้า คาเฟ่ เลานจ์ ร้านค้า หรือตู้กดอัตโนมัติภายในท่าอากาศยานซานฟรานซิสโกได้อีกต่อไป

อย่างไรก็ตามภายในสนามบินยังมีข้อยกเว้น และยังอนุญาตให้จำหน่ายขวดน้ำดื่มขนาดใหญ่ และน้ำอัดลมต่างๆ

ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างการริเริ่มของมาตรการที่ใส่ใจให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและปัญหาขยะ ที่เป็นอีกก้าวใหญ่ของโลกในการใช้มาตรการลดขยะเลยก็ว่าได้

ใครจะไปเที่ยวหรือเดินทางก็วางแผนพกพาภาชนะของตัวเอง ช่วยลดขยะกันด้วยนะ ในสนามบินแทบทุกแห่งจะมีตู้กดน้ำหมดแล้ว

ที่มา
https://www.sanook.com/news/7872666/

https://edition.cnn.com/travel/article/sf-airport-water-bottle-ban-trnd/index.html

https://www.voicetv.co.th/read/QFAeJ8tYU

https://www.vox.com/the-goods/2019/8/21/20827139/sfo-plastic-water-bottle-ban

23/08/2019

แอมะซอน ปอดชิ้นใหญ่ของโลกกำลังมอดไหม้
หน้าฟีดข่าวบนโซเชียลในช่วงนี้ เต็มไปด้วยเสียงคร่ำครวญของธรรมชาติ ผืนป่าแอมะซอนที่ถูกไฟไหม้ป่าอยู่ในขณะนี้ กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ติดเทรนด์อันดับหนึ่งในทวิตเตอร์โดยมีแฮชแท็ก และ
แอมะซอนเกิดไฟไหม้ป่ารุนแรงต่อเนื่องกว่า 3 สัปดาห์ สถาบันวิจัยอวกาศแห่งชาติของบราซิล เปิดเผยข้อมูลสำรวจจากดาวเทียมพบว่า ในช่วงเดือน ม.ค. - ส.ค. ที่ผ่านมา เกิดไฟไหม้ป่ามากกว่า 72,843 จุด ซึ่งมากขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 83% นับว่ารุนแรงที่สุดในรอบ 5 ปี ขณะนี้ไฟป่ายังคงลุกลามเป็นวงกว้าง และไม่มีท่าทีจะดับลง กลุ่มควันจากไฟป่าหนาจนสามารถมองเห็นได้จากนอกโลก
เหตุผลที่คนทั่วโลกควรจะตื่นตัวในเหตุการณ์นี้ เพราะแอมะซอนเป็นป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์และกว้างใหญ่ที่สุดของโลก และมีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุด ทั้งยังเป็นปอดชิ้นใหญ่ของโลกที่ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์มหาศาล เฉลี่ยปีละ 2,000 ล้านตัน และช่วยผลิตออกซิเจนหล่อเลี้ยงสิ่งมีชีวิตบนโลกราว 20 %
ปัญหาไฟไหม้ป่าครั้งนี้เชื่อว่าเกิดจากการเผาป่าเพื่อทำไร่ของเกษตรกร รวมทั้งการเผาไล่ที่ชนเผ่าพื้นเมืองของนายทุนที่ลักลอบตัดไม้ อีกทั้งตอนกลางของบราซิล และตอนใต้ของป่าแอมะซอนประสบภาวะแห้งแล้งมานาน บางพื้นที่ไม่มีฝนตกเลยมานานกว่า 3 เดือน ทำให้เกิดไฟไหม้ป่าได้ง่ายขึ้น
ก่อนหน้านี้ แอมะซอนถูกทำลายจากนโยบายรุกป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่เกษตรและทำปศุสัตว์ โดยประธานาธิบดีคนล่าสุดของบราซิล ฌาอีร์ โบลโซนาโร่ ที่ส่งเสริมให้เกษตรกรโค่นป่า ค่าเฉลี่ยการแผ้วถางป่ามากถึง 3-5 เท่า จากค่าเฉลี่ยการแผ้วถางป่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559
ปัจจุบัน ป่าไม้ของบราซิลหายไปราว 15% และนักวิทยาศาสตร์ยังกังวลว่า หากป่าหายไป 25% ป่าฝนที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างแอมะซอน จะไม่มีป่าไม้เพื่อสร้างวัฏจักรของน้ำ และกลายเป็นทุ่งหญ้าสะวันนาในที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลกระทบไปทั่วโลก
จากข้อบ่งชี้ที่ว่า ป่าฝนแอมะซอนที่กว้างใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดในโลกกำลังแห้งตาย ซึ่งอาจนำไปสู่ไฟป่าและเปลี่ยนสภาพเป็นทะเลทราย ถึงตอนนี้ธรรมชาติก็ได้ยืนยันข้อสันนิษฐานไปข้อหนึ่งแล้ว ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะตระหนักถึงเรื่องนี้แบบจริงจังสักที

Source :
https://www.bbc.com/news/world-latin-america-49415973

Content Writer : Angkhana N.
Graphic Designer : Sasicha H.

🙏🏻
23/08/2019

🙏🏻

สรุปเป็นข้อ ๆ ไปเลย ว่าทำไมป่า Amazon ถึงได้ไหม้วอดวายขนาดนี้!!

จริง ๆ ตกใจกับข่าวนี้มาสักพักแล้วนะ แต่ไม่มีเวลาไปหาข้อมูล วันนี้ทำงานเสร็จ เลยตามอ่านข่าวของต่างประเทศ เจอประเด็นเจ็บ ๆ หลายเรื่องเลย แต่ที่ทำกูช๊อคคือ นับแค่ปี 2019 เฉพาเดือนมกราคม ถึงสิงหาคมนี้เนี่ย ป่าในบลาซิลมีไฟไหม้ไปแล้ว 73,000 ครั้ง ซึ่งมากกว่าครึ่งคือพื้นที่ Amazon คือเป็นตัวเลขที่แม่งเยอะกว่าเงินเดือนบางคนอีกอีห่า และคือถ้าคิดเล่น ๆ ตีออกมาเป็นวันคือ ตกวันละ 73,000/240 ก็จะได้ประมาณ 300 ครั้งต่อวัน ถือว่าบ้าบอมาก ๆ และสาเหตุของการไหม้ครั้งนี้ คือ...

1. อันดับแรกขอยกให้ต้นเหตุก่อนเลย คือรัฐบาลใหม่ของบราซิลเนี่ย เค้าอยากขยายพื้นที่เศรษฐกิจ เลยทำลายป่า Amazon บางส่วนเพื่อที่จะใช้เป็นพื้นที่ทำ Project เศรษฐกิจบ้านเค้า ไม่รู้โดยวิธีใด แต่ดันไปทำไฟไหม้ป่าขึ้น ด้วยความต่อเนื่องของการทำลายป่าเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้จำนวนต้นไม้น้อยลง ความชุ่มชื้นก็หายไป บวกกับปริมาณของฝนก็น้อยตามไปอีก ธรรมชาติมันสัมพันธ์กันไปหมด เหมือนไปทำให้การไหม้มันง่ายขึ้น

2. และนั่นแหละ โชคร้ายที่ช่วงนี้โลกแม่งร้อน ถ้าตามข่าวดูดี ๆ จะเห็นข่าวที่น้ำแข็งขั้วโลกเหนือแม่งละลายหายไปต่อหน้าต่อตาเป็นล้านตันจากภาพถ่ายดาวเทียม ซึ่งรู้ไหมว่า... หน้าที่หลักของมันคือ Reflect แสงจากดวงอาทิตย์กลับขึ้นไปไม่ให้โลกร้อน แต่แม่งมันละลายไง เลยทำให้พื้นที่สำหรับ Reflect ลดลง

3. สาเหตุที่มันละลายมีหลายปัจจัยมาก เช่น พลาสติก เชี่ย เกี่ยวไร เกี่ยวสิ เพราะพลาสติกแม่งย่อยช้าสัส ๆ 450 ปี หรือแม่งย่อยไม่ได้เลยก็มี คนมักง่ายแม่งก็เผา พอเผาแม่งก็เป็นก๊าซจำพวกไฮโดนคาร์บอน ทำให้โลกร้อน ต้นไม้ก็ทยอยตาย ไม่มีตัวดูดก๊าซเรือนกระจกพวกนี้ ก็ยิ่งเร่งการไหม้เข้าไปอีก

4. แม้กระทั่งสารเคมีต่าง ๆ ที่เกิดจากอุตสาหกรรม ลอยขึ้นไปทำลายชั้นโอโซน ที่เป็นตัวดูดรังสี UV ในชั้นสตราโตสเฟียร์ก่อนที่จะยิงตรงมาที่โลก พวกนี้มันโดนทำลายทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี โลกแม่งก็ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ไง แล้วล่าสุดคือพวก ก๊าซมีเทน ที่มาจากตดของวัวแม่ง นักวิทยาศาสตร์บอกว่าตัวดีเลย

อ่านจบไปสี่ข้อแล้วสงสารโลกมาก ๆ เหมือนไม่มีทางแก้แล้วอ่ะ ได้แค่ชะลอวันอวสานให้ช้าลงเท่านั้น นี่ยังไม่พูดถึงเรื่องน้ำท่วม แผ่นดินไหว หรือเหตุการณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องนะ ถึงแม้ว่าโลกมันจะต้องอวสานจริง ๆ แต่ถ้าพวกเราทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือตั้งแต่แต่ตอนนี้ มันก็คุ้มนะไมว่า หากมันจะทำให้โลกอวสานช้าลง...

ปล.ประเด็นที่แย่ไปกว่านั้นคือ แม่งป่าไหม้มา 16 วันละพึ่งเป็นข่าว เศรษฐีเอย คนดังเอยที่เคยช่วยโบถส์ที่พึ่งมีข่าวไฟไหม้ หายไปไหนกันหมด ทำไมไม่มีคนระดมทุนไปกับเหตุการณ์สำคัญของโลกครั้งนี้เลย!!!

ที่อยู่

Khon Kaen
40000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ TIEW PAI TOURผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์