16/09/2013
สะพานข้ามแม่น้ำแคว สถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่ง เป็นอนุสรณ์เตือนใจในความโหดร้ายของสงคราม สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย ฮอลันดาและนิวซีแลนด์ประมาณ 61,700 คนและกรรมกรชาวจีน ญวน ชวา มลายู ไทย พม่า อินเดียอีกจำนวนมากมาก่อสร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์เพื่อเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศพม่า ซึ่งเส้นทางช่วงหนึ่งจะต้องข้ามแม่น้ำแควใหญ่จึงต้องมีการสร้างสะพานขึ้น การสร้างสะพานและทางรถไฟสายนี้เต็มไปด้วยความยากลำบาก ความทารุณของสงครามและโรคภัยตลอดจนการขาดแคลนอาหารทำให้เชลยศึกจำนวนหลายหมื่นคนต้องเสียชีวิตลง ที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว
การก่อสร้างสะพาน
การสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแคว กองทัพญี่ปุ่นได้ใช้เชลยศึกสร้างเป็นสะพานไม้ชั่วคราว ระดับต่ำห่างจากสะพานเหล็กปัจจุบันไปทางใต้ของลำน้ำประมาณ 100 เมตร หรือเมื่อหันหน้าไปทางสถานีน้ำตก สะพานไม้ชั่วคราวจะอยู่ทางซ้ายมือ โดยลงมือก่อสร้างเมื่อระดับน้ำในแม่น้ำลดลงในปลายเดือนพฤศจิกายน 2485 แล้วเสร็จ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2486 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 เดือน และวางรางโดยเชลยชาวอังกฤษ จากสถานีต้นทางหนองปลาดุกถึงสะพานแห่งนี้ เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2486 จากนั้นวางรางต่อจากสะพานไปถึงกิโลเมตรที่ 100 ระหว่างสถานีท่ากิเลนกับสถานีอ้ายหิต (ที่หยุดรถลุ่มสุ่มในปัจจุบัน) เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2486
ต่อมา กองทัพญี่ปุ่นได้สร้างเป็นสะพานเหล็กถาวร ตอม่อคอนกรีต ติดตั้งสะพานเหล็ก 11 ช่วง ช่วงละ20.80 เมตร ในตอนกลาง และสร้างเป็นสะพานไม้ต่อทางฝั่งน้ำด้านตะวันตก โดยลงมือก่อสร้างเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2486 แล้วเสร็จเมื่อเดือนกันยายน 2486 ใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 7 เดือน หลังจากเปิดใช้สะพานเหล็กแล้ว ฝ่ายไทยได้เจรจา ขอให้กองทัพญี่ปุ่นรื้อสะพานไม้ออก เนื่องจากเรือแพสัญจรผ่านไปมาไม่ได้ เพราะสะพานไม้ต่ำ ฝ่ายญี่ปุ่นจึงทำการรื้อสะพานไม้ที่สร้างไว้ในตอนแรกออก แล้วเสร็จเมื่อวันที่18 กุมภาพันธ์ 2487
ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2487 เป็นต้นมา สะพานข้ามแม่น้ำแควใหญ่ได้ถูกฝ่ายสัมพันธมิตร ทิ้งระเบิดหลายครั้ง และครั้งที่ถูกทิ้งระเบิดอย่างหนัก ทำให้เสียหายถึงกับสะพานช่วงกลางพังลง เมื่อวันที่ 28พฤศจิกายน 2487 แต่ฝ่ายญี่ปุ่นได้เตรียมการแก้ไขล่วงหน้าไว้แล้ว โดยทำทางเบี่ยงลงไปยังฝั่งแม่น้ำทั้งสอง เพื่อใช้ลำเลียงยุทธสัมภาระต่าง ๆ ข้ามแม่น้ำ แล้วให้กรรมกรขนถ่ายยุทธสัมภาระขึ้นตู้รถไฟต่อไป
เมื่อสงครามสงบ กรมรถไฟ ได้รับอนุมัติงบประมาณให้ดำเนินการซ่อมสะพานเหล็กที่ถูกพันธมิตรทิ้งระเบิดเสียหาย ช่วงที่ 4,5,และ 6 ตั้งแต่ พ.ศ.2493-2495 การซ่อมในคั้งนั้นได้ยุบตอม่อกลางน้ำตัวที่ 5-6 แล้วสร้างเป็นสะพานเหล็ก 2 ช่วง แทนของเดิม กับเปลี่ยนช่วงสะพานไม้ด้านปลายทางเป็นสะพานเหล็ก ขนาด 15.35 เมตร จำนวน 6 ช่วง แทนสะพานไม้ รวมความยามทั้งสิ้น 322.90 เมตร
นอกจาก “สะพานข้ามแม่น้ำแคว” แล้ว “สะพานถ้ำกระแซ” กิโลเมตรที่ 174+173 ก็เป็นอีกสะพานหนึ่งที่ได้รับการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นสะพานไม้ที่สร้างในที่จำกัด เลียบไปตามหน้าผาริมแม่น้ำแควน้อย เป็นความยาวประมาณ 340 เมตร ในเบื้องต้น การวางรางในที่จำกัดและเร่งด่วนทำให้ไม่ได้มาตรฐาน เป็นเหตุให้ขบวนรถตกรางลงไปข้างล่าง บ่อยครั้งจนเป็นที่เลื่องลือ แต่ต่อมากองทัพญี่ปุ่นได้ทำการแก้ไขให้สะพานมั่งคงดีขึ้นตามลำดับ
ปี 2534-2535 การรถไฟฯ ได้ปรับปรุงแก้ไขตัวสะพานครั้งใหญ่ เพื่อให้โครงสร้างตัวสะพาน มีความแข็งแรงมั่นคง โดยได้ทำการเปลี่ยนเสาตับไม้และเทคอนกรีตหุ้มธรณีคอนกรีตเดิม หร้อมกับทำธรณีคอนกรีตขึ้นใหม่ เพื่อเสริมความแข็งแรงปลอดภัยยิ่งขึ้น และสะพานแห่งนี้ยังคงใช้การได้ดีจนถึงทุกวันนี้