22/05/2026
ระวังตัว
เตือนภัย การโดนสลับแท็กกระเป๋าเดินทางกับกระเป๋าที่มียาเสพติดเต็มประเป๋า
ข่าวนี้จากแคนาดานะคะ แต่แอดเห็นว่ามันน่ากลัวมากๆ และอาจจะเกิดที่ไหนก็ได้ อยากให้ระวังตัวกันไว้
ทีมข่าว W5 ของแคนาดา เปิดเผยข้อมูลขบวนการทุจริตในสารบบรักษาความปลอดภัยของสนามบิน โดยเฉพาะที่สนามบินนานาชาติโทรอนโตเพียร์สัน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้โดยสารที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่จำนวนมาก
จากการรวบรวมข้อมูลผ่านบันทึกของศาล แถลงการณ์ของตำรวจ และแหล่งข่าวความมั่นคง พบว่าในรอบปีที่ผ่านมามีผู้โดยสารที่ไม่มีส่วนรู้เห็นอย่างน้อย 17 รายที่เดินทางออกจากแคนาดา ถูกเจ้าหน้าที่ความมั่นคงควบคุมตัวในข้อหาลักลอบขนยาเสพติด เนื่องจากTag หรือป้ายผูกกระเป๋าหรือ Baggage Tag ของพวกเขาถูกพนักงานภาคพื้นดินที่ทุจริตแอบลอกออกในจุดอับสายตาจากกล้องวงจรปิด แล้วนำไปติดให้กับกระเป๋าอีกใบที่บรรจุยาเสพติดจำนวนมากแทน
แม้ในท้ายที่สุดผู้เสียหายทั้งหมดจะได้รับการปล่อยตัวหลังจากพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ แต่หลายคนก็ต้องเผชิญกับการถูกใส่กุญแจมือ ถูกจับกุม หรือถูกจำคุกในต่างประเทศเป็นเวลาหลายเดือน
ความน่ากลัวของแผนการนี้คือ เส้นทางการบินจากแคนาดาที่ขบวนการเลือกใช้ มีจุดหมายปลายทางครอบคลุมหลายพื้นที่ เช่น สาธารณรัฐโดมินิกัน ฝรั่งเศส เยอรมนี โมร็อกโก เบอร์มิวดา ฟิลิปปินส์ และเกาหลีใต้ ซึ่งในจำนวนนี้มีบางประเทศที่มีบทลงโทษขั้นรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิตสำหรับคดีลักลอบขนยาเสพติด โดยในรอบปีที่ผ่านมา ตำรวจม้าหลวงแคนาดา (RCMP) ได้ทำการจับกุมพนักงานจัดการสัมภาระและพนักงานภาคพื้นดินที่สนามบินโทรอนโตไปแล้ว 6 รายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งนี่เป็นเพียงสถิติเฉพาะเคสที่มีการตรวจพบยาเสพติดเท่านั้น แต่ไม่สามารถระบุได้ว่ามีผู้โดยสารอีกจำนวนเท่าใดที่ถูกนำชื่อไปใช้ในลักษณะนี้โดยที่ระบบตรวจไม่พบ
หนึ่งในกรณีตัวอย่างคือผู้โดยสารหญิงจากโทรอนโตที่กำลังเดินทางไปนิวซีแลนด์และถูกเจ้าหน้าที่ตม.แคนาดาเชิญตัวลงจากเครื่องบินระหว่างต่อเครื่องที่แวนคูเวอร์ เนื่องจากพบกระเป๋าเดินทางที่ติดป้ายชื่อของเธอซุกซ่อนยาไอซ์น้ำหนักกว่า 20 กิโลกรัม แม้เธอจะรอดพ้นการถูกดำเนินคดีมาได้เนื่องจากสภาพของป้ายแท็กที่ยับยู่ยี่ผิดปกติรวมถึงความแตกต่างของลักษณะกระเป๋า แต่เหตุการณ์นี้ก็สร้างความสะเทือนใจและทำลายความเชื่อมั่นในระบบการขนส่งสัมภาระของสายการบินไปอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ยังมีกรณีของนักท่องเที่ยวชาวแคนาดา 3 รายที่ต้องติดค้างและถูกจำคุกอยู่ในสาธารณรัฐโดมินิกันนานถึง 100 วัน หลังจากป้ายกระเป๋าถูกสับเปลี่ยนเพื่อขนส่งกัญชา ก่อนที่ทางการโดมินิกันจะยอมยกฟ้องในภายหลัง
จากภัยเงียบรูปแบบใหม่นี้ ผู้เชี่ยวชาญและผู้เสียหายจึงแนะนำมาตรการป้องกันตนเองเบื้องต้นสำหรับนักเดินทาง ได้แก่
1. 📷 การถ่ายรูปหรือวิดีโอสัมภาระและป้ายแท็กอย่างชัดเจนให้เห็นเลขแท็ก, บาร์โค้ดและชื่อก่อนส่งขึ้นสายพาน ตรวจสอบให้ดีว่ากระเป๋าได้รับการติด tag ทุกใบ ถ่ายรูป tag ไว้ด้วย
2. ⚖️ การบันทึกภาพน้ำหนักกระเป๋าขณะอยู่บนตาชั่งตอนเช็คอินเพื่อเป็นหลักฐานเปรียบเทียบเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง เพื่อเป็นหลักฐานว่ากระเป๋าเราหน้าตาเป็นยังไง ตอนเช็คอินน้ำหนักเท่าไหร่
3. 🎫การเก็บหางตั๋วกระเป๋าไว้จนกว่าจะถึงจุดหมาย ห้ามหายเด็ดขาด
4. การใช้อุปกรณ์ติดตามตำแหน่งสัมภาระ เช่น AirTag เพื่อตรวจสอบพิกัดที่แท้จริงของกระเป๋าตนเองตลอดการเดินทาง
แต่ !!! พวกแก๊งค์อาชญากรขนยามันก็ใช้เหมือนกัน.. ด้วยการเอา AirTag ไปซ่อนไว้ในกระเป๋าซุกยาเสพติด เพื่อให้พวกมันสามารถติดตามตำแหน่งของกระเป๋ายาได้อย่างแม่นยำแบบนาทีต่อนาที ตั้งแต่ตอนลำเลียงขึ้นเครื่อง ไปจนถึงตอนที่เครื่องแลนดิ้งในต่างประเทศและไป "ดักตัดหน้า" สัมภาระได้ก่อนถึงมือเรา
ระบบ Precision Finding ของ AirTag ช่วยให้แก๊งค์ของขบวนการขนยาที่รออยู่ปลายทาง รู้พิกัดของกระเป๋าซุกยาได้อย่างละเอียด ส่งผลให้พวกมันสามารถแอบไป ดักฉุดหรือสับเปลี่ยนกระเป๋ายาออกไปก่อนที่มันจะไหลมาถึงสายพานสาธารณะ ที่เรายืนรออยู่ด้วยซ้ำ
ความเสี่ยงคือหากกระบวนการของพวกมันสำเร็จ เราจะเดินไปหยิบกระเป๋าจริงของเรากลับบ้านโดยที่ไม่รู้เลยว่าชื่อของเราเพิ่งถูกใช้เป็นเครื่องมือขนยาเสพติดมูลค่าหลายล้านดอลลาร์
แต่ถ้าพวกมันไหวตัวทันก่อน ไม่มาหยิบกระเป๋าไป กระเป๋าใบนั้นก็จะวนอยู่บนสายพาน จนในที่สุดก็จะคนมาเก็บไปแล้วพบว่าในกระเป๋าเต็มไปด้วยยาเสพติดที่มีป้ายชื่อกระเป๋าเป็นชื่อเรา ที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย
หากระบบตรวจพบ คนรับเคราะห์คือ "เจ้าของชื่อบนแท็ก" หากเจ้าหน้าที่ศุลกากรหรือตำรวจตรวจพบกระเป๋าซุกยาใบนั้นก่อนที่คนร้ายจะมาดักเอาไป เนื่องจากป้ายผูกกระเป๋า (Baggage Tag) เป็นชื่อและข้อมูลของคุณ แต่ตัว AirTag ที่อยู่ข้างในกลับเชื่อมโยงกับบัญชีของอาชญากร ซึ่งในระหว่างที่ยังพิสูจน์ความบริสุทธิ์ไม่ได้ คุณจะกลายเป็น "แพะ" ที่ต้องถูกจับกุมและสอบสวนในฐานะคนลักลอบขนยาเสพติดทันที
สังเกตการแจ้งเตือน "Item Found Moving With You": หากระบบบนมือถือของเราแจ้งเตือนว่ามี AirTag ปริศนา (ที่ไม่ใช่ของเรา) กำลังเดินทางตามเรามาหลังจากลงเครื่อง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สนามบินหรือตำรวจทันที เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณว่ามีกระเป๋าแปลกปลอมที่ผูกชื่อคุณและฝัง Air Tag ของคนร้ายหลุดออกมาด้วย
นอกจากจะต้องตรวจสอบกระเป๋ารวมๆ แล้ว ยังต้องเช็คด้วยว่าไม่มีช่องอะไรให้ใครมายัดของเข้าไปในกระเป๋าเราได้เด็ดขาด
งานนี้งานเข้าสายการบินแอร์แคนาดาเต็มๆ เพราะคนในเป็นผู้ก่อเหตุเอง เสียหายยับเพราะตำรวจ RCMP สืบสวนจนพบว่า หนึ่งในตัวการหลักของขบวนการนี้เป็น พนักงานที่ทำงานในคลังสัมภาระ (Baggage Room) ของ Air Canada เอง ซึ่งเป็นพนักงานวัย 32 ปีที่ถูกจับกุมเมื่อเดือนมีนาคม 2026 โดยพนักงานรายนี้ใช้สิทธิ์และพื้นที่เข้าถึงเขตหวงห้าม แอบสั่งพิมพ์และสลับป้ายแท็กกระเป๋าของผู้โดยสารเพื่อขนกัญชาน้ำหนักกว่า 66 กิโลกรัมไปยังเยอรมนี การที่คนร้ายเป็นคนในองค์กรเอง ทำให้สายการบินปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้เลย
เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามครั้งใหญ่ต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ควบคุมของ Air Canada และสนามบินโทรอนโตเพียร์สัน ว่าเหตุใดพนักงานจึงสามารถสลับหรือลอกป้ายแท็กกระเป๋าของสายการบินออกได้ภายในเวลาไม่กี่วินาทีโดยที่กล้องวงจรปิดจับภาพไม่ได้
https://www.msn.com/en-ca/video/news/air-canada-employee-swaps-passenger-s-luggage-tags-to-traffic-cannabis-rcmp/vi-AA1ZKQhs?cvid=69cb1f567f4b4918b430e7bdb690d6e3