16/12/2025
#วัดคิชู คือ ศาสนสถานซึ่งมีความสำคัญทั้งทางด้านประวัติศาสตร์และด้านจิตวิญญาณแห่งราชอาณาจักรภูฏาน เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 7 ตำนานเล่าว่าคิชูเป็นหนึ่งในวัดจำนวน 108 แห่ง ที่ถูกสร้างขึ้นในดินแดนเทือกเขาหิมาลัยด้วยจุดประสงค์ที่จะตรึงร่างนางปีศาจตนหนึ่งไม่ให้รบกวนการเผยแผ่พุทธศาสนาในทิเบต
• ประวัติวัดคิชูช่วงแรกๆ ยังคลุมเครืออยู่มาก เพิ่งจะมาเริ่มชัดเจนขึ้นในต้นศตวรรษที่ 13 สมัยที่ตกมาอยู่ภายใต้การดูแลของพระลามะสายฮาปา ครั้นถึงช่วงปลายศตวรรษ สายฮาปาก็พ่ายแพ้ให้ก้บสายดรุ๊กปะ วัดคิชูจึงตกไปอยู่ใต้อาณัติของพระลามะสายดรุ๊กปะนับจากนั้นเป็นต้นมา
• ปี ค.ศ. 1839 เจเค็มโปองค์ที่ 25 พระนามว่า เชรับ เกลเซ็น มีบัญชาให้บูรณะวิหารขึ้นใหม่และถวายรูปสลักพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรพันเนตรที่งามมากเป็นพุทธบูชา ปัจจุบันก็ยังประดิษฐานอยู่ภายในตัววิหาร
• ปี ค.ศ. 1968 เจ้านายฝ่ายในพระนามว่า อาชิชังเก โชเด็น วังชุก ทรงสร้างวิหารหลังที่สองขึ้นข้างๆ วิหารหลังแรก โดยมีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมเหมือนกันทุกประการ
• โบสถ์วัดคิชูเคยถูกไฟไหม้และได้รับการบูรณะสร้างขึ้นใหม่ โดยอัญเชิญพระศากยมุนีเป็นพระประธานในโบสถ์ ต่อมามีการก่อสร้างวัดเพิ่มเติมอีกหลายครั้งหลายหน ล่าสุด สมเด็จพระราชชนนีได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อการบูรณะวัดให้มีสภาพดีต่อไป และทรงสร้างรูปปั้นของท่านคุรุรินโปเชสูงห้าเมตรเอาไว้ที่วัดนี้ด้วย
• วัดคิชู ประกอบด้วยโบสถ์ 2 หลัง ซึ่งหลังเก่าได้สร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าซองเซนกัมโป และได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ส่วนหลังใหม่เป็นของพระราชชนนีในกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ทรงโปรดให้สร้างในปี ค.ศ. 1968 เพื่อเสด็จมานั่งวิปัสสนา
• ตรงข้ามประตูทางเข้าวัดคิชู มีอาคารหลังเล็กๆให้สาธุชนเข้าไปจุดตะเกียงน้ำมันเนยถวาย ผนังด้านในวาดภาพท้าวจตุโลกบาลธาราเทพ และเทพเก็นเย็น โดร์จี ดราดุลทรงม้าสีแดงฉานประดับเอาไว้ (เก็นเย็น โดร์จี ดราดุลเป็นเทพผู้ปกปักรักษาพุทธศาสนา) ก้าวข้ามประตูวัดเข้ามาจะพบลานเล็กๆ ทอดไปสู่วิหารทั้งสองหลัง กลางลานปลูกส้มเอาไว้ต้นหนึ่ง วิหารเก่านั้นตั้งอยู่ตรงข้ามประตูทางเข้าวัด ส่วนวิหารใหม่ตั้งอยู่ทางด้านขวา
วิหารเก่าเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้านเพราะความเก่าแก่และบทบาทความสำคัญที่มีมาโดยตลอด หินเทอร์ควอยซ์กับหินปะการังสวยๆ ที่ผู้มีจิตศรัทธานำมาถวายถูกนำไปฝังประดับไว้บนพื้นบริเวณที่จัดไว้ให้ศาสนิกชนทอดกายลงกราบไหว้สักการะผนังวาดเป็นภาพพุทธประวัติและภาพอดีตชาติของพระพุทธองค์
• ฝั่งซ้ายของหน้าต่างมีภาพบุคคลสำคัญ 3 ภาพ ข้างบนสุดเป็นภาพคุรุรินโปเช ถัดลงมาเป็นภาพซับดรุงงาวัง นัมเกล กับเดสิ ท่านแรกของภูฏาน ข้างล่างเป็นภาพเจเก็มโปองค์ที่ 25 ผู้บูรณะวัดคิชูแห่งนี้ขึ้นมาในปี ค.ศ.1839 ฝั่งขวาเป็นภาพพระพุทธเจ้ากับพระอรหันต์ 16 ท่าน มุมผนังด้านบนมีรูปเทพธิดาเซริงเหมะทรงสิงโตสีขาว (เทพธิดาอายุวัฒนะ ทรงสิงโตเป็นพาหนะ หัตถ์ถือวัชระกับแจกันน้ำอมฤต เป็นหนึ่งในห้าเทพธิดาแห่งเทือกเขาหิมาลัย คุรุรินโปเซเคยเสด็จมาปราบและโปรด ทำให้พวกนางหันมานับถือพุทธศาสนากันทั้งห้าพี่น้อง ภายหลังพวกนางได้พบกับมิลาเรปปะ จึงแสร้งทำทีคุกคามเพื่อลองใจ แต่มิลาเรปะยอมสละตัวให้พวกนางกินเป็นอาหาร ทำให้พวกนางซาบซึ้งทั้งเลื่อมใสจึงปวารณาตัวเป็นผู้ปกปักรักษาพระธรรมในพระพุทธศาสนา) ถัดลงมาเป็นรูปเทพเก็นเย็น โดร์จี ดราดุลทรงม้าสีแดง
• ภายในวิหารมีรูปประติมากรรมที่นับถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่มากมาย โดยส่วนใหญ่เป็นรูปพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรปางพันเนตรพันกร นอกจากนี้ยังมีพระรูปพระเจ้าชงเซ็น กัมโปะแห่งทิเบตกับรูปหล่อพระอมิตายุสประทับนั่งแสดงปางสมาธิ มีหม้อน้ำอมฤตวางอยู่ในพระหัตถ์ (อมิตายุส คือพระนามหนึ่งของพระอมิตาภะ แปลว่า อายุประมาณมิได้)
• ภายในตัววิหารไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าแต่จากข้างนอกยังพอมองเห็นรูปสลักพระโพธิสัตว์ทั้งแปดกับพระพุทธรูปโจโว (รูปพระพุทธองค์เมื่อครั้งพระชนม์มายุ 8 พรรษา) ได้ไกลๆ พระพุทธรูปโจโวของวัดคิชูมีลักษณะคล้ายกับพระพุทธรูปโจโวของวัดโจคังในกรุงลาซา ทิเบต และเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในภูฏาน
• วิหารใหม่นั้นสร้างถวายคุรุรินโปเซและวิธีกำราบพลังชั่วร้ายที่ท่านถ่ายทอดให้กับบรรดาลูกศิษย์ลูกหา เรียกว่า กาเก ถือเป็นคำสอนสำคัญในพุทธศาสนานิกายญิงมาปะ ภายในวิหารมีรูปจำลองของคุรุรินโปเซและท่านดิลโล เค็นเซรินโปเซขนาดใหญ่โต
#เที่ยวภูฏาน #พิพิธเพลินใจแทรเวล #วัดคิชู
พิพิธเพลินใจแทรเวล ใยอนุญาตเลขที่ 11/11626 โทร 0952429915
เที่ยวภูฏานไปกับเรา พิพิธเพลินใจแทรเวล
บริการจัดการท่องเที่ยวภูฏานเป็นหมู่คณะ ส่วนตัว Join Group ตั้งแต่ 2 ท่านขึ้นไป