25/04/2026
ชอบมากกกกกก ...
“ไม่ว่าคุณจะไปเมเจอร์มาราธอนด้วยวิธีไหน
มันไม่ได้ซื้อเหรียญหรือความสำเร็จให้คุณได้
คุณต้องซ้อม ต้องวางแผน และต้องทำมันด้วยตัวเอง”
เวลาจบมาราธอน
คำถามแรกที่มักโดนถามคือ…
“จบเวลาเท่าไหร่?”
มันเป็นคำถามธรรมดา
ไม่มีนัยยะแอบแฝงอะไรหรอก
เพราะลึกๆ แล้ว ทุกคนพร้อมชื่นชมกันเสมอ
แต่มีผู้ชายคนหนึ่ง
สมชาย เข็มกลัด
เขามักตอบคำถามนี้เหมือนเดิมทุกครั้งว่า
“สนามให้เวลาเท่าไหร่ ผมก็ใช้เท่านั้นแหละ
ผมวิ่งช้า…แต่ผมเป็นมนุษย์ไม่คัทออฟ”
หลายคนอาจสงสัย
ทำไมเขาถึงวิ่งช้า
ไม่ใช่เพราะไม่ซ้อม
ไม่ใช่เพราะไม่พยายาม
ตรงกันข้าม—เขาคือคนที่ “โคตรพยายาม”
แต่ด้วยสภาพร่างกาย
หัวเข่าทั้งสองข้างที่เสื่อมหนัก
หนักขนาดที่หมอยังไม่อยากให้วิ่งด้วยซ้ำ
แต่เขาก็ยังวิ่ง
ด้วยเหตุผลเดียวที่ชัดเจนมาก—
เขาอยากจบมาราธอนให้ได้สักครั้งในชีวิต
เพื่อพิสูจน์ว่า
“ถึงร่างกายจะไม่อำนวย…แต่ใจเขายังไปได้”
ผมรู้จักพี่เต๋าตั้งแต่วันที่เขาประกาศว่า
อยากลงมาราธอน
จนถึงวันที่เขาทำสำเร็จ
World Marathon Majors ครบ 6 ดาว
หลายคนอาจมองว่า
เขาเป็นดารา มีเงิน มีสปอนเซอร์
แต่ความจริงคือ…
เงินซื้อได้แค่โอกาส
แต่มันซื้อ “การจบ” ไม่ได้
เพราะมาราธอนเมเจอร์
ไม่ได้แค่ “เข้าเส้นชัย” แล้วจบ
คุณต้องจบให้ทันเวลา (Cut-off) ด้วย
จากคนที่แค่ประคองร่างกายให้จบใน 6–7 ชั่วโมงก็ว่ายากแล้ว
แต่นี่…เขาต้องทำให้ได้ภายในประมาณ 6–6.30 ชั่วโมง
สำหรับคนที่เข่าพังแบบนั้น
นี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย
เขาเลือกจะสู้ในแบบของตัวเอง
หัวเข่าไม่ดี—ก็เสริมกล้ามเนื้อรอบๆ ให้แข็งแรง
น้ำหนักเกิน—ก็ลด
ความฟิตไม่พอ—ก็ซ้อมเพิ่ม
ถึงขั้นไปลง Ironman
และจบ Full Ironman ได้จริง
ลองถามตัวเองดู
แค่เราบาดเจ็บนิดหน่อย
ฟอร์มตกหน่อย
เรายังท้อกันเลย
แล้วคนที่ร่างกายมีข้อจำกัดขนาดนั้น
เขาต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหน
ถึงยืนอยู่ตรงจุดนี้ได้
เขาพูดไว้ชัดมากตลอดเส้นทาง 6 ดาวของเขา
“ไม่ว่าคุณจะไปเมเจอร์มาราธอนด้วยวิธีไหน
มันไม่ได้ซื้อเหรียญหรือความสำเร็จให้คุณได้
คุณต้องซ้อม ต้องวางแผน และต้องทำมันด้วยตัวเอง”
พี่เต๋า สมชาย
ไม่ใช่แค่ดาราศิลปินที่ไปจบเมเจอร์
แต่คือภาพของ
ความมุ่งมั่น ความพยายาม
และการไม่ยอมแพ้ต่อข้อจำกัดของตัวเอง
“อย่าไปกลัว”
คำพูดสั้นๆ ของเขาที่พูดเสมอๆ
และเขาใช้ทั้งชีวิตพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า "มันจริง"
#วิ่งแถวบ้าน
#สมชายจรดปลายเท้า
#ครอบครัวเข็มกลัด