LogisticsDigest Thailand's premier trade website and fan page on Supply Chain Management in Thailand. www.logisticsdigest.com

ข้อมูล ข่าวสาร ความเคลื่อนไหวทางด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในเชิงลึก

20/07/2026
15/07/2026

วิศวกรไฟฟ้าจากสโลวีเนีย เปลี่ยนซับบอร์ดธรรมดาให้เป็นยานสำรวจใต้น้ำสุดล้ำ! ด้วยแสงสว่างมากถึง 90,000 ลูเมน สามารถทะลวงผิวน้ำได้ลึก 25 เมตร จนเห็นพื้นทะเล!...

เมื่อเดือนกรกฎาคม 2026 จูเร คอร์เบอร์ (Jure Korber) วิศวกรเครื่องกลและไฟฟ้าจากสโลวีเนีย ได้ประดิษฐ์ไฟใต้น้ำสำหรับติดใต้แพดเดิลบอร์ด (Paddleboard) ขึ้นมาชิ้นหนึ่ง ซึ่งได้เปลี่ยนการพายบอร์ดแบบทั่วไป ให้กลายเป็นการสำรวจโลกใต้น้ำได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ

โดยไฟตัวนี้ให้ความสว่างมหาศาลถึง 90,000 ลูเมน ถ้าอยากรู้ว่าความสว่างนี้รุนแรงแค่ไหนก็ต้องลองเอามาเทียบกับไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือดู ปกติไฟฉายมือถือจะสว่างอยู่แค่ประมาณ 40 ถึง 50 ลูเมนเท่านั้น แปลว่าไฟใต้น้ำตัวนี้สว่างกว่าแฟลชมือถือถึงเกือบ 2,000 เท่า!

ความสว่างระดับนี้มาจาก ไดโอดเปล่งแสง (Light-emitting diode) จำนวน 36 ดวง ที่อัดแน่นอยู่ภายใน ที่ล้ำไปกว่านั้นคือเราสามารถใช้สมาร์ตโฟนสั่งการแบบไร้สายเพื่อแยกเปิดปิดและควบคุมทิศทางของแสงได้อิสระถึง 3 โซนเลยทีเดียว

แน่นอนว่าเมื่อหลอดไฟสว่างระดับนี้ มันย่อมแผ่ความร้อนออกมามหาศาล คอร์เบอร์จึงแก้ปัญหาทางวิศวกรรมด้วยการออกแบบตัวเครื่องด้วยอะลูมิเนียมให้ทำหน้าที่เป็น แผ่นระบายความร้อน (Heat sink)

เมื่อตัวเครื่องสัมผัสกับน้ำทะเล น้ำจะช่วยดึงเอาความร้อนจากตัวเครื่องให้กระจายออกไปสู่น้ำรอบๆ ได้โดยตรง ทำให้สามารถเปิดใช้งานได้อย่างปลอดภัยโดยที่ระบบไฟไม่โอเวอร์ฮีต

ระบบทั้งหมดใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบกันน้ำน้ำหนัก 10 กิโลกรัมที่ติดตั้งอยู่บนตัวบอร์ด ซึ่งมันสามารถจ่ายไฟได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 3.5 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

และเมื่อเขานำสิ่งประดิษฐ์นี้ไปทดสอบใช้งานจริงในทะเลเอเดรียติก (Adriatic Sea) ที่มีน้ำใสสะอาด แสงไฟอันทรงพลังนี้ก็สามารถส่องทะลุลงไปถึงพื้นก้นทะเลได้ลึกถึง 20 ถึง 25 เมตรเลยทีเดียว

ข้อดีอีกอย่างของการออกไปพายบอร์ดตอนกลางคืนคือการไม่มีแสงอาทิตย์มาสะท้อนผิวน้ำให้แยงตา ท้องทะเลในตอนกลางคืนภายใต้แสงกำลังสูงจึงดูใสเคลียร์และมองเห็นรายละเอียดก้นทะเลได้ชัดเจนยิ่งกว่าตอนกลางวันเสียอีก

ทำให้เขาสามารถส่องดูปลา โขดหิน และแนวหญ้าทะเลได้อย่างชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้น แสงสว่างที่ชัดเจนนี้ยังช่วยให้เขามองเห็นขยะที่จมอยู่ใต้ก้นทะเลอีกด้วย ซึ่งอาจเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการสำรวจและเก็บกู้ขยะใต้น้ำในอนาคต

คอร์เบอร์เล่าว่าในระดับความลึกประมาณ 5 เมตร แสงไฟทำให้เขารู้สึกราวกับบอร์ดกำลังลอยได้ อยู่เหนือทะเลสาบน้ำตื้นอันงดงามแห่งนี้เลย

จากความสำเร็จที่น่าประทับใจนี้ คอร์เบอร์กำลังวางแผนที่จะติดตั้งกล้องลงไปเพิ่มเติมเพื่อบันทึกภาพความสวยงามที่เขาพบเจอใต้น้ำ

และเนื่องจากมีผู้คนให้ความสนใจในผลงานชิ้นนี้เป็นจำนวนมาก เขากำลังพิจารณาที่จะต่อยอดผลิตรุ่นที่มีกำลังไฟน้อยลง เพื่อให้ต้นทุนถูกลงและเปิดโอกาสให้คนทั่วไปสามารถเป็นเจ้าของและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

[แหล่งอ้างอิง]

[1] Coxworth, B. "Underwater SUP lamp illuminates subaquatic world with 90,000 lumens." New Atlas, 2026.

#วิทยาศาสตร์ #ฟิสิกส์ #เทคโนโลยี #นวัตกรรม #วิศวกรรม #โลกใต้น้ำ #ซับบอร์ด #สิ่งประดิษฐ์ #แสงและเงา #การสำรวจ

08/07/2026
08/07/2026

มนุษย์เอาไงต่อ ? จีนโชว์หุ่นยนต์คัด-ตรวจสอบพัสดุ ทำงานต่อเนื่อง 6 วันติด ไม่มีเหนื่อย แถมงานไม่พลาด

‘Agibot’ บริษัทหุ่นยนต์จากจีน จัดไลฟ์สดโชว์การทำงานของหุ่นยนต์รุ่น G2 ภายในโรงงานผลิตจริงแบบเรียลไทม์ ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพ และคัดแยกแท็บเล็ตบนสายพานการผลิต โดยสามารถประสานงานร่วมกับพนักงานมนุษย์และเครื่องจักรได้อย่างลงตัว

สิ่งที่ทำให้ G2 น่าทึ่ง คือความแม่นยำและความอึดในการทำงาน จากการถ่ายทอดสด หุ่นยนต์ตัวนี้มีผลงานที่โดดเด่นมาก อย่างเช่น ทำงานต่อเนื่องกว่า 10 ชั่วโมงโดยไม่หยุดพัก, คัดแยกสินค้าไปได้มากกว่า 3,000 ชิ้น และอัตราความสำเร็จ 100% โดยไม่มีข้อผิดพลาด

เบื้องหลังความเก่งกาจนี้ ตัวหุ่นยนต์ถูกผลิตจากชิ้นส่วนเกรดยานยนต์ มาพร้อมเซนเซอร์ที่แม่นยำระดับต่ำกว่าหน่วยมิลลิเมตร และควบคุมแรงหยิบจับได้ละเอียดอ่อน ทำให้สามารถหยิบจับ หรือประกอบชิ้นส่วนขนาดเล็กได้ดี ส่วนสมองกลขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลประสิทธิภาพสูงจาก NVIDIA ที่ช่วยให้รับรู้สภาพแวดล้อมและตัดสินใจได้แบบเรียลไทม์

นอกจากนี้ G2 ยังถูกออกแบบมาให้ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง มีระบบสลับแบตเตอรี่และชาร์จไฟอัตโนมัติ พร้อมระบบความปลอดภัยรอบทิศทาง แม้ผลการทำงานในโรงงานจริงจะทำได้ดีเยี่ยมจนน่าทึ่ง แต่ผู้เชี่ยวชาญยังมองว่านี่เป็นเพียงก้าวแรก และคงต้องรอดูความคุ้มค่า ต้นทุนการดูแลรักษา รวมถึงความทนทานในระยะยาวต่อไป ว่าจะสามารถนำมาใช้เป็นกำลังแรงงานหลักในภาคอุตสาหกรรมได้จริงหรือไม่

02/07/2026

นวัตกรรมใหม่จากอเมริกา! บริษัทในสหรัฐฯ คิดค้นรถแทรกเตอร์ที่ใช้แสง UV กำจัดศัตรูพืช โดยไม่ต้องพึ่งยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีใดๆ…

บรรยากาศในฟาร์มสตรอว์เบอร์รีที่รัฐแคลิฟอร์เนียตอนกลางคืนในตอนนี้ กำลังถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่ของเทคโนโลยีอันล้ำสมัย นี่คือ หุ่นยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติขนาดใหญ่เท่ารถแทรกเตอร์จากบริษัท ทริค โรโบติกส์ (TRIC Robotics) ที่กำลังค่อยๆ เคลื่อนตัวคร่อมไปตามร่องสวน และกำลังทำหน้าที่ฉาย แสงอัลตราไวโอเลตซี (UV-C light) ลงบนต้นพืชเพื่อกำจัดศัตรูพืชแทนการใช้สารเคมี!

แนวคิดนี้ริเริ่มโดยคุณ อดัม สเตเจอร์ (Adam Stager) ที่เขาได้ใช้หลักการทางชีววิทยาง่ายๆ จะได้ผลอย่างเหลือเชื่อ โดยเปลี่ยนแสงให้กลายเป็นอาวุธสร้าง ความเครียดทางกายภาพ (physical stressor) พูดให้เข้าใจง่ายคือ แสง UV-C ที่มีความเข้มข้นสูงจะทะลุทะลวงเข้าไปทำลายโครงสร้าง ดีเอ็นเอ (DNA) ของพวกจุลินทรีย์และเซลล์สืบพันธุ์ของแมลงโดยตรง ทำให้พวกมันอ่อนแอ รอดชีวิตยากขึ้น และไม่สามารถขยายพันธุ์ต่อไปได้

และความลับที่ทำให้วิธีนี้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดคือ "ต้องทำตอนกลางคืนเท่านั้น" เหตุผลก็เพราะว่า ตามธรรมชาติแล้วพวกเชื้อราหรือแมลงศัตรูพืชจะมีระบบซ่อมแซมเซลล์และดีเอ็นเอของตัวเองอยู่ แต่กลไกการฟื้นฟูนี้จำเป็นต้องอาศัย "แสงอาทิตย์" เป็นตัวกระตุ้น

การส่งหุ่นยนต์ไปฉายแสง UV-C โจมตีพวกมันในความมืดมิด จึงเป็นการตัดโอกาสไม่ให้พวกมันดึงแสงแดดมาช่วยซ่อมแซมตัวเองได้ทัน (เหมือนเป็นการลอบจู่โจมตอนที่พวกมันไม่ทันตั้งตัว) ทำให้สามารถหยุดการแพร่ระบาดได้อย่างเด็ดขาด

เรื่องนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วจากการทดลองในฟาร์มจริงมาตั้งแต่ช่วงปี 2016 เรื่อยมาจนถึงงานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในปี 2026 ข้อมูลยืนยันตรงกันว่า การใช้แสง UV-C ตอนกลางคืนสามารถจัดการกับศัตรูพืชตัวร้ายที่กำจัดยากอย่าง ไรแมงมุม (spider mites) และเชื้อราที่ทำให้เกิด โรคราแป้ง (powdery mildew) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมเทียบเท่ากับการฉีดพ่นสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเลยทีเดียว

แน่นอนว่าเทคโนโลยีนี้ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เพราะแสง UV-C จะจัดการได้เฉพาะศัตรูพืชที่เกาะอยู่บนพื้นผิวใบหรือจุดที่แสงส่องไปถึงเท่านั้น และในความเป็นจริง มันก็คงยังไม่สามารถไปทดแทนการใช้สารเคมีทางการเกษตรมหาศาลในสหรัฐอเมริกา (ที่มีปริมาณการใช้สูงถึงหนึ่งพันล้านปอนด์ต่อปี) ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ภายในชั่วข้ามคืน

แต่ถึงอย่างนั้น หุ่นยนต์ฉายแสงตัวนี้ก็ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนว่า การเกษตรยุคใหม่กำลังมุ่งหน้าไปทางไหน มันคือยุคของการที่เราจะได้ใช้เครื่องมือไฮเทคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวด มาช่วยลดปริมาณสารเคมีตกค้างในพืชผลที่เราบริโภคกัน และในขณะนี้ทางผู้พัฒนาก็กำลังเตรียมขยายผล นำหุ่นยนต์นี้ไปใช้ปกป้องพืชผลชนิดอื่นๆ นอกเหนือจากสตรอว์เบอร์รีในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย

[แหล่งอ้างอิง]

[1] NewsNation. "Meet the robots removing pesticides from crops." Katie Pavlich Tonight, 2024.
[2] L. Figueiredo, et al. "Evaluation of UV-C light for control of Tetranychus urticae and Eotetranychus lewisi on strawberry." Frontiers in Agronomy, 2026. DOI: 10.3389/fagro.2026.1805940
[3] A. Suthaparan, et al. "Use of low-dose UV-C irradiation to control powdery mildew: a light at the end of the tunnel." Canadian Journal of Plant Pathology, 2016. DOI: 10.1080/07060661.2016.1263807

#เทคโนโลยีการเกษตร #นวัตกรรม #หุ่นยนต์ #เกษตรอินทรีย์ #ลดการใช้สารเคมี #ความรู้รอบตัว #วิทยาศาสตร์น่ารู้ #สตรอว์เบอร์รี #รักษ์โลก

02/07/2026

สหพัฒน์จับมือทุนญี่ปุ่น ปั้นเมืองใหม่ศรีราชา 700 ไร่ รับคลื่นลงทุน EEC ระยะยาว

หลายคนอาจมองว่านี่เป็นแค่ข่าวอสังหาริมทรัพย์…

แต่ถ้ามองลึกลงไป นี่คือการวาง “โครงสร้างเมือง” สำหรับอีก 10-20 ปีข้างหน้า

SPI ในเครือสหพัฒน์ จับมือ Tokyu Corporation บริษัทพัฒนาเมืองระดับตำนานของญี่ปุ่น และ สห โตคิว ลงนามศึกษาการพัฒนาเมืองบนพื้นที่กว่า 700 ไร่ ในศรีราชา จังหวัดชลบุรี

โครงการไม่ได้ตั้งใจสร้างเพียงบ้านหรืออาคารสำนักงาน

แต่ต้องการสร้างเมืองที่รวม
การอยู่อาศัย
การทำงาน
การใช้ชีวิต
และระบบเศรษฐกิจไว้ในพื้นที่เดียว

ภายใต้แนวคิด Modern Working Place และ Plenary Living Area

ความร่วมมือนี้จะใช้เวลาศึกษา 3 ปี ก่อนต่อยอดการพัฒนาระยะยาว 10-20 ปี

จุดที่น่าสนใจคือ ทำเลดังกล่าวอยู่ใกล้จุดขึ้นลงมอเตอร์เวย์แห่งใหม่ รวมถึงพื้นที่ Service Area ซึ่งจะทำให้การเชื่อมต่อกับนิคมอุตสาหกรรม สนามบิน และท่าเรือใน EEC มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เหตุผลที่ทั้งไทยและญี่ปุ่นเลือกลงทุนระยะยาว เพราะศรีราชาไม่ใช่เมืองอุตสาหกรรมแบบเดิมอีกต่อไป

วันนี้ EEC กำลังดึงอุตสาหกรรมใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง Data Center, AI Infrastructure, Semiconductor, EV, Automation และ Advanced Manufacturing

เมื่อแรงงานเปลี่ยนจากแรงงานโรงงาน ไปสู่บุคลากรทักษะสูง เมืองก็ต้องเปลี่ยนตาม

สิ่งที่ต้องมีไม่ใช่แค่โรงงาน

แต่ต้องมีที่อยู่อาศัยคุณภาพ
สำนักงาน
โรงเรียนนานาชาติ
โรงพยาบาล
พื้นที่สีเขียว
ร้านค้า
รวมถึงระบบขนส่งที่เชื่อมต่อกันได้ทั้งหมด

Tokyu เข้าใจโมเดลนี้เป็นอย่างดี เพราะตลอดกว่า 100 ปี บริษัทไม่ได้สร้างเพียงรถไฟหรือคอนโด แต่สร้างเมืองรอบโครงสร้างพื้นฐานจนกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นหลายแห่ง

การที่ Tokyu เลือกขยายความร่วมมือกับสหพัฒน์ จึงสะท้อนว่าพวกเขาไม่ได้มองศรีราชาเป็นเพียงเมืองโรงงาน แต่กำลังมองเป็น “เมืองนานาชาติ” แห่งใหม่ของประเทศไทย

ในมุมนักลงทุน การพัฒนาเมืองขนาด 700 ไร่ หมายถึง การสร้าง Demand ใหม่ให้ทั้งพื้นที่

มูลค่าที่ดินโดยรอบ
คอนโดมิเนียม
บ้านแนวราบ
อาคารสำนักงาน
ธุรกิจค้าปลีก
โรงแรม
โลจิสติกส์
รวมถึงสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ EEC

ล้วนมีโอกาสได้รับอานิสงส์ หากแผนพัฒนาดำเนินไปตามเป้าหมาย

สิ่งที่น่าสนใจอีกด้าน คือช่วงเวลาที่โครงการนี้เริ่มต้น

ในวันที่หลายคนกังวลว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังชะลอตัว ผู้เล่นรายใหญ่กลับเลือกลงทุนใน “เมือง” มากกว่าลงทุนใน “โครงการ”

นั่นสะท้อนว่าคนที่วางเงินระยะยาว กำลังเดิมพันกับการเติบโตของพื้นที่เศรษฐกิจ มากกว่าการขายบ้านในรอบหนึ่งหรือสองปี

หลังจากนี้ สิ่งที่ต้องติดตามคือผลการศึกษาภายใน 3 ปี รูปแบบการพัฒนาเมืองจะออกมาอย่างไร และจะเชื่อมต่อกับโครงการโครงสร้างพื้นฐานของ EEC ได้มากแค่ไหน เพราะคำตอบเหล่านี้อาจเป็นตัวกำหนดทิศทางการเติบโตของศรีราชาไปอีกหลายทศวรรษ

ที่อยู่

Bangkok
10250

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ LogisticsDigestผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์