23/09/2026
ประวัติชื่อจังหวัดโดยย่อ ตามเรื่องเล่าของญี่่ปุ่น
ใครชื่นชอบจังหวัดไหน เข้าไปดูประวัติกันได้เลยค่า ส่วนแอดชอบ Aomori /Shizuoka ❤️
🇯🇵🗾 เจาะลึกประวัติศาสตร์ที่มาของชื่อทั้ง 47 จังหวัดของญี่ปุ่น
-----
❄️ ภูมิภาคฮอกไกโด
• ฮอกไกโด (Hokkaidō 北海道): แปลว่า "เส้นทางทะเลเหนือ" ในอดีตฮอกไกโดเคยเรียกว่า เอโซจิ (Ezochi 蝦夷地) แปลว่า "ดินแดนของชาวเอโซ" ที่หมายถึงชนพื้นเมืองชาวไอนุ (Ainu)
-----
🌳 ภูมิภาคโทโฮคุ (Tohoku 東北 - "ตะวันออกเฉียงเหนือ")
• อาโอโมริ (Aomori 青森): แปลว่า "ป่าสีคราม" มาจากป่าดิบหนาทึบบนเนินเขา ที่เป็นจุดสังเกตของนักเดินเรือสมัยก่อน
• อิวาเตะ (Iwate 岩手): แปลว่า "มือหิน" มาจากตำนานของศาลเจ้ามิตสึอิชิ ในเมืองโมริโอกะที่เล่าว่า ในอดีตเคยมีปีศาจที่สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ชาวบ้านจึงอธิษฐานให้เทพประจำศาลเจ้าช่วยปราบปีศาจ โดยเทพเจ้าได้ตรึงปีศาจไว้กับหินยักษ์ ทำให้ปีศาจยอมแพ้และสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายใครอีก โดยประทับรอยมือลงบนหินทิ้งไว้
• มิยากิ (Miyagi 宮城): แปลว่า "ปราสาทวัง" มาจากปราสาททากะ (Taga 多賀城) ปราสาทโบราณยุคนาระในพื้นที่
• อากิตะ (Akita 秋田): แปลว่า "นาข้าวฤดูใบไม้ร่วง"
• ยามากาตะ (Yamagata 山形): แปลว่า "รูปทรงภูเขา" มาจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน โดยเฉพาะภูเขาสามลูกแห่งเดวะ (Dewa Sanzan 出羽三山) ที่เป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ประกอบด้วย ภูเขากัซซัง ภูเขาฮากุโระ และภูเขายูโดโนะ
• ฟุกุชิมะ (Fukushima 福島): แปลว่า "เกาะแห่งโชคลาภ" มาจากชื่อปราสาทฟุกุชิมะที่เปลี่ยนมาใช้ชื่อนี้ ในช่วงปลายศตวรรษที่ 16 แต่เกาะในชื่อฟุกุชิมะ ไม่ได้หมายถึงเกาะในทะเล แต่หมายถึงภูเขาชิโนบุ ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นในพื้นที่
-----
🗼ภูมิภาคคันโต (Kanto 関東 - "ประตูตะวันออก")
• อิบารากิ (Ibaraki 茨城): แปลว่า "ปราสาทหนาม" มาจากตำนานที่เล่าว่า ราชสำนักได้ส่งขุนศึกนามว่า คุโรซากะ โนะ มิโคโตะ (Kurosaka no Mikoto 黒坂命) มาปรามโจรในพื้นที่ โดยมิโคโตะได้สร้างปราสาทมีหนามเพื่อปกป้องชาวบ้านจากโจร ส่วนอีกตำนานบอกว่า มิโคโตะได้ใช้หนาม (หรือพืชมีหนาม) ในการต่อสู้กับโจร
• โทจิกิ (Tochigi 栃木): แปลว่า "ต้นเกาลัดม้า" ที่มีอยู่มากในพื้นที่
• กุนมะ (Gunma 群馬): แปลว่า "ฝูงม้า" จากการที่ในอดีต พื้นที่แถบนี้ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์เลี้ยงม้า
• ไซตามะ (Saitama 埼玉): ถ้าแปลตามตัว จะแปลว่า "อัญมณีตรงแหลม" มาจาก sai (埼) แปลว่าแหลมหรือส่วนที่ยื่นลงไปในน้ำ กับ tama (玉) แปลว่าอัญมณีหรือหยก
ที่มาของชื่อไซตามะมีหลายทฤษฎี อย่างเช่นมาจากซากิตามะ โคะฟุง-กุน (Sakitama Kofun-gun 埼玉古墳群) สุสานเนินดินขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 5-7 ทำให้พื้นที่นี้ถูกเรียกว่าซากิตามะ ก่อนจะเพี้ยนเสียงเป็นไซตามะ หรือมาจากคำว่า ซากิตามะ (Sakitama 幸魂) แปลว่าวิญญาณแห่งความสุขและความโชคดี ที่สื่อถึงเทพเจ้าที่ประทานความสุขสวัสดิ์ให้
• ชิบะ (Chiba 千葉): แปลว่า "ใบไม้นับพัน" สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติในพื้นที่
• โตเกียว (Tōkyō 東京): แปลว่า "นครบูรพา" (เมืองหลวงทิศตะวันออก) มาจาก tō (東) แปลว่าทิศตะวันออก และ kyō (京) แปลว่าเมืองหลวง ในอดีตโตเกียวเคยมีชื่อว่าเอโดะ (Edo 江戸) แปลว่า "ปากอ่าว" หรือ "ปากแม่น้ำ"
• คานากาวะ (Kanagawa 神奈川): ถ้าแปลตรงตัว จะแปลว่า "แม่น้ำแห่งเทพเจ้า" แต่ต้นตอของชื่อนี้ไม่แน่ชัด อย่างเช่นเดิมทีตัวคันจิเคยเขียนเป็น 金川 แปลว่า แม่น้ำโลหะ ที่หมายถึงแม่น้ำคาตาบิระ (Katabira 帷子川) ที่มีน้ำสีสนิม จากทรายในแม่น้ำที่เจือปนธาตุเหล็ก หรือไม่ก็มาจากคำว่า คามิ-นาชิ-กาวะ (Kami-nashi-gawa 上無川) แปลว่าแม่น้ำที่ไม่มีต้นน้ำ
-----
🗻 ภูมิภาคชูบุ (Chubu 中部 - "ภาคกลาง")
• นีงาตะ (Niigata 新潟): แปลว่า "ทะเลสาบใหม่" หมายถึงทะเลสาบน้ำเค็ม ตรงจุดไหลบรรจบกันระหว่างแม่น้ำชินาโนะและแม่น้ำอะกาโนะ ก่อนไหลลงสู่ทะเลญี่ปุ่น
• โทยามะ (Toyama 富山): แปลว่า "ภูเขาที่มั่งคั่ง" แต่มีทฤษฎีว่า ตัวอักษรคันจิ 富 ที่แปลว่ามั่งคั่งหรืออุดมสมบูรณ์ เคยเขียนเป็น 外 ที่แปลว่าด้านนอกหรือภายนอก จึงหมายถึง "ภูเขาด้านนอก"
• อิชิกาวะ (Ishikawa 石川): แปลว่า "แม่น้ำหิน" หมายถึงบริเวณต้นแม่น้ำเทโดริ (Tedori 手取川) ที่มีโขดหินจำนวนมาก
• ฟุกุอิ (Fukui 福井): แปลว่า "บ่อน้ำแห่งความโชคดี" มาจากบ่อน้ำที่ชื่อฟุกุโนะอิ (Fuku-no-i 福の井) ที่อยู่ในปราสาทฟุกุอิ
• ยามานาชิ (Yamanashi 山梨): แปลว่า "ลูกแพร์ภูเขา"
• นากาโนะ (Nagano 長野): แปลว่า "ทุ่งยาว" ที่หมายถึงพื้นที่ลุ่มน้ำนากาโนะ (หรืออีกชื่อหนึ่งคือ เซ็นโคจิ-ไดระ Zenkoji-daira)
• กิฟุ (Gifu 岐阜): มาจากการตั้งชื่อโดยขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่นอย่างโอดะ โนบุนางะ (Oda Nobunaga 織田信長) มาจากคำสองคำคือ กิ ที่มาจากภูเขากิซัง (หรือฉีซานในภาษาจีน Qíshān 岐山) ภูเขาในตำนานของจีน ที่เป็นฐานที่มั่นเดิมของราชวงศ์โจว กับ ฟุ ที่มาจากชวีฟู่ (Qufu 曲阜) บ้านเกิดของนักปราชญ์ขงจื๊อ หากแปลตรงตัวตามอักษรคันจิ จะแปลว่า "เนินตรงทางแยก"
• ชิซูโอกะ (Shizuoka 静岡): แปลว่า "เนินเงียบสงัด" สัณนิษฐานว่ามาจากคำว่า ชิซูกาโอกะ (賤ヶ丘) แปลว่า "เนินเขาเตี้ย" ที่หมายถึงภูเขาชิซูฮาตะ-ยามะ (Shizuhata-yama 賤機山) แต่ตัวอักษรคันจิ 賤 ยังมีความหมายแง่ลบ (เพราะหมายถึงความโลภ สกปรก หรือหยาบคาย) จึงเปลี่ยนตัวอักษรใหม่เป็น 静 ที่แปลว่าความเงียบแทน
• ไอจิ (Aichi 愛知): ถ้าแปลตรงตัวจะแปลว่า "รับรู้ถึงความรัก" แต่จริง ๆ แล้ว เกิดจากการเพี้ยนเสียง และเลือกใช้ตัวอักษรคันจิที่มีเสียงคล้ายเท่านั้น
โดยไอจิเพี้ยนมาจากอายูจิ (ayuchi 年魚市) เป็นชื่อหาดเลนทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองนาโกย่า และปรากฏในบทกวีมันโยชู (Man'yōshū) ของทาเคจิ คุโรฮิโตะ (Takechi Kurohito 高市黒人) แต่ปัจจุบัน พื้นที่ดังกล่าวถูกถมทะเลตั้งแต่ยุคเอโดะ
-----
🏯 ภูมิภาคคันไซ (Kansai 関西 - "ประตูตะวันตก")
• มิเอะ (Mie 三重): แปลว่า "สามชั้น" มาจากตำนานของเจ้าชายยามาโตะ ทาเครุ โนะ มิโคโตะ (Yamato Takeru no Mikoto ヤマトタケルノミコト) ที่เหน็ดเหนื่อยและบาดเจ็บจากการต่อสู้ คัมภีร์โคจิกิ (Kojiki 古事記) ของญี่ปุ่นเล่าว่า ระหว่างที่เจ้าชายทาเครุขึ้นเนินสึเอ็ตสึกิซากะ (Tsuetsuki-zaka 杖衝坂) เจ้าชายทาเครุได้คร่ำครวญระหว่างขึ้นเนินว่า ขาของเจ้าชายหักงอเหมือนสามชั้น
• ชิงะ (Shiga 滋賀): แปลว่า "ความยินดีอันงอกงาม" แต่ต้นตอของคำ เชื่อว่ามาจากวลีภาษาญี่ปุ่น อิชิกาอารุโทโคโระ (ishi ga aru tokoro 石があるところ) แปลว่า "สถานที่ที่มีหิน" ที่หมายถึงทะเลสาบบิวะ (biwa 琵琶湖)
• เกียวโต (Kyōto 京都): แปลว่า "นครหลวง" มาจาก kyō (京) แปลว่าเมืองหลวง to (都 ออกเสียงสั้นว่าโตะหรือโทะ) แปลว่านคร
• โอซาก้า (Osaka 大阪): แปลว่า "เนินใหญ่" หรือ "ทางลาดใหญ่" มาจากเนินขนาดใหญ่ใกล้กับที่ราบสูงอุเอมาจิ (Uemachi 上町台地) ที่เป็นที่ตั้งของวัดอิชิยามะ ฮงกันจิ (Ishiyama Hongan-ji 石山本願寺) ที่ภายหลังเป็นที่ตั้งของปราสาทโอซาก้า
• เฮียวโงะ (Hyōgo 兵庫): แปลว่า "คลังแสง" มาจากคลังเก็บอาวุธของราชสำนักในยุคนาระ (710-794) ที่ถูกสร้างในพื้นที่
• นาระ (Nara 奈良): ในคัมภีร์โคจิกิเล่าว่า สมัยจักรพรรดิซูจิน ได้มีทหารสร้างป้อมปราการที่เนินเขา แต่จุดดังกล่าวเต็มไปด้วยวัชพืชขึ้นรก ทหารจึงใช้เท้าเหยียบพื้นที่ให้ราบ กลายเป็นคำกิริยาที่ว่า นาราสุ (narasu 均す) แปลว่า "ทำให้ราบ"
• วากายามะ (Wakayama 和歌山): แปลว่า "ขุนเขาแห่งบทกวี" ในบทกวีมันโยชูมีการกล่าวถึงวากายามะในชื่อ วากาโนะอุระ (Wakanoura 若の浦) ที่แปลว่า "อ่าวแห่งความเยาว์วัย" หมายถึงชายฝั่งทะเลตอนใต้ของวากายามะ
ต่อมาตัวอักษรคันจิ 若 ที่แปลว่าเยาว์วัย ถูกเปลี่ยนเป็น 和歌 ที่แปลว่าบทกวีวากะ ที่เป็นบทประพันธ์ประเภทหนึ่งของญี่ปุ่น เรื่องนี้เชื่อมโยงกับศาลเจ้าทามัตสึชิมะ ที่มีการบูชาเจ้าหญิงโซโตรุฮิเมะ (Sotoori-hime 衣通姫) ที่เป็น 1 ใน 3 เทพแห่งบทกวีวากะ
-----
⛩️ ภูมิภาคชูโกกุ (Chugoku 中国 - "แคว้นตอนกลาง")
• ทตโตริ (Tottori 鳥取): แปลว่า "จับนก" มาจากการที่ราชสำนักในอดีต ส่งคนไปในพื้นที่เพื่อจับนกน้ำส่งให้ราชสำนัก โดยคนกลุ่มนี้ถูกเรียกว่า ทตโตริเบะ (Tottoribe 鳥取部)
• ชิมาเนะ (Shimane 島根): แปลว่า "รากของเกาะ" มาจากลักษณะภูมิประเทศในอดีตของคาบสมุทธชิมาเนะ ที่เคยเป็นเกาะแยกออกจากแผ่นดินใหญ่ (เกาะฮนชู)
• โอกายามะ (Okayama 岡山): แปลว่า "เนินเขา" หรือ "ภูเขาเตี้ย" มาจาก oka (岡) แปลว่าเนิน กับ yama (山) แปลว่าภูเขา ชื่อนี้อาจเชื่อมโยงกับปราสาทโอกายามะ ที่สร้างอยู่บนเนินเขาเล็ก
• ฮิโรชิมะ (Hiroshima 広島): แปลว่า "เกาะกว้าง" มาจากไดเมียวโมริ เทรุโมโตะ (Mōri Terumoto 毛利輝元) ได้ก่อสร้างปราสาทในปี 1589 บนเกาะที่ใหญ่ที่สุดบริเวณปากแม่น้ำโอตะ
• ยามากุจิ (Yamaguchi 山口): แปลว่า "ปากภูเขา" หรือ "ทางเข้าภูเขา"
-----
🍃 ภูมิภาคชิโกกุ (Shikoku 四国 - "สี่แคว้น")
• โทคุชิมะ (Tokushima 徳島): แปลว่า "เกาะแห่งคุณธรรม" มาจากไดเมียวแห่งโทคุชิมะ ฮาจิสึกะ อิเอมาสะ (Hachisuka Iemasa 蜂須賀家政) ได้สร้างปราสาทบนเกาะที่เป็นสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ และต้องการชื่อที่เป็นมงคล
• คางาวะ (Kagawa 香川): แปลว่า "แม่น้ำหอมกรุ่น" มาจากกลิ่นของดอกไม้บริเวณแม่น้ำโคโต
• เอฮิเมะ (Ehime 愛媛): แปลว่า "หญิงงาม" มาจากตำนานการสร้างเกาะชิโกกุในคัมภีร์โคจิกิ
• โคจิ (Kōchi 高知): แปลว่า "ปัญญาอันสูงส่ง" ต้นตอของชื่อมาจากเนินเขาที่ชื่อว่า โอทากาซากะ (Ōtakasaka 大高坂) แปลว่า "เนินสูงใหญ่" เป็นที่ตั้งของปราสาทโคจิ แต่เปลี่ยนชื่อเป็นโคจิ ตามคำแนะนำของพระนิกายเซน
-----
🏖️ ภูมิภาคคิวชู (Kyushu 九州 - "เก้าแคว้น")
• ฟุกุโอกะ (Fukuoka 福岡): แปลว่า "เนินแห่งโชคลาภ" หรือ "เนินแห่งความโชคดี"
• ซากะ (Saga 佐賀): มาจากตำนานของเจ้าชายยามาโตะ ทาเครุ โนะ มิโคโตะ (คนเดียวกันกับที่มาของชื่อจังหวัดมิเอะ) ที่ตั้งชื่อดินแดนแห่งนี้ว่า ซากะโนะคุนิ (Saka-no-kuni 栄の国) แปลว่า ดินแดนแห่งความเจริญรุ่งเรือง ต่อมามีการใช้ตัวอักษรคันจิ sa (佐) แปลว่า ช่วยเหลือหรือเกื้อกูล กับ ga (賀) แปลว่าอวยพรหรือยินดี เพื่อให้ชื่อไพเราะมงคลมากขึ้น หากแปลตรงตัวจะแปลว่า "ความยินดีเกื้อกูล"
• นางาซากิ (Nagasaki 長崎): แปลว่า "แหลมยาว" หรือ "คาบสมุทรยาว"
• คุมาโมโตะ (Kumamoto 熊本): แปลว่า "ต้นกำเนิดหมี" อย่างไรก็ตามอาจจะไม่ได้หมายถึงหมีจริง ๆ ตัวคันจิ kuma (隈) เดิมอาจจะเขียนว่า 隈 แปลว่า ส่วนโค้งหรือมุม ที่หมายถึงส่วนโค้งของแม่น้ำ
• โออิตะ (Ōita 大分): มาจากตำนานที่เล่าว่า จักรพรรดิเคโกะได้ตั้งชื่อดินแดนแห่งนี้ โอคิตะคุนิ (Ōkita-kuni 碩田国) แปลว่า "ดินแดนทุ่งนากว้างใหญ่" เมื่อเวลาผ่านไป มีการออกเสียงเพี้ยนกลายเป็นโออิตะ และเปลี่ยนเป็นตัวคันจิ 大分 หากแปลตรงตัว จะแปลว่า "ส่วนแบ่งใหญ่" (大 แปลว่าใหญ่ 分 แปลว่าส่วนหรือการแบ่ง)
• มิยาซากิ (Miyazaki 宮崎): แปลว่า "แหลมศาลเจ้า"
• คาโกชิมะ (Kagoshima 鹿児島): แปลว่า "เกาะลูกกวาง" เชื่อมโยงกับตำนานเทพเจ้าและศาลเจ้าคาโกชิมะ
• โอกินาวะ (Okinawa 沖縄): แปลว่า "เชือกนอกชายฝั่ง" สื่อถึงหมู่เกาะโอกินาวะที่ทอดเรียงยาวคล้ายเชือก