13/07/2022
Japan 1st time Chapter #1
ครั้งแรกที่ผมตัดสินใจไปญี่ปุ่น ก็ต้องรอให้ถึงปี 2019 ซึ่งหลายๆคนรอบข้างผมได้เคยไปเจแปน
กันมาหมดแล้วคนละครั้งสองครั้ง บางคนถึงสามครั้งก็มี ซึ่งการไปครั้งนี้ผมไม่เรียกว่าไปเที่ยวนะ ผมเรียกมันว่าการเยี่ยมเยี่ยนเพื่อนเก่าแก่ชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งชื่อว่า เกน ซึจิโมโตะ [Gen Tsujimoto]
ผมกับเกนเจอกันครั้งตอนปี 2004 ที่เบอร์ลิน, เยอรมันนี ปีแรกที่ผมไปเรียนต่อที่นั่น
เราเจอกันที่โรงเรียนสอนภาษาเยอรมันชื่อ ฮาร์ทนัก ชูเล่อ [Hartnack Schule] บายเดอะเวย์ ซูเล่อแปลว่า School เราเรียนที่ห้องเดียวกัน ครั้งแรกที่เจอกัน ผมแอบอิจฉาเค้ามากในระดับหนึ่งเลยแหละ คิดในใจว่า"คนอะไรมันจะเท่ได้ขนาดนี้วะ" ใส่หมวกกอล์ฟ ใช้กล้องถ่ายรูป Ricoh GR1 สีดำ และยิ่งไปกว่านั้นเกนขนจักรยาน BMX ของเค้ามาจากญี่ปุ่น ทำให้ผมซึ่งคิดว่าตัวเองที่เท่ในระดับหนึ่งดูอ่อนไปเลย เข้าใจเลยว่าความ ยูนีค [unique] นี่มันอยู่ที่จิตวิญาณมากกว่าอะไรใดๆ ครั้งสุดท้ายที่เจอเกนคือปี 2006 ในงานปาร์ตี้อำลาเกนที่จะย้ายกลับญี่ปุ่น
ตอนนี้ปี 2019 13 ปีให้หลังเรากำลังจะได้เจอกันอีกครั้ง เกนแต่งงานกับเรียวโกะ [Ryoko] มีลูกด้วยกัน 3 คน มีอา [Mia] เลโอ [Leo] อาลี [Ali] อาศัยอยู่ที่โตเกียว ตรงเนินเขาย่านชานเมืองนิดๆที่มีชื่อว่า เซตากาย่า Setagaya นั่งรถไฟจากชิจูกุ Shinjugu ไปทางตะวันออกประมาณ 15 นาที เป็นย่านที่เงียบสงบไม่แออัดอยู่ในชุมชนที่พอมีอันจะกินระดับหนึ่ง
ผมลงเครื่องที่สนามนาริตะ นอนหลับเต็มอิ่มบนเครื่องบินหลังจากซื้อไวน์แดงขวดจิ๋วดื่มไป 1 ขวด และด้วยเพราะเป็นสายการบินโลว์คอส จึงไม่มีอะไรให้ทำเลยนอกจากอ่านหนังสือกับนอน เกนยืนกรานที่จะมารับผมให้ได้ซึ่งเวลาเครื่องลงจอดน่าจะประมาณ 9 โมงเช้า หลังจากผ่าน ตม. ออกมาผมก็เจอกับเกนที่มายืนรออยู่ตรงที่ทางออก เราตกใจกันในระดับหนึ่งเลย สวมกอดกันแล้วก็ทักท่ยรูปร่างหน้าตากันในระดับหนึ่ง เกนไม่ได้ดูเปลียนไปเลยแม้แต่น้อย
เราเดินไปที่รถของเกน ที่เป็นรถตู้แวนยี่ห้อ mercedes Benz Vito ซึ่งได้เจอกับ เลโอลูกคนกลางลูกชายคนเดียวของเค้า เราทักกันในระดับหนึ่ง เลโอยังดูเขินอายนิดหน่อย ญี่ปุ่นจริงๆของผมได้เริ่มขึ้นแล้วหลังจากใช้ชีวิตตอนเด็กหมดไปกับ เซนต์ เซย่า ดราก้อนบอล และโดราเอม่อน
และตอนโตหมดก็ไปกับหนังสือของ ฮารูกิ มุราคามิ [Haruki Murakani] ที่บรรยายรายละเอียดทุกอย่างของผู้คนและทุกอย่างของประเทศนี้ จนผมแทบจะไม่รู้สึกเซอร์ไพร์ใดๆอีกแล้ว เพราะผมรู้จักญี่ปุ่นผ่านตัวหนังสือของมุราคามินั่นเอง
เราขับรถขึ้นทางด่วนผ่านตัดผ่านเมืองมุ่งหน้าไปที่บ้านของเกน แต่เลโอเกิดบ่นหิวเราเลยตักสินใจแวะลงในเขตเมือง ซึ่งอาหารมื้อแรกของผมคือโฮมเมดแฮมเบอร์เกอร์ ในย่านใกล้ๆกับซิบูย่า ซึ่งผมรู้สึกว้าวในระดับหนึ่งใช่เหมือนในหนังสือเลย ก่อนออกเดินทางผมเหลือบไปเห็นร้านขายพาย แอ้ปเปิล [Apple Pie] ที่มีชื่อว่า GRANNY SMITH APPLE PIE & COFFEE ซึ้งผมชอบพายแอปเป้ิลเป็นทุนเดินอยู่แล้วเลยจัดการเข้าไปซื้อพายแอปเปิ้ล ไป 6 ชิ้นเพื่อจะเอาไปฝากเรียว ในร้านตกแต่งดูดีมากๆ หนุ่นสาวญี่ปุ่นมากันเป็นคู่หรือเป็น ให้ความรู้สึกว่าเศรษกิจในเมืองใหญ่ของเค้าไม่ต้องการนักท่องเที่ยวซักเท่าไหร่เลย
หลังจากขึ้นรถเกนก็เอ่ยปากว่า เราอยู่ใกล้ ชิบุย่า ไปขับรถผ่าน 5 แยกชิบูย่าที่โด่งดังกันประสบการณืแรกของผมที่แตดต่างไปจากนักท่องทั่วก็คือผมเห็นชิบุย่าผ่านหน้าต่างรถของเกน ซึ่งคิดไปแล้วก็สามารถอวดได้มากกว่ากว่านิดเพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่น่าทำได้แค่จะเดินผ่านกันมากว่า ถ้าไม่ได้นั่งแท็กซี่หรือขับรถผ่าน ขับไปอีกไม่เกิน 15 นาทีเราก็ได้มาถึงบ้านของเกนและเรียว