Respect travel Hi My name is Bank
An Electrical Engineer with MBA degree
who love to try gadget and tech product & system
also love to travel and enjoy life.

“ทริปที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน”
บริษัท เรสเปคท์ ทราเวล จำกัด
ใบอนุญาตเลขที่ 21/00795

ผู้เชี่ยวชาญด้านทริปท่องเที่ยวและดูงานธุรกิจแบบ Exclusive
ต่อยอดโอกาส–อัปเดตเทรนด์ธุรกิจและเทคโนโลยี
โดยทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์ตลาดจีน–ไต้หวันกว่า 25 ปี when we say "Journey" in Thai Language is sound like "Found This"
So this page is mean my journey and also mean
"I found this" and I want to share with you

08/06/2026

มากกว่าการพาดูงาน คือการเป็นพาร์ทเนอร์ที่พร้อมสนับสนุนธุรกิจคุณในทุกก้าว

​• เจรจาธุรกิจให้ครบถ้วน

• สรรหาโรงงานและสินค้าที่ใช่

• บริการแบบ Private ส่วนตัวทุกการเดินทาง

​ให้เรื่องโรงงานเป็นหน้าที่เรา เพื่อให้ธุรกิจของคุณเดินหน้าได้ไวกว่าเดิม 💼✨



#เจ่เจ๊นุ๊กทัวร์ธุรกิจไทยจีน

จากงานวิจัยที่ไม่มีใครสนใจ สู่หุ้น IPO พุ่ง 1,500% ในวันเดียว!https://www.facebook.com/share/p/1Cf3m8W1Jx/ขอบคุณข้อมูลจา...
07/06/2026

จากงานวิจัยที่ไม่มีใครสนใจ สู่หุ้น IPO พุ่ง 1,500% ในวันเดียว!

https://www.facebook.com/share/p/1Cf3m8W1Jx/

ขอบคุณข้อมูลจาก Boonchina
#จีน #นวัตกรรม #การลงทุน

เมื่อก่อนมหาวิทยาลัยมีหน้าที่ผลิต "บัณฑิต"
แต่วันนี้ มหาวิทยาลัยจีนหลายแห่งกำลังผลิต "เศรษฐี"
บางบริษัทที่มูลค่าหลายแสนล้านบาท ไม่ได้เริ่มจากโรงงานหรือออฟฟิศหรู แต่เริ่มจากห้องแล็บในมหาวิทยาลัย
ล่าสุด บริษัท 长进光子 (ฉางจิ้น โฟโตนิกส์)
ผู้พัฒนาเส้นใยแก้วนำแสงชนิดพิเศษ เข้าตลาดหุ้น 科创板 (เคอชวงป่าน) ของจีน
ราคาหุ้นวันแรกพุ่งมากกว่า 1,500%
ส่งให้มูลค่าบริษัททะลุ 63,000 ล้านหยวน (ประมาณ 315,000 ล้านบาท)
กลายเป็นหนึ่งในหุ้น IPO ที่ร้อนแรงที่สุดของปี 2026
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าราคาหุ้น
คือบริษัทนี้แทบจะ "ยกห้องแล็บออกมาตั้งบริษัท"
ผู้ก่อตั้งคือ 李劲燕 (หลี่ จิ้นเหยียน)
อดีตอาจารย์จาก 华中科技大学 (มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหฺวาจง)
หรือที่คนจีนเรียกสั้นๆ ว่า 华科 (หฺวาเคอ)
ทีมวิจัยหลัก 8 คน
มีถึง 7 คนที่เป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยเดียวกัน
ส่วนสิทธิบัตรสำคัญของบริษัทจำนวน 12 ฉบับ ก็ถูกถ่ายทอดมาจากมหาวิทยาลัยโดยตรง
ยิ่งกว่านั้น
ก่อนเข้าตลาดหุ้นเพียง 1 ปี
กองทุนลงทุนของมหาวิทยาลัยได้เข้าซื้อหุ้นรอบสุดท้าย
พอบริษัทเข้าตลาดสำเร็จ
มูลค่าการลงทุนงอกขึ้นมากกว่า 30 เท่า
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
เพราะเมืองอู่ฮั่นกำลังมีสิ่งที่เรียกว่า "Optics Valley" หรือหุบเขาแห่งอุตสาหกรรมแสง
ศูนย์รวมบริษัทด้านเลเซอร์ ชิป AI เซ็นเซอร์ และเทคโนโลยีขั้นสูงของจีน
และตรงกลางระบบนิเวศนี้ก็คือ 华中科技大学 (มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหฺวาจง)
รอบมหาวิทยาลัยในรัศมีเพียง 2.5 กิโลเมตร
มีบริษัทเทคโนโลยีกระจุกตัวอยู่เกือบ 40,000 แห่ง
หลายบริษัทที่เข้าตลาดหุ้นก็มีผู้ก่อตั้งเป็นศิษย์เก่าจากที่นี่
เรื่องนี้สะท้อนสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นทั่วจีน
มหาวิทยาลัยไม่ได้ทำหน้าที่แค่สอนหนังสืออีกต่อไป
แต่กำลังกลายเป็น "โรงงานผลิต Deep Tech"
หรือเทคโนโลยีขั้นสูงที่ต้องใช้การวิจัยยาวนานหลายปี
ในอดีต
นักวิจัยจำนวนมากใช้เวลาเป็นสิบปีอยู่ในห้องแล็บ
ทำงานกับเทคโนโลยีที่ไม่มีใครสนใจ
แต่เมื่อโลกเข้าสู่ยุค AI ชิป และโฟโตนิกส์
องค์ความรู้ที่สะสมมานานเหล่านั้น กลับกลายเป็นทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล
จีนกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า
บางครั้ง "เหมืองทอง" ที่สำคัญที่สุดของประเทศ
อาจไม่ได้อยู่ใต้ดิน
แต่อยู่ในมหาวิทยาลัย
ถ้ามหาวิทยาลัยไทยมีบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเกิดจากห้องแล็บของตัวเอง คุณอยากเห็นในอุตสาหกรรมอะไรที่สุด?

#บุญไชน่าเล่าเรื่องจีน #เล่าเรื่องจีน ีน #มหาวิทยาลัยจีน #อู่ฮั่น

พี่จีนพัฒนาไม่ยอมหยุดจริงๆ
07/06/2026

พี่จีนพัฒนาไม่ยอมหยุดจริงๆ

จีนเปิด 38 วิชาใหม่ระดับมหาลัย แผนสร้างชาติที่คนธรรมดาต้องรู้ให้ทัน

กระทรวงศึกษาธิการจีนเพิ่งอนุมัติ 38 สาขาวิชาใหม่ระดับปริญญาตรี การขยับตัวนี้มันคือการประกาศสร้างโครงสร้างพื้นฐานมนุษย์ครั้งใหญ่ระดับชาติ มหาอำนาจกำลังเปลี่ยนวิธีแก้ปัญหาเพื่อรับมือกับโลกที่ผันผวน และเป็นไปได้ว่าทิศทางตลาดงานและวิถีชีวิตของเราในอีกสิบปีข้างหน้ากำลังจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

🟡 ทำไมจีนต้องรื้อหลักสูตร

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการของจีนได้ประกาศไฟเขียวบรรจุวิชาใหม่เข้าสู่ระบบอุดมศึกษา เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนนำคะแนนจากการสอบเกาเข่า (การสอบเข้ามหาวิทยาลัยระดับชาติของจีน) มายื่นเข้าเรียนในสาขาเหล่านี้ได้ทันที

การรื้อระบบครั้งนี้เกิดขึ้น เป็นไปได้ว่าจีนประเมินแล้วว่าความรู้แบบเดิมไม่พอจะรับมือกับความท้าทายใหม่ การตั้งวิชาเหล่านี้ขึ้นมาจึงเป็นการออกแบบประชากรให้พร้อมเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีด้วยตัวเอง

🟡 วิชาใหม่มีอะไร ทำไมถึงน่าสนใจ

พอดูรายชื่อวิชาใหม่ เราจะเห็นเลยว่าจีนกำลังวางแผนสร้างคนเพื่อตอบโจทย์อนาคต ลองมาดูตัวอย่างวิชาที่เข้าใจง่ายแต่บอกใบ้ทิศทางของโลกได้ชัดเจนกัน

🔸 Low-altitude Economy: หรือเศรษฐกิจน่านฟ้าต่ำ จีนกำลังสร้างคนที่เข้าใจระบบโดรนแบบครบวงจร ตั้งแต่การขนส่งสินค้า แท็กซี่บินได้ (โดรนโดยสารไฟฟ้าที่บินข้ามเมืองหนีรถติด) ไปจนถึงระบบกู้ภัยฉุกเฉิน การเตรียมคนกลุ่มนี้คือการสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจใหม่บนท้องฟ้า

🔸Business AI ปัญญาประดิษฐ์เชิงธุรกิจ: โลกก้าวข้ามการหาคนเขียนโปรแกรมเก่งไปแล้ว ตลาดแรงงานยุคหน้าต้องการคนที่สามารถดึงเทคโนโลยีมาสร้างรายได้และแก้ปัญหาในเชิงพาณิชย์ให้องค์กรได้จริง

🔸 Agricultural Robotics หุ่นยนต์เกษตร: เป็นไปได้ว่าด้วยความต้องการเพิ่มผลผลิตทางอาหาร และให้ความสำคัญกับเรื่อง Food Security จีนจึงต้องสร้างบุคลากรมาพัฒนาเทคโนโลยีอัตโนมัติเพื่อเพิ่มผลผลิตทดแทนแรงงานคน เพราะอาหารคือความมั่นคงสูงสุดของชาติในยามวิกฤตความขัดแย้ง

🟡 เบื้องหลังหลักสูตร มหาอำนาจกำลังเตรียมรับมือวิกฤตอะไร

ถ้าเราลองถอยออกมาดูภาพรวมของวิชาทั้งหมดตั้งแต่เรื่องหุ่นยนต์ การผลิตชิป พลังงาน ไปจนถึงความมั่นคงทางอาหารและสุขภาพ เราจะเห็นจุดร่วมที่ชัดเจนมากว่าจีนไม่ได้แค่จับกระแสโลกมาเปิดสอนให้ดูเท่หรือทันสมัย แต่นี่คือการกางพิมพ์เขียวระดับประเทศเพื่อเตรียมรับมือกับการจัดการความเสี่ยงในอนาคตแบบเต็มพิกัด

มหาอำนาจชาตินี้กำลังตั้งคำถามตัวโตๆ ว่าในอีกสิบถึงยี่สิบปีข้างหน้าโลกจะหมุนไปทางไหน และถ้าวันหนึ่งโลกเข้าสู่ยุคที่ภูมิรัฐศาสตร์ตึงเครียดถึงขีดสุดจนไม่มีใครยอมเป็นมิตรด้วย ประเทศของเขาจะยังยืนหยัดอยู่ได้เองหรือไม่

การเร่งสร้างคนให้เข้าใจกระบวนการผลิตชิปเพื่อหนีการถูกคว่ำบาตร การใช้หุ่นยนต์เกษตรเพื่อผลิตอาหารเลี้ยงประชากรพันกว่าล้านคน ไปจนถึงการวางแผนพลังงานเพื่อรองรับปัญญาประดิษฐ์ ล้วนตอบโจทย์เดียวกัน

จุดประสงค์ที่แท้จริงของทั้ง 38 วิชานี้จึงก้าวข้ามเรื่องตัวเลขจีดีพี แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศแห่งการพึ่งพาตัวเองให้เบ็ดเสร็จที่สุดในทุกมิติ เพื่อให้รอดพ้นจากทุกวิกฤตที่โลกกำลังจะเหวี่ยงใส่

🟡 เรื่องนี้กระทบคนไทยอย่างไร

การเปลี่ยนเกมทักษะของจีนกำลังบอกใบ้ว่าความรู้เดิมที่เรามีอาจหมดอายุเร็วกว่าที่คิด ตลาดแรงงานโลกกำลังวิ่งเข้าหาคนที่สามารถมองภาพรวมและแก้ปัญหาข้ามสายอาชีพได้

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นเราอาจไม่ต้องถึงขั้นไปลงเรียนวิชาสร้างหุ่นยนต์ เราสามารถเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการหาช่องทางนำเครื่องมือใหม่ๆ มาผสมผสานกับงานที่ทำอยู่ ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่ใช้ข้อมูลมาลดต้นทุน หรือคนทำงานออฟฟิศที่ดึงโปรแกรมอัตโนมัติมาช่วยจัดการงานซ้ำซากในแต่ละวัน

เราทุกคนต้องกล้าโยนกรอบความคิดเก่าทิ้งและเริ่มสะสมทักษะใหม่ตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้สามารถเอาตัวรอดและเติบโตได้ในโลกที่ไม่มีที่ยืนให้คนหยุดนิ่ง

ล้ำหน้า หรือ ล็อกชีวิต? เมื่อ Jack Ma ปั้นเด็ก 15 เรียนวิชาป้อน AI ระดับมหาวิทยาลัย ตั้งแต่มัธยมปลาย!https://www.faceboo...
05/06/2026

ล้ำหน้า หรือ ล็อกชีวิต? เมื่อ Jack Ma ปั้นเด็ก 15 เรียนวิชาป้อน AI ระดับมหาวิทยาลัย ตั้งแต่มัธยมปลาย!

https://www.facebook.com/share/p/1FJ4cSB1Bu/

ขอบคุณข้อมูลจาก Boonchina 🙏

เด็กจีนอายุ 15 ปี บางคน
กำลังเรียน Machine Learning, Cloud Computing และ Robotics
ในห้องเรียนมัธยมปลายแล้ว
ไม่ใช่คอร์สพิเศษวันเสาร์
ไม่ใช่ติวแข่งขันเขียนโค้ด
แต่คือ “ห้องเรียน AI” เต็มรูปแบบ
ที่มีนักเรียนรุ่นแรกแค่ 16 คน
และคนที่ออกมาพูดเรื่องนี้ด้วยตัวเอง
คือ 马云 (หม่าหยุน) หรือ Jack Ma
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา
จีนเริ่มรู้สึกว่า
ระบบการศึกษาแบบเดิม
กำลังผลิตเด็กที่ “ทำข้อสอบเก่ง”
แต่ไม่ทันโลก AI ที่เปลี่ยนเร็วมาก
ปี 2026 โรงเรียน 云谷学校 (อวิ๋นกู่เสวียเสี้ยว / Yungu School)
โรงเรียนนวัตกรรมที่ก่อตั้งโดยทีมผู้ร่วมก่อตั้ง Alibaba
จึงเปิด “ห้องเรียน AI มัธยมปลาย” ห้องแรกของเมืองหังโจวอย่างเป็นทางการ
เปิดรับแค่ 16 คน
แต่กำลังถูกจับตาทั้งประเทศจีน
สิ่งที่น่าสนใจคือ
พวกเขาไม่ได้ตั้งใจสร้าง “ห้องเด็กเขียนโค้ด”
แต่กำลังทดลองสร้าง
“มนุษย์ยุค AI”
เด็กที่เข้าเรียนที่นี่
ไม่ได้เรียนแค่ Python หรือเขียนโปรแกรมพื้นฐาน
แต่เรียนแบบข้ามไปแตะระดับมหาวิทยาลัยตั้งแต่ ม.4
ทั้ง Machine Learning, Data Structures, Cloud Computing, Robotics
รวมถึง Calculus และ Linear Algebra
หรือพูดง่ายๆ คือ
เด็กมัธยมบางคน
กำลังเรียนวิชาที่เด็กมหาวิทยาลัยสายวิศวะยังปวดหัว
ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ
Jack Ma พูดว่า
AI ไม่ได้มีไว้ให้เด็ก “เรียนหนักกว่าเดิม”
แต่มีไว้เพื่อ
“คืนเวลาให้ความเป็นมนุษย์”
เขาบอกว่า
เมื่อ AI ช่วยเรื่องท่องจำและทำโจทย์แทนได้
เด็กควรมีเวลาไปเล่นกีฬา
เล่นดนตรี
วาดรูป
และเรียนรู้การเข้าใจคนอื่นมากขึ้น
เพราะสุดท้ายแล้ว
“AI มีชิป
แต่มนุษย์มีหัวใจ”
แนวคิดนี้เลยทำให้
โรงเรียนไม่ได้วัดเด็กจากคะแนนอย่างเดียว
แต่ดู “วิธีคิด” และ “ศักยภาพการเรียนรู้”
สูตรคัดเลือกของห้องนี้
ให้น้ำหนักคะแนนสอบเฉพาะทาง AI สูงถึง 70%
ข้อสอบมีทั้งตรรกะคณิตศาสตร์
ความเข้าใจเทคโนโลยี
และสัมภาษณ์มุมมองต่อ AI แบบตัวต่อตัว 20 นาที
แต่ในอีกด้าน
สังคมจีนก็เริ่มถกเถียงหนักเหมือนกัน
หลายคนมองว่า
เด็กอายุ 15-16 ปี
ควรถูก “ล็อกเส้นทางชีวิต” เร็วขนาดนี้ไหม
เพราะเด็กที่สอบติดห้องนี้ได้
จริงๆ ก็มีศักยภาพเข้าโรงเรียนสายสามัญระดับท็อปอยู่แล้ว
บางคนเลยถามกลับว่า
“ควรรีบปั้นเด็กเป็นสาย AI ตั้งแต่มัธยม
หรือควรให้เขาโตแบบกว้างๆ ก่อน
แล้วค่อยเลือกเฉพาะทางตอนมหาวิทยาลัย?”
แต่ถ้ามองลึกๆ
สิ่งที่จีนกำลังทดลองจริงๆ
อาจไม่ใช่ “ห้องเรียน AI”
แต่อาจเป็นการทดลองว่า
ในโลกที่ AI ฉลาดขึ้นทุกวัน
มนุษย์ควรเรียนอะไร
และโรงเรียนควรมีหน้าที่อะไรต่อไปกันแน่
ทุกวันนี้
เด็กจำนวนมากยังใช้เวลาแทบทั้งหมด
ไปกับการจำ
การสอบ
และการแข่งขันกับคนอื่น
แต่จีนเริ่มมีบางโรงเรียน
ที่กำลังถามคำถามอีกแบบว่า
ถ้า AI ทำเรื่อง “จำ” ได้ดีกว่ามนุษย์แล้ว
มนุษย์ควรเอาเวลาไปฝึกอะไรแทน
ถ้าคุณมีลูกหลานที่เก่งคณิตศาสตร์หรือเทคโนโลยีมากๆ
คุณจะเลือกให้เขาเข้า “ห้องเรียน AI เฉพาะทาง” แบบนี้ตั้งแต่มัธยมเลยไหม
หรือยังรู้สึกว่า
การเรียนสายสามัญแบบเดิม
แล้วค่อยไปเลือกทางตอนมหาวิทยาลัย
ยังปลอดภัยกว่าในระยะยาว?

#บุญไชน่าเล่าเรื่องจีน #เล่าเรื่องจีน ีน #การศึกษาจีน

03/06/2026

อยากได้สินค้าโรงงานไหน... อยากดีลธุรกิจกับใคร... บอก Respect Travel! 🤝✨
​จบปัญหาไปดูงานแล้วไม่ได้อะไรกลับมา เพราะเราจัดให้แบบครบวงจรในสไตล์ Private Group ที่ยืดหยุ่นตามใจคุณ!
​✨ ทำไมต้องไปกับเรา?
👉 พาดูงาน + พร้อมติดต่อดีลธุรกิจให้หน้างาน
👉 อยากได้สินค้าแบบไหน โรงงานอะไร เราเสาะหาให้ตรงสเปก
👉 เดินทางแบบส่วนตัว ดูแลเอ็กซ์คลูซีฟ
👉 การันตี "พาไปจริง ไม่มีเท" สบายใจหายห่วง 💯
​เปลี่ยนทริปดูงานให้เป็นทริปสร้างเงินล้าน ทักแชทสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลย!🚀

#ทัวร์นักธุรกิจ #ดูงานต่างประเทศ #ทัวร์ส่วนตัวVIP #หาโรงงานต่างประเทศ #ดีลธุรกิจตรงจุด #พาไปจริงไม่มีเท

ไม่ใช่แค่แข่งฉลาด แต่แข่งว่าใครสายป่านยาวกว่า! ดีลประวัติศาสตร์ 1.6 ล้านล้านบาท ที่จะเปลี่ยนโฉม AI จีนไปตลอดกาลhttps://w...
02/06/2026

ไม่ใช่แค่แข่งฉลาด แต่แข่งว่าใครสายป่านยาวกว่า! ดีลประวัติศาสตร์ 1.6 ล้านล้านบาท ที่จะเปลี่ยนโฉม AI จีนไปตลอดกาล

https://www.facebook.com/share/p/1DfLM46ofm/

ขอบคุณข้อมูลจาก Boonchina 🙏

ีน #เทคโนโลยี #ข่าวไอที

คนจีนกำลังจะได้เห็น
“สงคราม AI”
ที่ไม่ได้แข่งกันแค่ว่าใครฉลาดกว่า
แต่แข่งกันว่า
“ใครมีเงินและทรัพยากรพอจะปั้น AI ต่อได้”
ปลายเดือนพฤษภาคม 2026
มีข่าวใหญ่ในวงการเทคจีน
เมื่อ DeepSeek
บริษัท AI ดาวรุ่งของจีน
กำลังจะเปิดรับเงินลงทุนจากคนนอก “ครั้งแรก”
และคนที่ลงมานำทีมลงทุนรอบนี้
ไม่ใช่นักลงทุนทั่วไป
แต่คือ
“กองทุนระดับชาติของจีน”
กองทุนนี้
เป็นกองทุนที่รัฐบาลจีนใช้สนับสนุน
อุตสาหกรรมชิปและเทคโนโลยีสำคัญของประเทศมานาน
ที่ผ่านมา
แทบไม่เคยลงทุนในบริษัท AI โดยตรง
แต่ครั้งนี้
กลับเลือกลงเงินให้ DeepSeek
มันเลยเป็นสัญญาณสำคัญว่า
รัฐบาลจีนเริ่มมองว่า
“AI สำคัญระดับเดียวกับชิปและพลังงานแล้ว”
ก่อนหน้านี้ DeepSeek
ถูกมองว่าเป็นบริษัทสาย “อุดมการณ์”
เพราะบริษัทแม่มีเงินทุนของตัวเองเยอะมาก
ทำให้ไม่ต้องรีบหาเงินจากนักลงทุนภายนอก
แต่ตอนนี้
แม้แต่ DeepSeek ก็เริ่มต้องหาเงินเพิ่ม
เหตุผลหลักคือ
ยิ่ง AI เก่งขึ้น
ต้นทุนก็ยิ่งแพงขึ้นมหาศาล
ทั้งค่าไฟ
ค่าเซิร์ฟเวอร์
ค่าชิป
และค่าประมวลผล
ทุกอย่างกินเงินหนักมาก
ข่าวบอกว่า
ตอนนี้ DeepSeek
อาจถูกตีมูลค่าสูงถึง
45,000 ล้านดอลลาร์
หรือประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท
ถ้าดีลนี้เกิดขึ้นจริง
จะกลายเป็นการระดมทุนครั้งใหญ่ที่สุด
ของบริษัท AI จีนทันที
อีกจุดที่น่าสนใจมากคือ
AI รุ่นใหม่ของ DeepSeek
เริ่มรองรับชิป AI ของ Huawei แล้ว
แปลว่า
จีนกำลังพยายามสร้างระบบ AI ของตัวเองทั้งหมด
ตั้งแต่ชิป
ระบบคลาวด์
โมเดล AI
ไปจนถึงแอปพลิเคชัน
โดยไม่ต้องพึ่งบริษัทอเมริกันเหมือนเดิม
พูดง่ายๆ คือ
นี่ไม่ใช่แค่ข่าวธุรกิจ
แต่มันคือ
“การแข่งขันด้านเทคโนโลยีระดับประเทศ”
ตอนนี้บริษัทเทคจีนหลายแห่ง
ก็เริ่มจับตาดีลนี้อย่างใกล้ชิด
Tencent
ดูสนใจมาก
เพราะ AI ของตัวเองยังตามหลังคู่แข่ง
ส่วน Alibaba
กลับค่อนข้างนิ่ง
เพราะมีทั้งคลาวด์และระบบ AI ของตัวเองอยู่แล้ว
สิ่งที่น่าสนใจที่สุด
อาจไม่ใช่เรื่องมูลค่าบริษัท
แต่คือการเปลี่ยนแปลงของ DeepSeek เอง
จากบริษัทสายเปิดเทคโนโลยีให้คนใช้ฟรี
(Open-source)
กำลังเริ่มเดินเข้าสู่โลกของ
“ธุรกิจเต็มตัว”
ผู้ก่อตั้งอย่าง
Liang Wenfeng
เคยพูดไว้ว่า
เป้าหมายสำคัญของบริษัท
คือการสร้าง AI ที่ฉลาดระดับมนุษย์
ไม่ใช่แค่ทำกำไร
แต่วันนี้
แม้แต่บริษัทที่มีอุดมการณ์มากที่สุด
ก็เริ่มต้องยอมรับว่า
“AI ที่เก่งมาก”
ต้องใช้เงินมหาศาลในการเลี้ยงระบบ
และนี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ AI จีน
เพราะการแข่งขันในอนาคต
อาจไม่ได้วัดกันแค่ว่า
“ใครมี AI ฉลาดกว่า”
แต่อาจวัดกันว่า
“ใครมีประเทศคอยหนุนหลังมากกว่ากัน”

#บุญไชน่าเล่าเรื่องจีน ีน #เทคจีน #เล่าเรื่องจีน

01/06/2026

เพราะ "ไลฟ์คือโอกาส" ที่ไม่มีขีดจำกัด! 🎬✨

ยุคนี้ใครๆ ก็จับมือถือขึ้นมาไลฟ์ได้ แต่จะไลฟ์ยังไงให้ปัง ยอดขายพุ่ง และมัดใจคนดูได้อยู่หมัด? นั่นคือสิ่งที่คุณต้องรู้! ไม่ต้องลองผิดลองถูกให้เสียเวลาอีกต่อไป

​ให้เราช่วยคุณเปลี่ยนทุกการกด Live ให้เป็นเม็ดเงินและโอกาสทางธุรกิจ

🎯 Respect Travel พร้อมพาคุณล้วงลึกถึงเทคนิคอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ศูนย์จนเซียน!

​ #สร้างโอกาสใหม่ๆ
​ #เปลี่ยนไลฟ์เป็นเงิน
​ #ปลุกไฟสร้างธุรกิจ
​ #โอกาสไม่มีขีดจำกัด

31/05/2026

ยกระดับการดูงานให้เหนือกว่าที่เคย กับ Respect Travel ✨ ไม่ใช่แค่พาไปดู แต่เราจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และหาแหล่งสินค้าโรงงานที่คุณต้องการให้ด้วย เดินทางแบบสเปเชียล Private ทริป

#ดูงานต่างประเทศ #จับคู่ธุรกิจ #พาทัวร์โรงงาน #ทริปดูงาน #ทริปส่วนตัว #ทัวร์นักธุรกิจ #หาแหล่งสินค้า #ทัวร์VIP

🥕 ลืมภาพตลาดสดแบบเดิมไปได้เลย! จีนกำลังทำให้ "การขายผัก" กลายเป็นสงครามเทคโนโลยีและซัพพลายเชนhttps://www.facebook.com/sh...
30/05/2026

🥕 ลืมภาพตลาดสดแบบเดิมไปได้เลย! จีนกำลังทำให้ "การขายผัก" กลายเป็นสงครามเทคโนโลยีและซัพพลายเชน

https://www.facebook.com/share/p/1GmuVUffw2/

ขอบพระคุณข้อมูลจาก Boonchina 🙏

จีนกำลัง “เอาจริง” กับการขายผักสด
จนธุรกิจนี้ถูกเรียกว่า
“วิชาขั้นสุดของวงการค้าปลีก”
เพราะของสดคือของที่ขาย “เหนื่อยที่สุด”
เก็บไม่นานก็เสีย
กำไรต่ำ
ต้องเติมของทุกวัน
พลาดนิดเดียวคือขาดทุน
แต่ถึงอย่างนั้น
ทุกแบรนด์ใหญ่ในจีนตอนนี้
กลับกำลังวิ่งเข้าหาธุรกิจนี้พร้อมกัน
วันนี้ในจีน
ศึกขายผักไม่ได้เป็นแค่เรื่องตลาดสดอีกต่อไป
แต่มันกลายเป็นสงครามระหว่าง
* ห้างยักษ์ใหญ่
* แอปเดลิเวอรี
* ซูเปอร์มาร์เก็ตต่างชาติ
* ไปจนถึง “ร้านขายขนม”
ที่หันมาขายผักสดกัน
เหตุผลสำคัญมีอยู่คำเดียวคือ
“Traffic”
หรือก็คือ
“อะไรที่ทำให้คนยอมเดินเข้าร้านทุกวัน”
คนอาจไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าทุกวัน
ไม่ได้ซื้อชานมไข่มุกทุกวัน
แต่คนต้องซื้อ
* ไข่
* ผัก
* เต้าหู้
* เนื้อสด
แทบทุกวัน
ใครยึดครัวได้
คนนั้นก็ยึดกระเป๋าสตางค์ของครอบครัวได้
สิ่งที่น่าสนใจคือ
จีนกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของ “ซูเปอร์มาร์เก็ตชุมชน”
ร้านที่กำลังมาแรงที่สุดตอนนี้
ไม่ใช่ห้างใหญ่หรูอีกแล้ว
แต่เป็นร้านขนาดไม่ใหญ่มาก
อยู่ใต้คอนโดหรือหน้าหมู่บ้าน
เดินใส่รองเท้าแตะลงมาซื้อได้เลย
บทความของ 财经无忌 (ไฉจิงอู๋จี้) บอกว่า
ตอนนี้มี “4 กองทัพใหญ่” กำลังสู้กันในตลาดนี้
1. ห้างดั้งเดิม
อย่าง 永辉 (หย่งฮุย) และ 大润发 (ต้าเหรินฟา)
กำลังพยายามเปลี่ยนตัวเอง
ให้บริการดีขึ้น
ใส่ใจลูกค้ามากขึ้น
บางร้านถึงขั้น
ปอก ตัด แต่งผักให้ลูกค้าก่อนกลับบ้าน
2. ยักษ์อินเทอร์เน็ต
อย่าง 美团 (เหมยถวน) และ 阿里巴巴 (อาลีบาบา)
ใช้แอป + เดลิเวอรี + ซัพพลายเชน
เข้ามาบุกตลาดเต็มตัว
เช่น 盒马 (เหอหม่า)
ที่ตอนนี้แทบกลายเป็น “มาตรฐานใหม่” ของซูเปอร์มาร์เก็ตจีนไปแล้ว
3. ยักษ์ต่างชาติ
อย่าง Sam’s Club และ ALDI (อ้าวเล่อฉี)
Sam’s Club เล่นเกมแบบ “แพงแต่จบ”
ของคุณภาพสูง
แพ็กใหญ่
คนจีนชั้นกลางยอมซื้อเพราะรู้สึกว่า “ไม่ต้องคิดเยอะ”
ส่วน ALDI ใช้โมเดลสายประหยัดสุดๆ
ตอนนี้ในจีนเปิดเกิน 100 สาขาแล้ว
และปีนี้เตรียมเพิ่มอีก 50 สาขา
4. ร้านขนมที่กระโดดมาขายผัก
อันนี้คือแปลกที่สุด
แบรนด์ขนมอย่าง 良品铺子 (เหลียงผิ่นผู่จื่อ)
เริ่มเปิดซูเปอร์มาร์เก็ตชุมชนของตัวเอง
มีทั้งผัก เนื้อ อาหารทะเล
วางอยู่ข้างขนมเลย
เพราะทุกคนเริ่มเข้าใจแล้วว่า
“คนอาจเลิกกินขนมได้
แต่ไม่มีใครเลิกซื้อผัก”
สิ่งที่น่าสนใจมากคือ
บทความบอกว่า
ตลาดสดจีนแบบดั้งเดิม
กำลังเริ่ม “แพ้เรื่องราคา”
เมื่อก่อนตลาดสดถูกสุด
แต่วันนี้
ซูเปอร์มาร์เก็ตสมัยใหม่ใช้พลังซัพพลายเชน
กดราคาจนถูกกว่าแล้ว
สุดท้าย
ผู้ชนะอาจไม่ใช่บริษัทที่มี AI เก่งที่สุด
แต่คือร้านที่ทำให้คนรู้สึกว่า
“ซื้อผักง่าย
ใกล้บ้าน
ถูก
และไม่ต้องคิดเยอะ”
ฟังดูธรรมดาใช่ไหมครับ
แต่ในจีนตอนนี้
แค่ “ขายผัก” ให้ชนะ
อาจกลายเป็นประตูสู่การครองธุรกิจค้าปลีกระดับประเทศเลยก็ได้
ถ้าหน้าคอนโดคุณ
มีร้านแบบนี้เปิด
* ผักถูก
* ของสดดี
* เดิน 3 นาทีถึง
* เปิดดึก
* ส่งถึงบ้านได้
คุณจะยังเข้าห้างใหญ่ หรือ ไปเดินตลาดสด เหมือนเดิมไหมครับ?

#บุญไชน่าเล่าเรื่องจีน #เล่าเรื่องจีน
#จีน #ค้าปลีกจีน #ซูเปอร์มาร์เก็ตจีน

29/05/2026

ยกระดับการดูงานให้เหนือกว่าที่เคย กับทริปธุรกิจแบบ Private Exclusive 🇨🇳✨
​เราไม่ได้แค่พาคุณไปเดินชม แต่เราพาคุณไป "ปิดดีล"
🔹 Business Connection: เชื่อมต่อและติดต่อดีลธุรกิจกับคู่ค้าจีนโดยตรง
🔹 Factory Sourcing: อยากได้สินค้าแนวไหน โรงงานระดับไหน เราเสาะหาและคัดเกรดที่ดีที่สุดให้คุณ
🔹 Tailor-made Trip: ยืดหยุ่น เป็นส่วนตัว และเจาะลึกเฉพาะอุตสาหกรรมของคุณเท่านั้น
​เดินทางแบบผู้นำ สบายใจ เป็นส่วนตัว และได้ผลลัพธ์ธุรกิจกลับมาจริง
#ทริปดูงานVIP #ดีลธุรกิจ #หาโรงงานจีน

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Respect travelผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Respect travel:

แชร์