สถานีรถไฟบางละมุง การรถไฟแห่งประเทศไทย

สถานีรถไฟบางละมุง การรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟแห่งประเทศไทย

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 พนักงานสถานที่ศรีราชา แขวงบำรุงทางศรีราชา ฝ่ายการช่างโยธา ดำเนินการตัดต้นไม้ บริเวณเขตบ้านพักและ...
25/06/2026

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 พนักงานสถานที่ศรีราชา แขวงบำรุงทางศรีราชา ฝ่ายการช่างโยธา

ดำเนินการตัดต้นไม้ บริเวณเขตบ้านพักและบริเวณรอบๆ สถานีรถไฟบางละมุง ให้สะอาดเรียบร้อย แลดูสวยงามและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร

"ดำเนินการตีเส้นจราจร เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง"เมื่อวันอังคารที่ 16 มิ.ย.2569 สถานีรถไฟบางละมุง โดยนายบดินทร์  ...
16/06/2026

"ดำเนินการตีเส้นจราจร เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง"

เมื่อวันอังคารที่ 16 มิ.ย.2569 สถานีรถไฟบางละมุง โดยนายบดินทร์ นัยจิต นายสถานีรถไฟ ได้ร่วมกับทางเจ้าหน้าที่เทศกิจ เทศบาลตะเคียนเตี้ย อำนวยความสะดวกการจราจร ให้กับบริษัทผู้รับเหมาของเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย

ดำเนินการตีเส้นจราจรทั้งสองด้าน ณ จุดตัดทางรถไฟเส้นตลาดโรงโป๊ะ-ตะเคียนเตี้ย เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ถนนผ่านจุดตัดเส้นทางดังกล่าวนี้

ในการนี้ทางการรถไฟฯ ขอความร่วมมือผู้ใช้ถนน กรุณาอย่าจอดคร่อมหรือหยุดทับเส้นสีเหลือง และควรเว้นระยะห่างไว้ เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน
#สถานีรถไฟบางละมุงการรถไฟแห่งประเทศไทย
#เทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย

บูรณาการร่วมกันระหว่างการรถไฟฯและหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อให้เกิดประโยชน์และเกิดความปลอดภัย ต่อผู้ใช้เส้นทางสัญจรผ่านไปมาจุ...
11/06/2026

บูรณาการร่วมกันระหว่างการรถไฟฯและหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อให้เกิดประโยชน์และเกิดความปลอดภัย ต่อผู้ใช้เส้นทางสัญจรผ่านไปมาจุดตัดนี้
#การรถไฟฯซ่อมราง
#เทศบาลฯซ่อมถนน

เทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย ผนึกการรถไฟบางละมุง ประชุมวาระเร่งด่วนแก้ปัญหาจราจร เตรียมปิดถนนทางข้ามรถไฟโรงโป๊ะ–ตะเคียนเตี้ย ป...
04/06/2026

เทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย ผนึกการรถไฟบางละมุง ประชุมวาระเร่งด่วนแก้ปัญหาจราจร เตรียมปิดถนนทางข้ามรถไฟโรงโป๊ะ–ตะเคียนเตี้ย ปรับปรุงผิวจราจรและซ่อมบำรุงทางรถไฟ 10 มิ.ย.นี้
#ขออภัยไม่ความไม่สะดวก

วิเคราะห์งบ รฟท. ทำไมถึงขาดทุนหมื่นล้าน ทั้งที่ไม่ได้สั่งรถไฟใหม่ /โดย ลงทุนแมนสำหรับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจแล้ว หากพูดถึงหน...
04/06/2026

วิเคราะห์งบ รฟท. ทำไมถึงขาดทุนหมื่นล้าน ทั้งที่ไม่ได้สั่งรถไฟใหม่ /โดย ลงทุนแมน
สำหรับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจแล้ว หากพูดถึงหน่วยงาน ที่ขาดทุนสะสมเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ
แน่นอนว่าหน่วยงานนั้นก็คือ “การรถไฟแห่งประเทศไทย

วิเคราะห์งบ รฟท. ทำไมถึงขาดทุนหมื่นล้าน ทั้งที่ไม่ได้สั่งรถไฟใหม่ /โดย ลงทุนแมน
สำหรับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจแล้ว หากพูดถึงหน่วยงาน ที่ขาดทุนสะสมเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ
แน่นอนว่าหน่วยงานนั้นก็คือ “การรถไฟแห่งประเทศไทย”

ถ้าเราดูงบการเงิน ของการรถไฟฯ เราจะเห็นว่ามีผลขาดทุนทุก ๆ ปี โดย

ปี 2566 มีผลขาดทุน 14,378 ล้านบาท
ปี 2567 มีผลขาดทุน 21,905 ล้านบาท
ปี 2568 มีผลขาดทุน 20,060 ล้านบาท

แล้วทำไมการรถไฟแห่งประเทศไทย ถึงมีผลประกอบการขาดทุนถึงหลักหมื่นล้านบาททุกปี ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

ก็ต้องบอกว่า แม้การรถไฟแห่งประเทศไทย จะขาดทุนหลักหมื่นล้านบาท
แต่การรถไฟแห่งประเทศไทย ก็มีรายได้มากถึงหลักหมื่นล้านบาทเช่นกัน อย่าง

- ปี 2566 มีรายได้ 21,764 ล้านบาท
- ปี 2567 มีรายได้ 28,857 ล้านบาท
- ปี 2568 มีรายได้ 28,085 ล้านบาท

ถ้าเราแงะดูไส้ในที่เป็นสัดส่วนรายได้ เราจะเห็นว่าในปีล่าสุดที่มีรายได้ 28,085 ล้านบาทนั้น มาจาก

- รายได้จากการขนส่ง 6,167 ล้านบาท
- รายได้จากการปล่อยที่ดินให้เช่า อย่างเช่น ที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว 4,453 ล้านบาท
- รายได้จากเงินอุดหนุนรัฐบาล 14,410 ล้านบาท
- รายได้จากรถไฟชานเมืองสายสีแดง 247 ล้านบาท
- และรายได้อื่น ๆ อีก 2,808 ล้านบาท

จะเห็นได้ว่า รายได้ของการรถไฟฯ มาจากการขนส่งเพียง 6,167 ล้านบาท
หรือคิดเป็นเพียง 22% ของรายได้ทั้งหมดเท่านั้น
แต่รายได้ส่วนใหญ่นั้น มาจากเงินอุดหนุนจากรัฐบาล 14,410 ล้านบาท

แล้วทำไมรัฐบาลต้องควักเงินมากกว่าหมื่นล้านบาท เพื่ออุ้มกิจการรถไฟ ?

ก็ต้องบอกว่า ปัจจุบันรถไฟไทยหลายขบวน ล้วนเป็นการบริการเดินรถเชิงสังคม ดังนั้น ค่าโดยสารรถไฟหลาย ๆ ขบวน โดยเฉพาะขบวนรถไฟธรรมดา หรือขบวนรถไฟท้องถิ่นโดยส่วนมาก ก็จะมีราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนที่ใช้ในการเดินรถจริง ๆ ยกตัวอย่างเช่น

- ขบวนรถไฟชั้น 3 จากกรุงเทพ (หัวลำโพง) - ฉะเชิงเทรา มีค่าโดยสาร 13 บาท
- ขบวนรถไฟชั้น 3 จากกรุงเทพ (หัวลำโพง) - อยุธยา มีค่าโดยสาร 15 บาท
- ขบวนรถไฟชั้น 3 จากสถานีรถไฟธนบุรี - กาญจนบุรี มีค่าโดยสาร 25 บาท
- ขบวนรถไฟชั้น 3 จากกรุงเทพ (หัวลำโพง) - จุกเสม็ด (จังหวัดระยอง) มีค่าโดยสาร 40 บาท

หรือถ้านั่งรถไฟชั้น 3 ไปในระยะไกล ๆ หน่อย อย่างหาดใหญ่ อุบลราชธานี หรือที่เชียงใหม่ อัตราค่าโดยสารรถไฟนั่งชั้น 3 ก็มักจะไม่เกิน 300 บาท

ในขณะที่การเดินทางในรูปแบบอื่น ๆ อย่างรถทัวร์ ถ้าเดินทางไปไกลระดับนี้ ต้องจ่ายอย่างต่ำ 600 บาทเข้าไปแล้ว

ซึ่งรถไฟธรรมดา หรือรถไฟชั้น 3 นี้ ก็ถูกมองว่าเป็นรถไฟบริการเชิงสังคม ที่ค่าบริการจะต้องถูกเข้าไว้ เพื่อซัปพอร์ตผู้มีรายได้น้อย คล้าย ๆ กับโครงการบัตรทอง 30 บาท

ดังนั้น หากเทียบเป็นรายได้ต่อกิโลเมตรแล้ว การรถไฟแห่งประเทศไทย สามารถเก็บค่าโดยสารต่อหัวได้เพียงแค่ 0.24 บาทต่อกิโลเมตร
ในขณะที่ต้นทุนในการเดินรถไฟเฉลี่ยต่อหัว กลับพุ่งสูงถึง 3.2 บาทต่อกิโลเมตร

ซึ่งต้นทุนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เหล่านี้ ก็เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับเดินรถโดยตรง เช่น ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง หรือค่าใช้จ่ายพนักงานประจำรถไฟ

เมื่อการวิ่งรถไฟชั้น 3 ขาดทุนหนักมาก ๆ ทำให้การรถไฟแห่งประเทศไทย จำเป็นต้องเอากำไรค่าโดยสาร จากขบวนรถไฟนอนชั้น 1 หรือขบวนรถไฟนั่งและนอนปรับอากาศชั้น 2
ซึ่งเป็นรถโดยสารที่มีความสะดวกสบายขึ้นมาอีกระดับ

ซึ่งขบวนรถไฟปรับอากาศ ก็จะเน้นเป็นรถไฟขบวนด่วนพิเศษ ขบวนด่วน และขบวนเร็ว ที่วิ่งจากกรุงเทพอภิวัฒน์ ไปยังจุดหมายปลายทางไกล ๆ เช่น เชียงใหม่ หนองคาย อุบลราชธานี หาดใหญ่ หรือสุไหงโก-ลก

ขบวนรถไฟปรับอากาศเหล่านี้ ถือเป็นขบวนรถไฟที่สามารถทำกำไรจากการเดินรถได้ เนื่องจากค่าโดยสารถูกคิดในราคาที่สูง โดยจะอยู่ที่ประมาณ 500-1,500 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทของรถไฟ และระยะทางที่วิ่งไปยังจุดหมาย

แต่ถึงแม้ว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย สามารถทำกำไรจากการเดินรถ จากขบวนรถไฟปรับอากาศได้บ้าง แต่เมื่อลองดูงบการเงินโดยภาพรวมแล้ว
การรถไฟแห่งประเทศไทย ก็ยังคงมีผลประกอบการที่ขาดทุนจากการเดินรถอยู่ดี

ถ้าไปดูฝั่งรายได้ ในปี 2568 การรถไฟแห่งประเทศไทย มีรายได้จากการขนส่งอยู่ที่ 6,167 ล้านบาท

แต่ฝั่งค่าใช้จ่ายประจำ ที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถไฟ อย่างค่าน้ำมัน หรือค่าพนักงานประจำรถไฟ
การรถไฟแห่งประเทศไทย มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 7,668 ล้านบาท

จะเห็นได้ว่า แค่เดินรถไฟเฉย ๆ การรถไฟฯ ก็ขาดทุนไปแล้วกว่า 1,501 ล้านบาท

ซึ่งยังไม่รวมกับค่าใช้จ่ายสำหรับซ่อมบำรุง ที่ทั้งปี 2568 ใช้จ่ายหมดไปอีก 2,872 ล้านบาท

ด้วยเหตุนี้ ก็เลยเป็นเหตุให้ทางภาครัฐ ต้องควักเงินจากงบประมาณแผ่นดิน เพื่ออุ้มจากการที่การรถไฟแห่งประเทศไทย เดินรถแล้วขาดทุน
โดยในปี 2568 รัฐบาลได้ให้เงินอุ้มไปกว่า 14,410 ล้านบาท

แต่ต้องบอกว่า ด้วยจำนวนเม็ดเงินมหาศาล ที่รัฐบาลคอยอุ้มเพื่อพยุงกิจการ ก็ยังไม่ได้ช่วยให้ธุรกิจของการรถไฟแห่งประเทศไทย กลับมามีผลกำไรอย่างเห็นได้ชัด

เราลองไปดูงบปี 2568 ของการรถไฟแห่งประเทศไทยอีกที

การรถไฟแห่งประเทศไทย มีรายได้ทั้งหมด 28,085 ล้านบาท โดยรายได้นั้นมาจาก

- รายได้จากการขนส่ง 6,167 ล้านบาท
- รายได้จากการปล่อยที่ดินให้เช่า อย่างเช่น ที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว 4,453 ล้านบาท
- รายได้จากเงินอุดหนุนรัฐบาล 14,410 ล้านบาท
- รายได้จากรถไฟชานเมืองสายสีแดง 247 ล้านบาท
- และรายได้อื่น ๆ อีก 2,808 ล้านบาท

ส่วนฝั่งของค่าใช้จ่าย การรถไฟแห่งประเทศไทย
มีค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด 41,241 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายต่าง ๆ นั้น แบ่งออกเป็น

- ค่าใช้จ่ายเดินรถขนส่ง 7,668 ล้านบาท
- ค่าใช้จ่ายบำรุงทาง อาณัติสัญญาณและสิ่งปลูกสร้าง 2,491 ล้านบาท
- ค่าใช้จ่ายบำรุงรักษารถจักรและล้อเลื่อน 2,872 ล้านบาท
- ค่าใช้จ่ายระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง 1,386 ล้านบาท

- ค่าใช้จ่ายในการบริหาร 2,592 ล้านบาท
- ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน 6,009 ล้านบาท
- ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย 15,997 ล้านบาท
- ดอกเบี้ยเงินกู้ที่รัฐบาลรับภาระ 1,902 ล้านบาท
- ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ 324 ล้านบาท

จะเห็นได้ว่า ค่าใช้จ่ายทางบัญชีของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่มากที่สุด
ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายในการเดินรถ ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายเพื่อผลประโยชน์ของข้าราชการในสังกัด

แต่กลับเป็น “ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย” ที่ในปี 2568 การรถไฟแห่งประเทศไทย มีค่าใช้จ่ายตรงนี้มากถึง 15,997 ล้านบาท เลยทีเดียว

ซึ่งปี 2567 การรถไฟแห่งประเทศไทย ก็มีค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย กว่า 16,732 ล้านบาท

แล้วค่าเสื่อมราคาตรงนี้ มาจากตรงไหนบ้าง ?

ก็ต้องบอกว่า ค่าเสื่อมราคาตรงนี้ ก็มาจากโครงสร้างพื้นฐานของระบบราง รางรถไฟ หัวรถจักร ขบวนรถไฟ สถานีรถไฟต่าง ๆ ทั่วประเทศ​ ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ทำการก่อสร้างตั้งแต่ในอดีต

ซึ่งค่าเสื่อมราคานี้ ก็ยังคิดจากสินทรัพย์ที่มีมานาน

ไปจนถึงโครงการที่เพิ่งสร้างแล้วเสร็จ อย่างรถไฟฟ้าสายสีแดง 2 สาย และสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ที่เพิ่งเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อ 3 ปีก่อน รวมถึงเส้นทางรถไฟทางคู่บางเส้นทางในต่างจังหวัด ที่เพิ่งสร้างแล้วเสร็จ

โดยในทางบัญชี ค่าเสื่อมราคาที่ถูกบันทึกไว้ที่ 15,997 ล้านบาท จะไม่ถูกบันทึกตูมเดียวจบ แต่ค่าเสื่อมราคาจะถูกทยอยตัดเป็นค่าใช้จ่ายรายปี ตามอายุของการใช้งานของสินทรัพย์

อย่างกลุ่มอาคารและสิ่งปลูกสร้าง มีอายุการใช้งานมากที่สุด 50 ปี
และกลุ่มรถจักรและล้อเลื่อนเก่า ๆ มีอายุการใช้งานมากที่สุด 40 ปี

ซึ่งค่าเสื่อมราคาหลัก ๆ ที่บันทึกในงบการเงินปี 2568 มาจาก
- ทางรถไฟและสะพาน 5,561 ล้านบาท
- อาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม 2,653 ล้านบาท
- รถจักรและล้อเลื่อน 2,277 ล้านบาท
- สินทรัพย์ถาวรอื่น 1,842 ล้านบาท
- ยานพาหนะ เครื่องจักรและอุปกรณ์ 1,828 ล้านบาท
- อาคารและสิ่งปลูกสร้าง 1,593 ล้านบาท

ขณะที่มูลค่าของสินทรัพย์ระยะยาวสุทธิ (หลังหักค่าเสื่อมราคาสะสม) ตามบัญชี ณ สิ้นปี 2568 ที่ยังเหลือให้ตัดค่าเสื่อมราคาอีก อย่างรายการ ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ อยู่ที่ 383,148 ล้านบาท แบ่งเป็น

- ที่ดิน (ไม่ต้องคิดค่าเสื่อมราคา) มีมูลค่าสุทธิ 3,272 ล้านบาท
- อาคารและสิ่งปลูกสร้าง มีมูลค่าสุทธิ 35,993 ล้านบาท
- ทางรถไฟและสะพาน มีมูลค่าสุทธิ 94,086 ล้านบาท
- รถจักรและล้อเลื่อน มีมูลค่าสุทธิ 21,652 ล้านบาท
- อาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม มีมูลค่าสุทธิ 17,162 ล้านบาท
- ยานพาหนะ เครื่องจักรและอุปกรณ์ มีมูลค่าสุทธิ 4,107 ล้านบาท
- สินทรัพย์ถาวรอื่น มีมูลค่าสุทธิ 5,101 ล้านบาท
- สินทรัพย์ระหว่างดำเนินการ (ยังไม่เริ่มคิดค่าเสื่อม) มีมูลค่าสุทธิ 201,775 ล้านบาท

โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย จะต้องตัดค่าเสื่อมราคาจากสินทรัพย์เหล่านี้ทุก ๆ ปี จนกว่ามูลค่าทางบัญชีของสินทรัพย์นั้น ๆ จะหมดลงไป

ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ ก็ทำให้เห็นว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย มีผลขาดทุนในระดับหมื่นล้านบาททุกปี

และถ้าเราสังเกตเห็นมูลค่าของสินทรัพย์ระหว่างดำเนินการที่สูงมาก สูงกว่า 2 แสนล้านบาท ซึ่งหลัก ๆ มาจากโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ และโครงการรถไฟความเร็วสูง

ก็มีแนวโน้มว่า ในอนาคต รายการค่าเสื่อมราคา ที่ถูกบันทึกในแต่ละปีนั้น จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก..

กลับมาที่ปี 2568 จากรายได้ทั้งหมด 28,085 ล้านบาท
กลับมีค่าใช้จ่ายมากถึง 41,241 ล้านบาท
รวมเป็นผลขาดทุนจากการดำเนินงานทั้งหมด 13,156 ล้านบาท

แต่ต้องบอกว่า นี่ยังไม่ใช่ผลขาดทุนขั้นสุดท้าย
เพราะยังไม่รวมต้นทุนทางการเงิน ที่เป็นดอกเบี้ยเงินกู้ระยะยาว

โดยงบปี 2568 ปิดงบ ณ วันที่ 30 กันยายน 2568
การรถไฟแห่งประเทศไทย มีภาระดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งหมด 6,898 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากภาระเงินกู้ระยะยาว ที่กู้เงินจากกระทรวงการคลังทั้งหมดกว่า 467,154 ล้านบาท

ซึ่งเงินส่วนนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ทำการกู้ เพื่อนำเงินไปสร้างโครงการเมกะโปรเจกต์ระดับประเทศ

ไม่ว่าจะเป็น โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง หรือโครงการรถไฟทางคู่สายต่าง ๆ

และเมื่อเอาผลขาดทุน มาหักภาษีเงินได้อีก 7 ล้านบาท
ก็เท่ากับว่า ปี 2568 การรถไฟแห่งประเทศไทย มีผลขาดทุนจริง ๆ อยู่ที่ 20,060 ล้านบาท

ก็ต้องบอกว่า เมื่อการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ ภายใต้หน่วยงานรัฐบาล
ประสบปัญหาขาดทุน

เมื่อหน่วยงานรัฐขาดทุน ดังนั้นตามกฎหมาย พรบ.การรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494
ระบุว่า “ถ้าหากรายได้ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ไม่พอสำหรับค่าใช้จ่าย
และการรถไฟฯ ไม่สามารถหาเงินจากทางอื่นได้ รัฐบาลต้องจ่ายเงินให้แก่การรถไฟแห่งประเทศไทย
เท่าจำนวนที่ขาดขัดอยู่”

ดังนั้น เมื่อการรถไฟแห่งประเทศไทยขาดทุน รัฐบาลก็จะอุดหนุนรายได้ เพื่อปิดขาดทุนให้ธุรกิจเดินรถไฟ กลับมาเดินต่อได้อย่างสะดวก

อย่างในปี 2568 การรถไฟแห่งประเทศไทย ก็จะได้รับเงินชดเชยผลขาดทุนตามกฎหมายทั้งหมด 20,176 ล้านบาท ในปีต่อ ๆ ไป

ซึ่งเงินจำนวน 20,176 ล้านบาท ถือเป็นงบคนละก้อน กับรายได้จากเงินอุดหนุนรัฐบาล ซึ่งอยู่ที่ 14,410 ล้านบาท

และถ้าปีต่อ ๆ ไป หากการรถไฟแห่งประเทศไทย เดินรถแล้วก็ยังมีผลขาดทุนอยู่อีก ก็เท่ากับว่ารัฐบาลก็จะต้องอุดหนุนเงินให้กับการรถไฟฯ เพื่อชดเชยผลขาดทุนอีกเช่นเคย

แต่ก็เห็นได้ว่า ที่ผ่านมาการรถไฟแห่งประเทศไทย ต้องประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนักทุกปี
ทั้ง ๆ ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย แทบจะไม่ได้สั่งซื้อขบวนรถไฟ หรือหัวรถจักรใหม่เข้ามาเลย
ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา

ซึ่งดีลล่าสุดที่การรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดซื้อรถ คือในปี 2563 ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้จัดซื้อหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้ารุ่น QSY จำนวน 50 คัน จากประเทศจีน เอาไว้สำหรับลากตู้รถไฟขบวนต่าง ๆ

โดยเพิ่งได้รับมอบและเข้ามาวิ่งในช่วงปี 2565-2566
แต่ตัวขบวนรถไฟทางไกลนั้น การรถไฟแห่งประเทศไทย แทบจะไม่ได้จัดซื้อมาเป็น 10 ปี

นับตั้งแต่การจัดซื้อขบวนรถไฟ CNR จำนวน 115 คัน จากประเทศจีนเมื่อปี 2557

ซึ่งปัจจุบัน ทั้งหัวรถจักร และขบวนรถไฟใหม่ ได้ถูกบุ๊กเป็นบัญชีสินทรัพย์
และมีการตัดค่าเสื่อมราคาเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ หากลองสวมหมวกนักธุรกิจ เข้ามาบริหารธุรกิจรถไฟ จริง ๆ แล้วหลายคนก็น่าจะมองเห็นปัญหาของรถไฟไทยหลายด้าน

แต่ในขณะเดียวกัน ก็น่าจะเห็นโอกาสทางธุรกิจหลายอย่าง ที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถไฟไทยในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็น

- การปล่อยพื้นที่ภายในสถานี และพื้นที่รอบ ๆ สถานีให้เช่า โดยเฉพาะสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ซึ่งนับเป็นสถานีรถไฟที่มีพื้นที่ใช้สอยมากที่สุดในอาเซียน

- การสั่งซื้อขบวนรถไฟเพิ่ม เพิ่มรอบเวลารถไฟปรับอากาศชั้น 1 และชั้น 2 เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารในเส้นทางที่จำเป็นจริง ๆ

- อีกทางเลือกหนึ่งคือ การเปิดให้เอกชนเข้ามาประมูลวิ่งรถไฟ บนรางรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทยเอง
และการรถไฟแห่งประเทศไทยจะเป็นผู้ดูแลและเก็บค่าเช่ารางจากเอกชน

ซึ่งกลยุทธ์ที่ว่าทั้งหมดนี้ ก็อาจมีโอกาสที่จะเพิ่มรายได้ และสร้างกำไรให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทยบ้าง

แต่ก็ต้องแลกมากับการที่รัฐบาล จะต้องกล้าเสี่ยง จะต้องลงทุน อย่างการสั่งซื้อขบวนรถไฟหรือหัวรถจักรใหม่ ๆ แน่นอนว่า อาจต้องใช้เงินกู้หรือเงินลงทุนอีกจำนวนมาก

แถมถ้าการรถไฟแห่งประเทศไทย สั่งซื้อหัวรถจักรหรือขบวนรถไฟใหม่ ก็เท่ากับว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ก็จะมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นมา แล้วก็ต้องตัดค่าเสื่อมราคาเพิ่มมากขึ้นไปอีก

ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลก็ได้แก้ปัญหาการเดินรถขาดทุน ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ด้วยการเปิดโอกาสให้เอกชน สามารถลงทุนเดินรถไฟ โดยใช้รางของการรถไฟแห่งประเทศไทยได้

ก็ถือเป็นการลดภาระของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่จะต้องซื้อหัวรถจักรและขบวนรถไฟใหม่ ๆ มาทดแทนของเก่า

และการรถไฟแห่งประเทศไทย ก็ไม่จำเป็นต้องแบกรับต้นทุน อย่างค่าน้ำมัน ค่าใช้จ่ายพนักงาน และค่าเสื่อมราคาต่าง ๆ ไว้เองทั้งหมด

เมื่อรัฐบาลได้เลือกวิธีแก้ปัญหานี้แล้ว
คำถามสำคัญก็คือ ถ้ารัฐบาลตัดสินใจเอารางให้เอกชนหลาย ๆ รายมาแชร์ร่วมกัน
จะช่วยแก้ปัญหาสภาพคล่อง หรือปัญหาการขาดทุน ที่การรถไฟฯ มีอยู่หรือไม่

หรือยังคงวนอยู่กับปัญหาเดิม ๆ คือการรถไฟฯ ยังขาดทุนอยู่ จากการให้บริการเชิงสังคม
ในขณะที่เม็ดเงินค่าโดยสาร มีแนวโน้มว่าจะไปอยู่กับบริษัทเดินรถเอกชน ที่เข้ามามุ่งทำธุรกิจเพื่อเอากำไรเป็นหลัก..

🛑 มีวินัย ปลอดภัยทุกการเดินทาง: รู้จัก "เส้นตารางเหลือง" ห้ามจอดคร่อมทางรถไฟ
24/05/2026

🛑 มีวินัย ปลอดภัยทุกการเดินทาง: รู้จัก "เส้นตารางเหลือง" ห้ามจอดคร่อมทางรถไฟ

🛑 มีวินัย ปลอดภัยทุกการเดินทาง: รู้จัก "เส้นตารางเหลือง" ห้ามจอดคร่อมทางรถไฟ

การรถไฟแห่งประเทศไทย ห่วงใยความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่าน ขอเน้นย้ำความหมายของเครื่องหมายจราจรบนพื้นผิวทาง บริเวณจุดตัดทางรถไฟ เพื่อร่วมกันป้องกันอุบัติเหตุและลดปัญหาการจราจรติดขัด

🟨 เส้นตารางไขว้สีเหลือง (Yellow Diagonal Keep Clear) คืออะไร?
ความหมาย: "ห้ามหยุดรถหรือจอดรถทุกชนิด"
ภายในบริเวณเส้นตารางไขว้สีเหลืองโดยเด็ดขาด

วัตถุประสงค์: เพื่อเปิดทางให้รถไฟสามารถสัญจรผ่านไปได้อย่างปลอดภัย และป้องกันไม่ให้รถยนต์หยุดกีดขวางทางเข้า-ออก หรือติดค้างอยู่บนรางรถไฟเมื่อเกิดการชะลอตัวของจราจร

💡 ทบทวนเครื่องหมายจราจรบนพื้นถนนอื่น ๆ ที่ควรรู้
1. ทางม้าลาย: สำหรับให้คนข้ามถนนอย่างปลอดภัย
2. เส้นหยุด:ให้หยุดรถให้สนิทก่อนถึงเส้นหยุดทุกครั้ง
3. ลูกศรนำทาง: บอกทิศทางการเดินรถตามช่องจราจรที่ถูกต้อง
4. ขอบทางสีแดง-ขาว: ห้ามหยุดหรือจอดรถ ตลอดแนวตลอดเวลา

🚫 ข้อควรจำ: เมื่อพบเส้นตารางไขว้สีเหลือง โดยเฉพาะบริเวณทางรถไฟ "ห้ามจอดหรือหยุดรถเด็ดขาด" เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและเพื่อนร่วมทาง

"ขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจเครื่องหมายจราจร ด้วยความปรารถนาดีจากการรถไฟแห่งประเทศไทย" 🚂

#การรถไฟแห่งประเทศไทย #ความปลอดภัยทางถนน #เครื่องหมายจราจร #วินัยจราจร

"เทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย จัดสรรงบประมาณ เพื่อปรับปรุงผิวถนน เพื่อให้เกิดความสะดวกและความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น"วันที่ 21 พฤษภ...
21/05/2026

"เทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย จัดสรรงบประมาณ เพื่อปรับปรุงผิวถนน เพื่อให้เกิดความสะดวกและความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น"

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 การรถไฟฯ โดย นายสถานีรถไฟบางละมุง และนายตรวจทางพัทยา ได้เข้าร่วมประชุมกับทาง ท่านประธานสภาเทศบาล,รองนายกเทศมนตรี,ปลัดเทศบาล,สมาชิกสภาเทศบาล,เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย พร้อมด้วยผู้รับเหมาฯ

ประชุมปรึกษาหารือและวางแนวทาง ในการปรับปรุงผิวถนนเส้นตลาดโรงโป๊ะ-ตะเคียนเตี้ย ผ่านถนนเสมอระดับทางรถไฟ เพื่อให้เกิดความสะดวก ปลอดภัย มากยิ่งขึ้น และลดอุบัติเหตุ ต่อผู้สัญจรผ่านไปมา

ขออนุญาตนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง ่างเครื่องการรถไฟฯ
21/05/2026

ขออนุญาตนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง
่างเครื่องการรถไฟฯ

👮‍♂️🚂🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃
เหตุการณ์ผ่านมา4วัน ความชัดเจนต่างๆเริ่มปรากฏขึ้น
ลิ้นชักแห่งความจริงเริ่มถูกปลดล็อค...และง้างออกมา
เผยให้เห็นความจริงในอีกด้านหนึ่งที่สังคมไม่เคยรับรู้มาก่อน
สัญชาตญาณหนึ่งของความเป็นมนุษย์
การหลีกหนีปัญหา การเอาตัวเองรอดนั้น ย่อมมาก่อนเสมอ...
และนี้...คือธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตทุกอย่างบนโลกใบนี้...
เป็นเรื่องปกติธรรมดาของชีวิต...
แต่ในท่ามกลางสถานการณ์อันเลวร้าย
จำต้องบีบให้คนธรรมดาคนหนึ่ง
เลือกที่จะทำตรงข้ามกับสัญชาตญาณของความเป็นคน
แม้รู้เต็มอกว่าตัวเองนั้นจะต้องตกอยู่ในสภาวะการณ์อันตราย

"สิริภูมิ"(น้องไกร)พนักงานรถไฟเด็กหนุ่มไฟแรง อายุ21ปี
ได้รับมอบหมายให้ประจำรถจักร โดยปฏิบัตหน้าที่ช่างเครื่อง
ภายใต้การบังคับบัญชาของพนักงานขับรถไฟ พ.ข.ร.
ช่างเครื่องมือใหม่ป้ายแดง จากรั้วโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ
ที่ได้รับการปลูกฝังต่อความรับผิดชอบในหน้าที่มาเป็นอย่างดี
ขึ้นทำหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ...ฝากชีวิตและประสบการณ์
ไว้กับคนขับรถไฟ...โดยไม่อาจรู้ล่วงหน้าได้เลยว่า...
วันนี้...เขาจะต้องเผชิญเหตุการณ์อันเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งของชีวิต
เมื่อการปฏิบัติหน้าที่ มาถึงจุดเริ่มต้นของความหายนะ
และการสื่อสารล้มเหลว...
สายตาเขา ยังคงเพ่งมองเส้นทางข้างหน้าอย่างจดจ่อ
ด้วยฝากชีวิตและความรับผิดชอบ ไว้กับพนักงานขับรถ
ซึ่งมีประสบการณ์มากกว่า...และในฐานะผู้บังคับบัญชาเบื้องต้นเมื่อความผิดปกติคืบคลานเข้ามาใกล้...
ช่างเครื่อง ยังคงสอบเส้นทางอย่างตั้งใจ ตลอดการเคลื่อนที่ของรถ
แสงสว่างจ้าเวลากลางวันสาดเข้าตาในเวลา15.35น.
ณ เส้นขอบฟ้า มีบางสิ่งปรากฏขึ้น ห่างออกไป300เมตร

ในตำแหน่งผู้ช่วย เขามอบการตัดสินใจให้คนขับอย่างวางใจ
และพยายามสังเกตสิ่งที่อยู่ไกลออกไป300เมตรนั้น ว่ามันคืออะไร
กระทั่ง...สายตาของเขา ได้ส่งภาพสู่สมองเพื่อประมวลผล
กลไกในสมองสั่งการแสดงผลในเสี้ยววินาที!!!
ในตอนนี้ระยะทางเพียง200เมตร
เขาต้องตกใจอย่างสุดขีด...เมื่อพบว่าป้ายสีฟ้าหม่นด้านหน้านั้น
คือสิ่งกีดขวางขนาดใหญ่อยู่ตรงหน้า...
เขาทำการร้องตะโกนแจ้งเตือน พนักงานขับรถ ว่ามีสิ่งกีดขวางทาง
แต่ไร้การตอบสนองใดๆ...กลับมา

ในระยะ150เมตร เขาไม่ควรจะอยู่ที่ตรงนั้นอีกต่อไปแล้ว
สัญชาตญาณพื้นฐานของความเป็นมนุษย์
และในฐานะพนักงานใหม่...
ซึ่งไม่เคยเผชิญกับสถานการณ์อันเลวร้ายเช่นนี้
เขาอาจจะสติแตก...และวิ่งหลบเข้าห้องเครื่องอย่างปลอดภัย
หรือยอมกระโดดลงจากรถไฟเพื่อเอาชีวิตรอดก็ได้

แต่แล้ว...ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย
จิตใต้สำนึกต่อความรับผิดชอบ ในชีวิตและทรัพย์สินของการรถไฟ
อย่างที่เขาได้รับการอบรมสั่งสอน จากครูบาร์อาจารย์นั้น
เรียกสติเขากลับคืนมา และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง
เขาตั้งสติและคว้ากระเดื่องเปิดหวีดดังสนั่น และตัดสินใจ
เลือกที่จะทำการอารยะขัดขืน...
เลือกที่จะรักษาชีวิตคนมากกว่าสิ่งอื่นใด
ด้วยการดึงเบรคฉุกเฉินด้วยตัวเอง
เพื่อหยุดความหายนะนั้น...
เพียงเสี้ยววินาทีนั้นเอง เบรคฉุกเฉินได้ทำงานอย่างเต็มระบบ
ในระยะ118เมตร ก่อนถึงจุดเกิดเหตุ...
(ตามที่การรถไฟได้เปิดเผยตัวเลขต่อสื่อมวลชน)
เสียงล้อรถไฟดังเอี๊ยดดดดด...จากการลงเบรคฉุกเฉิน

แต่ถึงกระนั้น...น้ำหนักของตู้สินค้า ที่ลากมาอย่างยาวเหยียด
ไม่สามารถฉุดให้รถไฟทั้งขบวนหยุดได้ในระยะที่เหลืออยู่
และเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนเกิดหายนะ...
ช่างเครื่อง...เขาตัดสินใจวิ่งหลบเขา
ในห้องเครื่องและรอรับแรงกระแทก อย่างวีรบุรุษ
และแล้ววินาทีแห่งหายนะก็มาถึง เสียงโลหะขนาดใหญ่2ชิ้น
เข้าปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหวอย่างรุนแรงจนไฟลุกท่วม

10วินาทีต่อมา เมื่อทุกอย่างหยุดนิ่งลง
รถไฟหยุดนิ่ง จากจุดปะทะเพียง60เมตร (60เมตรเท่านั้นเอง)
จากรถไฟที่พ่วงมา กว่า20คัน ยาวมากกว่า300เมตร
เวลานั้น เปลวเพลิงกำลังเริ่มโหมกระหน่ำ...
ช่างเครื่องเด็กหนุ่ม พนักงานใหม่ ที่มีอายุงานเพียง14วัน
(ตามที่สื่อพยายามให้ข่าวว่าไร้ซึ่งประสบการณ์นั้น)
ได้รวบรวมสติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่ และกระโดดลงจากหัวรถจักร
ไปพร้อมกับถังดับเพลิงวิ่งไปที่ด้านท้ายเพื่อดับไฟ
แต่เมื่อเห็นว่าไฟนั้นโหมรุนแรงเกินกำลังที่จะควบคุม
เขาได้ตัดสินใจปลดขอพ่วง เพื่อแยกหัวรถจักรออกจากกองเพลิง
และเคลื่อนหัวรถห่างออกจากไฟที่กำลังลามขึ้นบนหัวรถจักรนั้น
เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย และนักผจญเพลิง
เข้าดับเพลิงและช่วยเหลือผู้ประสบเหตุคนอื่นๆได้อีกหลายชีวิต

🚂🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃..และจากการกระทำนี้สำหรับการเป็นพนักงานน้องใหม่
ซึ่งมีอายุงานเพียง 14วัน เขาได้ทำหน้าที่ได้อย่างสุดกำลัง
และเลือกที่จะฝืนกฏของการเอาตัวรอด
แลกกับการได้ยุติหายนะ
ซึ่งสามารถช่วยชีวิตคนไว้อีกหลายสิบหลายร้อยชีวิต

แต่ในทางกลับกัน หากเขาตัดสินใจเพื่อเอาชีวิตรอดเพียงลำพัง
และเลือกกระโดดลงจากหัวรถจักร...ที่ความเร็ว35 กม./ชม.
เขาอาจจะเป็นเพียงคนเดียว ที่รอดตายจากเหตุการณ์นี้...
แต่เขา และครอบครัวอาจจะต้องกลายเป็นคนที่มีตราบาปติดตัว
ไปตลอดชีวิตของเขา...
เพราะหากไม่มีการเบรคเกิดขึ้นเลยในวันนั้น...
รถไฟ จะพุ่งชนที่ความเร็วเต็มที่...โดยปราศจากการควบคุม
ความรุนแรงจะมากกว่าที่เราเห็นนี้อย่างมหาศาล
และไม่จบเท่านั้น
รถไฟ...อาจจะยังคงวิ่งต่อไปบนรางอย่างไร้จุดหมาย

ในระยะ5กิโลเมตร จุดตัดทางรถไฟจำนวนมาก
จุดตัดราชปรารภ,จุดตัดพญาไท,จุดตัดถนนพระราม6
และหากสับรางให้เลี้ยวซ้าย จุดตัดถนนยามราช
ที่ยังคงมีการจราจรติดขัดสะสมในชั่วโมงเร่งด่วนจำนวนมาก
อาจจะเป็นทางผ่านของมฤตยูล้อเหล็กขบวนนี้
เมื่อถึงที่สุดแล้ว สถานีรถไฟกรุงเทพ(หัวลำโพง)
ซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนขวักไขว่ รอเดินทางที่ชานชาลา
อาจจะเป็นหมุดหมายสุดท้ายแห่งความหายนะ
ของรถไฟขบวนนี้ก็เป็นได้...

และหากเป็นเช่นนั้น...เหตุการณ์นี้อาจจะเป็นโศกนาฏกรรม
ซึ่งทุกประเทศทั่วโลกอาจจะต้องลดธงครึ่งเสา
ให้กับประเทศไทย ในฐานะอุบัติเหตุครั้งร้ายแรงที่สุด
ที่เคยมีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติไทยเลยก็เป็นได้

แต่วันนี้เรื่องแบบนี้ไม่เกิดขึ้นอีกต่อไปแล้ว เพราะมีฮีโร่คนหนึ่ง
ได้ตัดสินใจอย่างกล้าหาญและเด็ดเดียว
ในฐานะ #เซฟตี้ตัวสุดท้ายของการรถไฟ
ได้หยุดความหายนะและความวินาศสันตะโรไว้เพียงเท่านี้
เขาเหมือนทหารฝึกใหม่ที่เอาชนะข้าศึกได้เพียงลำพัง
และเดินสะบัดสะบอมออกมาจากสนามรบ...
ซึ่งเขา สมควรจะได้รับเหรียญกล้าหาญจากแม่ทัพอย่างสมเกียรติ
..แต่ในวันนี้ ช่างเครื่องรถไฟ
กลับถูกสื่อที่ไร้ซึ่งมนุษยธรรมและไร้ซึ่งความจริง
ไร้ซึ่งมโนสำนึกแห่งความเป็นมนุษย์
พยายามยัดเยียดตราบาปให้เขา อย่างไม่ใยดี
เพียงเพื่อสนองความหิวกระหายขายข่าว
โดยไม่รู้สำนึกแก่ความผิดถูกและผิดชอบชั่วดี...

วันนี้ขอให้คนไทย หยุดคิดสักนิด วางอคติลงสักชั่วครู่
แล้วมองด้วยหัวใจที่เป็นธรรม...เราจะรู้ได้ทันทีว่า.....................อะไรคือ...ความจริง...................
่างเครื่องรถไฟ
👮‍♂️👮‍♂️👮‍♂️👮‍♂️👮‍♂️👮‍♂️👮‍♂️👮‍♂️👮‍♂️👮‍♂️👮‍♂️👮‍♂️👮‍♂️👮‍♂️👮‍♂️👮‍♂️👮‍♂️👮‍♂️
@แฟนตัวยง

ข้อมูลต้นทาง สุรเสียง พลับพลาสวรรค์

ขออนุญาตนำเสนอ ข้อมูลที่ถูกต้อง
18/05/2026

ขออนุญาตนำเสนอ ข้อมูลที่ถูกต้อง

มาดูกันให้ชัดๆครับ...หลังจากมีคนพูดถึงใบขับขี่รถไฟ...
แล้วบอกว่าคนขับ "ไม่มีใบอนุญาตขับขี่" คนขับเถื่อน

เรื่องมีอยู่ว่า... การรถไฟแห่งประเทศไทย
ซึ่งเปิดเดินรถไฟไปมาบนทางตัวเอง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2439
ภายใต้ชื่อกรมรถไฟหลวง ก็เกือบ130ปีมานี้...
ไม่มี พนักงานขับรถไฟคนใด
ที่มีใบขับขี่รถไฟ มันไม่เคยมีมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
เพราะอะไร...?
ก็เพราะว่ากิจการการเดินรถไฟนั้น...อยู่ภายใต้
พรบ.การจัดวางทางรถไฟแลทางหลวง พ.ศ.2464
และต่อเนื่องด้วย พรบ.การรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494
พนักงานรถไฟทุกคนอยู่ภายใต้ พรบ.นี้ทั้งหมด
ในฐานะ #พนักงานรัฐวิสาหกิจ แต่เฉพาะตำแหน่ง ที่การรถไฟ
กำหนดหน้าที่ และมอบหมายให้เป็นผู้ควบคุมรถจักรนั้น
คือตำแหน่ง #พนักงานรถจักร ซึ่งมีตั้งแต่ระดับ 4-8
ระดับ 4-5คือผู้ช่วยคนขับรถไฟ
ระดับ6ขึ้นไปถึง8 คือคนขับรถไฟตัวจริง หรือที่เรียกว่า พ.ข.ร.
มีอำนาจจัดการควบคุมขบวนรถไฟ ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
หลักฐานคือ บัตรประจำตัวพนักงานรัฐวิสาหกิจ
ซึ่งจะระบุตำแหน่งหน้าที่ไว้อย่างชัดเจน
ตามตัวอย่าง พนักงานรถจักร 6 ก็คือ #พนักงานขับรถจักร พ.ข.ร.
พนักงานขับรถไฟ ไม่ใช่เจ้าของรถไฟ ไม่สามารถขับขบวนไหน
ไปมาเองโดยปราศจากคำสั่งของการรถไฟได้...!!!
ดังนั้นการขับเคลื่อนขบวนรถไฟตั้งแต่อดีตกาลนานมา ถึงปัจจุบัน
พนักงานขับรถไฟ จึงมีสิทธิ์ในการปฏิบัติหน้าที่ โดยตำแหน่ง
ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากการรถไฟแห่งประเทศไทย
ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาล พนักงานขับรถไฟ
ซึ่งเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ
จึงมีสถานะภาพเป็น #เจ้าหน้าที่ของรัฐ ด้วยเช่นกัน

ในระยะ10กว่าปีที่ผ่านมา มีโครงการต่างๆมากมายในระบบราง
เครือข่ายระบบรางมากขึ้น มีรถไฟฟ้า มีรถไฟใต้ดิน
มีแอร์พอร์ตลิ้งค์ และรถไฟฟ้าสารพัดสี และกำลังขยายตัว
รัฐบาลจึงได้มีแนวคิดที่จะกำหนดมาตรฐานขึ้นมาใหม่
ใช้กับหน่วยงานในระบบรางทั้งหมด รวมทั้งของ รฟท.ด้วย

จึงได้ก่อตั้งหน่วยงานกำกับดูแลขึ้นมาใหม่
ภายใต้ชื่อว่า #กรมการขนส่งทางราง (ขร.)เป็นหน่วยงานราชการ
เพื่อมากำกับดูแลระบบรางอีกชั้นหนึ่ง...
และตรงจุดนี้เอง แนวคิดเรื่องการให้พนักงานขับรถไฟ
ทั้ง รฟท.,BTS,MRT,APL,และอื่นๆ ได้มีมาตรฐานเดียวกัน
โดยการออก #ใบอนุญาตขับรถขนส่งทางราง
ให้กับคนที่ทำหน้าที่เหล่านี้ทั้งหมด
ความจริงแล้ว พรบ.กรมรางฯ เพิ่งจะมีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่
27มีนาคม 2569 คือ 1เดือนกว่าๆ ที่ผ่านมานี่เอง
การออกใบอนุญาตนั้น...เรียกว่า #ใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่
แต่ไม่ได้ตัดสิทธิ์ พนักงานขับรถไฟ...ที่ทำหน้าที่เดิมอยู่แล้ว
ซึ่งยังคงให้ทำหน้าที่ต่อไปได้ ในระหว่างที่ กรมรางฯ
อยู่ระหว่างพิจารณาตรวจสอบและทะยอย ออกใบอนุญาต
ให้กับพนักงานขับรถไฟ จนกว่าจะครบทุกคน ในกำหนด120วัน
ตั้งแต่ พรบ.กรมรางฯ บังคับใช้ วันที่27 มีนาคม2569 ที่ผ่านมา
ดังนั้น ข่าวที่ว่า #พนักงานขับรถไฟไม่มีใบขับขี่
มันไม่เหมือนกับที่คนขับรถยนต์ไม่มี ไม่ต่อ หรือไม่สอบใบขับขี่
ความจริงคือ เป็นเพียงการเปลี่ยนผ่านโอนถ่ายอำนาจเท่านั้นเอง
และต้องขอยืนยัน นั่งยัน นอนยันว่า #ไม่มีคนขับรถไฟเถื่อน
ในระบบรางอย่างแน่นอน
ฉะนั้น กระแสที่ว่า คนขับรถไฟไม่มีใบอนุญาตขับรถไฟ
เป็นความหมายซึ่งกรมรางฯ ต้องการสื่อสารเฉพาะในส่วนของ
ระเบียบของกรมขนส่งทางราง
เพราะทางกรมรางฯ ยังตรวจสอบและออกใบอนุญาตได้ไม่ครบ
แต่เมื่อนักข่าวของประเทศเราได้ยินแบบนั้น ก็สนุกเลยทีนี้
ยังไม่ได้รับใบอนุญาต > คือยังไม่มีใบอนุญาต
ยังไม่มีใบอนุญาต > คือไม่มีสิทธิ์ขับรถไฟ
ไม่มีสิทธิ์ขับรถไฟ > คือ #พนักงานขับรถไฟเถื่อน...
คำก็จะดิ้นไปเรื่อยๆจนถึงที่สุดนั้นแหละ...
เพื่อให้ได้มาซึ่งกระแสข่าว...
ทีนี้รู้แล้วนะครับ...
ว่าพนักงานขับรถไฟยังไม่ได้รับการตรวจสอบเอกสาร
เพื่อออกใบอนุญาตขับรถขนส่งทางรางเท่านั้น
แต่ปฏิบัตหน้าที่ภายใต้ พรบ.การรถไฟแห่งประเทศไทย
ในตำแหน่งพนักงานรถจักร ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ พนักงานขับรถ...
👮‍♂️🚂🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃🚃
ชัดเจน แจ่มแจ้ง
จบข่าว...แยกย้าย บ้านใครบ้านมัน

 #การรถไฟฯขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ในครั้งนี้
16/05/2026

#การรถไฟฯขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ในครั้งนี้

ที่อยู่

สถานีรถไฟบางละมุง 293 หมู่ 5 ตำบลบางละมุง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
Amphoe Bang Lamung
20150

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:00
อังคาร 08:30 - 16:00
พุธ 08:30 - 16:00
พฤหัสบดี 08:30 - 16:00
ศุกร์ 08:30 - 16:00

เว็บไซต์

,100.9374878,17z/data=!4m4!3m3!8m2

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สถานีรถไฟบางละมุง การรถไฟแห่งประเทศไทยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท