Japan within reach

Japan within reach Traveling in small budget to Japan is not a farfetched idea; we could tell you how!

What a good explanation and terms for efficiency improvement among Japan’s big organizations.
13/04/2025

What a good explanation and terms for efficiency improvement among Japan’s big organizations.

Lots of buildings are taken down and being rebuilt. New Shinjuku is coming soon!
06/04/2025

Lots of buildings are taken down and being rebuilt. New Shinjuku is coming soon!

06/04/2025
19/03/2025

Heavy Rain suddenly turned into snow once temperature hit 0 unexpectedly this morning in Shinjuku.

29/11/2023

สนามบินโอซาก้าวันนี้ ถ้าเดินๆ อยู่ตอนกลางคืนที่ไม่มีคน หันไปเจอคงตกใจแย่

Simple and nostalgic snack.
06/06/2023

Simple and nostalgic snack.

Shinjuku from Odakyu Halk bridge…May 31th, 2023.
31/05/2023

Shinjuku from Odakyu Halk bridge…May 31th, 2023.

Fuji San view from Yamanakako Expressway Entrance.
25/05/2023

Fuji San view from Yamanakako Expressway Entrance.

Mt. Fuji’s 5th station on May 21st, 2023. Hundreds of cyclists 🚵 restlessly riding along such a magnificent sight of Jap...
22/05/2023

Mt. Fuji’s 5th station on May 21st, 2023. Hundreds of cyclists 🚵 restlessly riding along such a magnificent sight of Japan Alps with Fuji San ahead.

18/05/2023
Yamanakako เช้านี้ อุณหภูมิ 26 องศา 😇
18/05/2023

Yamanakako เช้านี้ อุณหภูมิ 26 องศา 😇

เล่าสู่กันฟัง (เรื่องอาหารญี่ปุ่นต่อ)  #7/2 ถูกปาก เรื่องถูกปากนี่คงไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร เพราะอาหารญี่ปุ่นดังในบ้านเรามา...
26/10/2022

เล่าสู่กันฟัง (เรื่องอาหารญี่ปุ่นต่อ) #7/2 ถูกปาก
เรื่องถูกปากนี่คงไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร เพราะอาหารญี่ปุ่นดังในบ้านเรามาหลายปีแล้ว และคนไทยส่วนมาก็คุ้นเคยชื่นชอบรสชาติอาหารญี่ปุ่นเป็นทุนอยู่แล้ว มาญี่ปุ่นกินอะไรก็อร่อย ทั้งของคาวของหวาน อย่างสาวๆ ก็จะชื่นชอบ Short Cake หรือเด็กๆ จะชอบใจ Soft Cream ของญี่ปุ่นกันมาก เพราะนมเนยเขาดีจริงๆ รสชาติเข้มข้นแต่เบา ทานแล้วไม่หนักเหมือนกินเค้กบ้านเรา เหมือนเข้าปากแล้วละลายไปเลย

อาหารญี่ปุ่นโดยส่วนใหญ่ดั้งเดิมรสชาติจะจืด เพราะเขาเน้นรสชาติของวัตถุดิบเป็นหลัก ไม่เน้นรสชาติของเครื่องปรุงมาก เช่น ข้าวกับปลาต่างๆ ย่าง เป็นต้น แต่จะมีบางเมนูที่รสชาติจัดแบบเค็มไปเลยก็เช่น ราเม็ง นำ้ซุปจะเข้มและเค็มเป็นพิเศษ บางร้านคนไทยทานแต่เส้นซุปไม่กล้าซด กลัวไตพัง แล้วก็มันมากอีกด้วย เพราะน้ำซุปราเม็งนี่ส่วนมากจะเอากระดูกหมูโดยเฉพาะสันหลังไปเคี่ยวเป็นวันๆ ให้มันออกมาในน้ำจนบางร้านน้ำออกสีขาวขุ่น สำหรับคนญี่ปุ่นเองราเม็งถือเป็นอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพเพราะทั้งเค็มทั้งมัน หลังๆ มีรณรงค์ให้ทานน้อยลง แต่จะว่าไปแล้วราเม็งก็ไม่ใช่อาหารญี่ปุ่นแท้ๆ เพราะรู้กันว่าเอามาจากจีนแล้วก็มาพัฒนาเป็นของญี่ปุ่นเอง นอกจากราเม็งแล้วอาหารญี่ปุ่นทั่วไปถือว่าดีต่อสุขภาพมาก ปลาก็สดเพราะบ้านเขาเป็นเกาะล้อมด้วยทะเล พวกสาหร่าย อาหารทะเลทั้งหลายจึงเชื่อใจได้ไม่งั้นเขาคงไม่กินเป็นซาชิมิกัน หมูไก่ไม่มีการเร่งให้โตเร็วจึงไม่มีฮอร์โมนตกค้าง ผักผลไม้ปลอดสารพิษออร์แกนิคทั่วประเทศเพราะไม่ใช้สารเคมีฉีดเร่งใบเร่งผลใดๆ ดังนั้นผักผลไม้ที่ซื้อมาจากซุปเปอร์ส่วนใหญ่ทานได้เลยไม่ต้องล้าง จะมีล้างก็เฉพาะผักบางชนิดที่ชาวสวนเก็บมาทั้งรากแล้วยังมีดินติดอยู่ ซึ่งก็ล้างแค่เอาดินออกเท่านั้น จึงไม่แปลกที่ตอนนี้คนอายุยืนที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ในโลกคือชาวญี่ปุ่น (คุณยาย Kane Tanaka ซึ่งมีอายุถึง 116 ปีในปัจจุบัน) ที่น่าสนใจคือคนแก่ญี่ปุ่นไม่ใช่แค่อายุยืนอย่างเดียวนะคะ เขาแข็งแรงด้วย คนแก่ที่นี่อายุ 70 กว่ายังขับรถไปซื้อของซุปเปอร์เอง ทำนู่นทำนี่ได้ดูเหมือนอายุแค่ 50 เคล็ดลับคงไม่ใช่แค่เรื่องอาหารอย่างเดียว คงเพราะการทำงานและการเดินของคนญี่ปุ่นทุกวันที่ทำให้ได้ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอด้วย ร่างกายเลยฟิตอยู่ตลอด เคยไปปีนขึ้นภูเขาไฟฟูจิเมื่อ 3 ปีก่อน ระหว่างที่เดินหอบลิ้นห้อยเป็นหมาไทยอยู่ หันไปเห็นคุณยายอายุประมาณเกือบ 70 ได้แกเดินย่องๆ มาข้างหลังพร้อมกับพูดภาษาญี่ปุ่นว่า "ตรงเนี้ยเหนื่อยที่สุด เพราะว่าทางลาดชันค่อนข้างยาว พยายามเข้านะ" แล้วก็ยิ้มให้เราด้วยความเอ็นดู ระหว่างยังหอบลิ้นห้อยอยู่ก็ปล่อยให้คุณยายเดินแซงไปอย่างไม่อาย แล้วก็นึกได้ว่าที่คุณยายบอกตรงนี้เหนื่อยที่สุด แสดงว่าคุณยายเคยเดินขึ้นฟูจิมาแล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรก! โอ้ รู้สึกมีกำลังใจขึ้นอย่างทันควัน ถ้าคุณยาย 70 ยังขึ้นได้ เราจะขึ้นไม่ได้ก็กะไรอยู่ คิดแล้วก็ก้มหน้าก้มตาเก็บลิ้นแล้วเดินต่อไป

เพราะอาหารญี่ปุ่นส่วนใหญ่อร่อยและมีความหลากหลายถูกปากเราคนไทย หลายๆ คนบางทีเลยเข้าใจผิดกันว่าเวลาคนญี่ปุ่นอยู่บ้านคงกินแบบเดียวกัน ไม่ใช่นะคะไม่ใช่ ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายก็คงเหมือนกับเวลาคนต่างชาติเข้าใจว่ากับข้าวประจำที่บ้านคนไทยคือ ต้มยำกุ้งแม่น้ำ ผัดไทย แกงเผ็ดเป็ดย่าง จัดเต็มแบบตามอาหารไทยที่มีชื่อเสียง ทั้งที่จริงๆ แล้วเวลากินข้าวบ้านเรามักจะไปทางไข่เจียว ต้มจืด ผัดผัก ผัดนู่นนี่ซะมากกว่า ฉันใดก็ฉันนั้น คนญี่ปุ่นอยู่บ้านก็ไม่ได้กินเทมปุระ ซูชิ ราเม็ง อะไรหรอกค่ะ อย่าตกใจไปถ้าบอกว่ากับข้าวบ้านคนญี่ปุ่นปกติก็ต้มผักต้มมัน ผักดอง ปลาย่าง ซุปมิโสะ เท่านั้นเอง ถ้าจะกินทงคัตซึ เนื้อย่าง หรือยากิโทริอะไรเขาก็ออกไปกินนอกบ้าน เหมือนที่ทุกวันนี้เราคนไทยน้อยคนจะนั่งโขลกพริกแกงเพื่อทำแกงเขียวหวานถ้วยเดียว อย่างไรก็ตามอาหารญี่ปุ่นส่วนมากเราคนไทยทานได้อยู่แล้ว จะมีบางอย่างที่แปลกประหลาดสำหรับเราหน่อยเช่น อสุจิปลาวาฬ ปลาวาฬซาชิมิ ปลาปักเป้า เนื้อม้า หรือถั่วเน่า (ที่เรียกว่า นัตโตะ ที่ครึ่งหนึ่งของคนญี่ปุ่นก็ไม่กิน เหมือนคนไทยครึ่งหนึ่งไม่กินปลาร้า) เป็นต้น พวกอสุจิปลาวาฬหรือปลาวาฬซาชิมิมักอยู่ตามร้านปลาดิบราคาแพง เพราะไม่ใช่ของที่หากินกันได้ง่ายๆ ตามร้านปลาดิบทั่วไป ย่ิงตอนหลังการล่าปลาวาฬถูกต่อต้านโดยองค์กร Greenpeace มาตลอด แม้จะยังมีการล่าเอาเนื้อ กระดูก และน้ำมันปลาวาฬอยู่ แต่ก็ทำให้กลายเป็นของหายากเพราะถูกนานาชาติจับตามองอยู่ตลอด ส่วนปลาปักเป้านี่มักจะถูกนำมาทำเป็นอาหารชั้นสูงตามร้านอาหารญี่ปุ่นที่เสิร์ฟอาหารชุดที่เรียกกันว่า Kaiseki (ไคเซกิ) ซึ่งประกอบไปด้วยอาหารหลายประเภทตั้งแต่ต้ม ทอด ย่าง ดอง ของดิบ ผัก ซุป อย่างละนิดอย่างละหน่อย จัดแต่งอย่างสวยงามเหมือนงานศิลปะ ราคาต่อคนมีตั้งแต่ 5,000-30,000 เยน แล้วแต่วัตถุดิบ พ่อครัวที่จะปรุงปลาปักเป้าเป็นอาหารได้นั้นต้องมีใบอนุญาตเฉพาะ เนื่องจากปลาปักเป้าเป็นปลาที่มีพิษในตัว การนำมาปรุงอาหารจะต้องเอาพิษออกก่อน ที่ยากไม่ใช่การเอาพิษออกหมด แต่ยากเพราะจะต้องเอาพิษออกโดยให้เหลืออยู่บางส่วน โดยรสชาติของพิษที่หลงเหลืออยู่ถือเป็นตัววัดความสามารถของพ่อครัวคนนั้น เพราะถ้าเอาพิษออกไม่มากพอคนกินก็ถึงขั้นอันตรายถึงชีวิตได้ แต่พ่อครัวที่เก่งต้องเอาพิษออกในระดับที่ปลอดภัยแต่ยังคงเหลืออยู่เพื่อให้คนทานรู้สึกถึงรสชาติพิษตรงนั้น ผู้เขียนเคยทานครั้งหนึ่ง (ด้วยความไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นปลาปักเป้า เพราะคนญี่ปุ่นพาไปเลี้ยงเลยไม่ได้เลือกเมนูใดๆ ทั้งสิ้น) รู้สึกได้ว่ากินไปแล้วมีความชาๆ ลิ้นเล็กน้อยซึ่งไอ้ชาๆ นี่ละค่ะพิษปลาปักเป้า รสชาติปลาก็เหมือนกินปลาอ่ะค่ะ ไม่ได้รู้สึกว่าเนื้อปลาพิเศษกว่าปลาอื่นอย่างใด มารู้ทีหลังว่าเป็นปลาปักเป้า ถ้ารู้ก่อนคงไม่ทานเพราะอยู่ๆ จะไปฝากชีวิตเราไว้กับพ่อครัวที่ไม่รู้ว่าวันนั้นเกิดตาลายไม่สบายหรือเป็นอะไรมา เอาพิษออกไม่พอดี เราตายเขาก็อาจจะติดคุกอีก ส่วนเนื้อม้านี่อาจจะมีหลายคนที่ได้ทานไปโดยไม่รู้ก็มีเพราะว่าในร้านขายเนื้อที่ญี่ปุ่นนี่เขาวางขายข้างๆ กันกับเนื้อวัว เนื้อหมูเลยนะคะ บางทีเราอ่านตัวอักษร 馬 (Uma หรือ อุมะ) ที่แปลว่า ม้า ไม่ออก เราก็อาจจะคิดว่าเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของเนื้อวัว จำได้ว่าสักสิบปีก่อนร้านเบอร์เกอร์ชื่อดังของญี่ปุ่นเคยมีเมนูแฮมเบอร์เกอร์เนื้อม้าด้วย ดีที่ไม่ได้กินไปเพราะตอนนั้นไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นเลย ไม่งั้นร้อง ฮี้ แน่เลย 555 ส่วนอาหารแปลกอันสุดท้าย ถั่วเน่า นี่ผู้เขียนชอบกินค่ะ ส่วนตัวเลยอาจจะมองว่าไม่แปลกมาก จริงๆ ทำจากถั่วเหลืองเอาไปหมักค่ะ เวลาทานจะมีซอสและมัสตาร์ดที่ติดมากับในห่อเอาไว้ให้ใส่แล้วก็คลุกให้เข้ากัน บางคนจะทานด้วยการตอกไข่แดงดิบและใส่ต้นหอมซอยเข้าไป คลุกแล้วราดข้าวญี่ปุ่น ทานกับสาหร่ายแห้งเป็นอาหารเช้า เพราะถือว่าเป็นเมนูที่ให้โปรตีนสูง และที่สำคัญประหยัดอีกด้วย นัตโตะ 3 แพคซื้อตามซุปเปอร์มาร์เก็ตได้ในราคาแค่ 100 เยน มื้อหนึ่งกินแค่ 1 แพคก็อิ่มได้แล้ว
(ในรูปเป็นเนื้อม้าซาชิมิที่วางขายอยู่ในซุปเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่นแห่งหนึ่งชื่อ Ogino ใกล้กับเขตภูเขาไฟฟูจิ)

อาหาร Fusion ของญี่ปุ่นตาม Cafe หรือร้านอาหารทั่วไปเช่น สปาเก็ตตี้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสปาเก็ตตี้ไข่ปลาเมนไต สปาเก็ตตี้มีทซอส สปาเก็ตตี้ครีมทะเล สลัดหลายชนิด เป็นต้นนั้น มีรสชาติกลางๆ ไม่ได้เด่นมาก แต่น้ำสลัดพวกงากับน้ำใสน่าจะถูกปากคนไทย หากใครชอบอาหารฝรั่งเป็นทุนแล้วมาทานสปาเก็ตตี้ที่ญี่ปุ่น ก็อาจจะไม่ชอบเท่าไรเพราะเขาปรับรสชาติให้เข้ากับล้ินคนญี่ปุ่นไปแล้ว พิซซ่าในร้านอาหารญี่ปุ่นก็เช่นกัน ขนาดเล็กประมาณจานกลม แป้งบาง ออกไปทางพิซซ่าที่ขายตามร้านขนมปังญี่ปุ่นมากกว่าพิซซ่าของอเมริกันหรืออิตาเลียน แต่ไม่ใช่ว่าไม่น่าลองนะคะ เพราะอาหาร fusion นี่หลากหลายและน่าสนใจ อย่างบางฤดูจะมีเอาหอยเม่นมาทำซอสใส่สปาเก็ตตี้ ดังนั้นถ้าใครชอบลองกินลองรสชาติใหม่ๆ ก็ถือเป็นทางเลือกอย่างหนึ่งที่ดี อีกเมนูที่มาจากอาหารฝรั่งแต่สุดท้ายค่อนข้างกลายเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นไปเลยก็คือ แฮมเบิร์ก (Hamburg) ฟังชื่อแล้วก็เดาไม่ยากว่ามาจากแฮมเบอร์เกอร์ของฝรั่ง แต่แฮมเบิร์กของญี่ปุ่นไม่มีขนมปังประกบบนล่างเพราะหมายถึงเฉพาะเนื้อบดที่อยู่ในแฮมเบอร์เกอร์เท่านั้น เวลาเสิร์ฟบางทีก็จะมาบนจานกระทะร้อน มีผักและมันฝรั่งเคียงมา ให้เลือกกินกับข้าวญี่ปุ่น หรือขนมปัง จุดเด่นของรสชาติแฮมเบิร์กก็คือเขาผสมเนื้อหมูบดเข้าไปในเนื้อวัวบด แล้วก็มีเครื่องปรุงอื่นๆ เช่นหัวหอมสับ ซอส และแป้ง ดังนั้นเวลาทานเลยจะมีความรู้สึกว่าเด้งๆ เล็กน้อย ไม่ถึงขั้นลูกชิ้นแต่ก็มีความละมุนละม่อมมากกว่ากินเนื้อล้วนๆ ไม่เหมือนเนื้อในแฮมเบอร์เกอร์ของฝรั่งที่เป็นรสชาติเนื้อวัวบดล้วนๆ ซึ่งจะมีความคาวและรู้สึกเป็นเนื้อมากกว่า
อาหารพื้นๆ อย่างข้าวหน้าต่างๆ (ที่เรียกันว่า Donburi ดงบุริ) เป็นที่นิยมมากเพราะทานง่าย เร็ว แล้วก็อร่อยถูกใจคนไทย อาจจะเป็นเพราะเราติดการกินข้าวก็เป็นได้ เวลาที่เราเลือกไม่ถูกว่าจะกินอะไร เรามักจะหันไปหาสิ่งที่เราคุ้นเคยคือข้าว ข้าวดงบุริที่ยอดฮิตก็จะเป็นข้าวหน้าเนื้อ ข้าวหน้าหมูทอด ข้าวหน้ากุ้งทอด หากินได้ตามร้านข้างทางหรือสถานีรถไฟ ตามร้านสะดวกซื้อก็มีขายอยู่ในตู้แช่เย็น เวลาซื้อเขาจะถามว่าให้อุ่นเลยมั้ยแล้วก็อุ่นให้เราพร้อมทาน หากเป็นคนกินรสจัดหรือติดเผ็ดก็จะลำบากนิดหน่อยเวลามาเที่ยวญี่ปุ่น เพราะพริกที่เขามีให้ใส่บางร้านสีแดงแปร๊ดแต่ไม่มีความเผ็ดเลยเมื่อเทียบกับพริกบ้านเรา ไม่ติดฝุ่นเลยค่ะ ก็อาจจะต้องหันไปหาบะหมี่ถ้วยแบบที่มีรสเผ็ดหรืออะไรทำนองนั้นแทน อาหารพื้นอีกอย่างก็คือ โซบะและอุด้ง ก็เหมือนกินก๋วยเตี๋ยวบ้านเรา แต่น้ำซุปของโซบะหรืออุด้งจะดีต่อสุขภาพมากกว่าน้ำซุปราเม็ง เพราะว่าเป็นซุปใสที่ทำจากปลาแห้งใส่โชยุ จะมีให้เลือกกินได้แบบร้อน และเย็น ถ้าเป็นร้อนเส้นก็จะใส่มาในน้ำซุปเลย ส่วนถ้าเป็นเย็นนี่โดยมากจะแยกเส้นกับน้ำซุปมาให้ เวลากินก็คีบเส้นจุ่มเข้าไปในถ้วยซุปแล้วก็ทาน พอทานเส้นหมดก็สดน้ำซุปตาม เครื่องปรุงของโซบะอุด้งก็จะมีวาซาบิ พริกเจ็ดรส เลือกใส่ตามชอบ หากใครไม่ชอบทานเส้นกับซุปเปล่าๆ ก็จะมีให้เลือกใส่เพิ่มเนื้อหมู กุ้งทอด ปลาหมึกทอด ผักทอด ไข่ออนเซ็น ฯลฯ เหมือนเป็นท้อปปิ้งเพิ่มเติม
(ถ้าใครอายุแต่เลข 4 แล้วอาจจะจำตัวการ์ตูนที่ชื่อ คินนิคุแมน ที่เป็นนักมวยปล้ำได้ เด็กๆ ช่อง 9 การ์ตูนมีฉาย จะมีเพลงของการ์ตูนที่แปลเป็นไทยแล้วร้องว่า “ข้าวหน้าเนื้อ เจ้าเก่า 300 ปี โย่ๆ...” อะไรทำนองนี้ เพราะในเรื่องคินนิคุแมนชอบกินข้าวหน้าเนื้อเป็นอาหารโปรด แล้วคำว่า นิคุ ในภาษาญี่ปุ่นก็แปลว่า Meat หรือเนื้อด้วย)

อาหารจีนในญี่ปุ่นนี่ไม่จำเป็นไม่แนะนำเลยค่ะ ไม่ใช่ว่าเลวร้ายกินไม่ได้หรอกค่ะแต่ว่าไม่เหมือนอาหารจีนที่คนไทยอย่างเรารู้จัก อาหารจีนในบ้านเราถือว่าอร่อยสุดๆ แล้ว แล้วก็มีความใกล้เคียงอาหารจีนในจีนหรือฮ่องกงจริงๆ มากกว่าเยอะ อาหารจีนในญี่ปุ่นมีความเหมือนอาหารสำเร็จรูปที่รสชาติมาจากผงปรุงรสหรือซอสแบบเดียวกันหมด อันนี้ไม่พูดถึงร้านอาหารจีนที่ดังๆ แบบที่ได้มิชลินสตาร์หรืออะไรทำนองนั้นนะคะ พูดถึงร้านอาหารจีนตามถนนหนทางของเขาทั่วไปค่ะ อาหารจีนที่คนญี่ปุ่นรู้จักและคุ้นเคยจะเป็นพวกเต้าหู้ผัดซอสแดงเผ็ดนิดหน่อย กุ้งผัดซอสพริก ผัดถั่วงอกกุ๋ยช่ายใส่เนื้อสัตว์ ราดหน้า ขนมจีบ เป็นต้น

เนื้อย่างอันเลื่องลือของญี่ปุ่นที่ทุกคนเรียกขานกันว่า เนื้อวากิว (Wagyu) จริงๆ แล้ววากิวไม่ใช่ชื่อของเนื้อนะคะ เหมือนสมัยหลายสิบปีก่อนเนื้อที่ดังคือเนื้อโกเบ (จำได้ว่าสยามสแควร์มีร้านอยู่ ไม่รู้ตอนนี้ยังอยู่มั้ย) มาตอนหลังถึงทราบกันว่าโกเบเป็นเพียงชื่อของเมือง เนื้อที่มาจากวัวที่เลี้ยงในเมืองนี้เลยถูกเรียกว่าเนื้อโกเบ ส่วนคำว่า 和牛 (Wagyu หรือ วากิว) แปลความหมายตรงตัวว่า เนื้อญี่ปุ่น เนื่องจากแต่ก่อนต่างชาติรู้จักกันว่าเนื้อดังก็คือเนื้อโกเบ ทำให้เนื้อวัวที่เลี้ยงในเมืองอื่นของญี่ปุ่นถูกมองว่าคุณภาพไม่เทียบเท่า ทั้งที่จริงๆ แล้ววิธีการเลี้ยงวัวของญี่ปุ่นเขาก็ได้คุณภาพเหมือนกันทั่วประเทศ อาจจะแตกต่างกันไปตามเทคนิคของแต่ละเมือง (ซึ่งบางคนอาจเคยได้ยินว่ามีเอาเบียร์ให้วัวกินมั่ง เปิดเพลงให้วัวฟังมั่ง นวดวัวมั่ง สารพัดวิธีเพื่อให้วัวไม่เครียด กล้ามเนื้อผ่อนคลาย เนื้อจะได้นุ่ม) จึงทำให้มีการตั้งชื่อเนื้อญี่ปุ่นและเปลี่ยนให้เรียกว่า เนื้อวากิว เพื่อเป็นการทำให้เนื้อในเมืองอื่นๆ ขายได้ด้วย ปัจจุบันเมืองโกเบก็ยังขึ้นชื่อว่าเนื้อย่างอร่อยอยู่ บางร้านต้องจองล่วงหน้าหลายเดือนและราคาแพงหูฉี่ ต่อ 1 คนสำหรับมื้อหนึ่งแพงถึง 40,000 เยนก็มี ผู้เขียนเคยพาผู้ใหญ่ผู้มีพระคุณไปทานที่โกเบครั้งหนึ่ง หลังจากทานเสร็จจึงได้รู้ว่าที่แพงคงไม่ใช่ค่าเนื้ออย่างเดียว แต่เป็นค่าพ่อครัวที่มายืนย่างและหั่นตรงหน้าเรา เพราะเป็นโต๊ะส่วนตัวที่มีกระทะเหล็กใหญ่ๆ ตรงกลาง แล้วเรานั่งล้อมกระทะโดยมีพ่อครัวส่วนตัวมาทำให้เรากินตรงนั้น หน้าที่พ่อครัวไม่ใช่ย่างเนื้อด้วยลีลาที่ฝึกมาหลายสิบปีอย่างเดียว แต่เขาต้องคอยคุยคอยให้ความบันเทิงเราด้วยเหมือนเป็น Entertainer ไปในตัว มิน่าล่ะถึงแพง... หลังจากครั้งนั้นก็เลยไม่ไปกินร้านลักษณะนี้อีกเลย แต่เวลาอยากทานหรือมีเพื่อนฝูงมาจะไปซื้อส่วนของเนื้อวากิวที่เรียกว่า Karubi (คารุบิ) ที่มีมันแทรกเป็นชั้นๆ ตามร้านเนื้อท้องถิ่นหรือตามซุปเปอร์มาร์เก็ตดีๆ มาย่างกินเองที่บ้าน ราคาถูกกว่าเกินเท่าตัวโดยที่วัตถุดิบก็ดีเหมือนกัน แล้วก็กินได้มากกว่าอีกด้วย จุดสำคัญของการกินเนื้อย่างวากิวคือ ต้องหาวาซาบิชนิดที่กินกับเนื้อ และซอสเนื้อย่างที่เข้ากันมากินด้วย ถ้าชอบฉุนก็ใส่กระเทียบสับเข้าไปหน่อยจะอร่อยเหาะ แต่เนื้อส่วนคารุบิมีอยู่อย่างหนึ่งคือ มันจะมากแบบล้นทะลัก ดังนั้นบางทีกินไปไม่เท่าไรก็จะเกิดอาการเลี่ยนอย่างช่วยไม่ได้ ตรงนี้เป็นสิ่งที่ควรรู้เพราะเวลาคนไทยไปกินบุฟเฟ่ต์เนื้อวากิวตามร้านชื่อดังญี่ปุ่น บางทีเลือกคอร์สบุฟเฟ่ต์ราคาเป็นหมื่นเยนขึ้นไปเพื่อที่จะได้กินเนื้อดีๆ เต็มที่คุ้มราคา แต่ความเป็นจริงเรากินได้ไม่มากเท่าที่คิด หากเทียบกับเวลาเราสั่งแยกเป็นจานตามเมนูมาแล้วอาจประหยัดกว่า แถมเนื้อที่มากับบุฟเฟ่ต์นั้นไม่ว่าจะดีแค่ไหนก็มักจะมีเกรดที่ต่ำกว่าเนื้อจานที่สั่งแยกตามเมนู อันนี้ก็นานาจิตตังนะคะเพราะบางคนกินได้มากแล้วคุ้มก็มี ให้ทางเลือกเผื่อไว้สำหรับคนที่ทานไม่มาก จะได้ทานของดีราคาประหยัดลงได้ค่ะ

ขนมญี่ปุ่น ภายใต้รูปลักษณ์สีสันหลากหลายและหีบห่อที่สวยงามของกล่องขนมญี่ปุ่น ขอให้จำไว้ขึ้นใจว่าวัตถุดิบหลักของขนมญี่ปุ่นดั้งเดิมส่วนมากคือ ถั่วแดงและแป้งข้าวเหนียวหรือแป้งโมจินั่นเอง หลายครั้งที่ลองซื้อขนมจากเมืองนั้นเมืองนี้มากินเพราะหน้าตามันช่างน่ารักสวยเย้ายวนใจจนทำให้เราจินตนาการไปว่ากัดเข้าไปแล้วจะมีรสชาติอย่างนั้นอย่างนี้ พอกินจริงๆ คือไส้ถั่วแดงทั้งหลายทั้งสิ้น หากไม่ใช่คนชอบถั่วแดงก็คงต้องระวังนิดนึงไม่งั้นจะผิดหวังได้ง่ายๆ ขนมดังโงะที่เราเห็นในหนังการ์ตูนที่ว่าเอาแป้งโมจิมาเสียบไม้ย่างแล้วก็ราดซอส ก็คือแป้งข้าวเหนียวราดโชยุมั่ง ราดซอสถั่วแดงมั่งนั่นเอง ความเห็นส่วนตัวนะคะขนมไทยอร่อยกว่ามากมายค่ะ มีทั้งหวานมันเค็ม แต่ถ้าเป็นไอศครีมอย่าง Soft Cream หรือ Short Cake ทั้งหลายก็ต้องยกนิ้วให้ญี่ปุ่นเพราะอร่อยจริงจัง ขอแนะนำเลยว่าทานให้เต็มที่ค่ะ นมเนยหอมแล้วก็แป้งเค้กเบาไม่หนักจุกอกเหมือนกินเค้กบ้านเรา คำขวัญที่มักจะบอกทุกคนที่มาเสมอคือ กินให้เต็มที่แล้วกลับไทยค่อยไปลดเอาค่ะ 555 สำหรับ Short Cake ก็ต้องเป็นสตอร์เบอรี่เลยถึงจะอร่อยสุด แม้ว่าจะมีพวก Short Cake ผลไม้อื่นๆ บ้างแต่ยังไงก็สู้สตอร์เบอรี่ไม่ได้ ส่วน Soft Cream นี่จะมีรสชาติหลากหลายตามท้องถิ่นที่ขาย รสชาติพื้นฐานก็วานิลลา บางจังหวัดขึ้นชื่อเรื่องผักผลไม้ก็จะมี Soft Cream รสองุ่น รสพีช รสมันม่วง และอีกหลายรส ขนมหวานดังอีกเมนูหนึ่งคือ Mont Blanc (มง-บลัง) คำว่ามงบลังเป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่า ภูเขาสีขาว เป็นขนมเค้กที่ทำจากเกาลัดเป็นวัตถุดิบหลัก การทำอาหารที่มีการชุบแป้งทอดและขนมปังเบเกอรี่ต่างๆ ในญี่ปุ่นล้วนมาจากการทำอาหารของฝรั่งเศสทั้งสิ้น ดังนั้นตามร้านขนมหวานหรือเบเกอรี่ในญี่ปุ่นจึงมักตั้งชื่อร้านเป็นภาษาฝรั่งเศส ซึ่งก็สะกดถูกมั่งผิดมั่งทำเอาคนฝรั่งเศสงงกันไปว่าร้านนี้ชื่อแปลกๆ ไม่รู้หมายความว่าอะไร

住所

平野地区
Minamitsuru-gun, Yamanashi
401-0502

ウェブサイト

アラート

Japan within reachがニュースとプロモを投稿した時に最初に知って当社にメールを送信する最初の人になりましょう。あなたのメールアドレスはその他の目的には使用されず、いつでもサブスクリプションを解除することができます。

事業に問い合わせをする

Japan within reachにメッセージを送信:

共有する

カテゴリー