แอคทิวิตี้ คอมพานี

แอคทิวิตี้ คอมพานี ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก แอคทิวิตี้ คอมพานี, การท่องเที่ยวและการเดินทาง, Bangkok.

19/08/2016

8 ความลับของคนรวยที่ไม่ยอมบอกคุณ

คนทั่วไปคิดว่าจำนวนรายได้ต่อเดือนคือความรวยแต่ความรวยวัดกันที่จำนวนที่เหลือในแต่ละเดือนต่างหาก ใครที่อยากรวยลองอ่านบทความนี้ รับรองเงินงอกเงยขึ้นมาทำให้มั่งคั่งร่ำรวยอย่างแน่นอน

ความลับที่ 1 ของการเป็นคนรวย คือ คนรวยชอบซื้อสิ่งของที่มีมูลค่าเพิ่ม คนรวยเวลาจะซื้อของจะเป็นการเพิ่มเงินให้ตัวเอง ลองคิดดูว่าเรากำลังซื้อสิ่งที่จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคตหรือไม่ หลังจากที่เราซื้อไปแล้วราคาของมันจะเพิ่มขึ้นหรือไม่

ความลับที่ 2 พวกคนรวยชอบคุยในกลุ่มผู้คนที่มักคิดต่อยอด กลุ่มคนรวยมักจับกุมเฉพาะคนรวยเพื่อต่อยอดความคิดหรือต่อยอดธุรกิจกัน คุยกันเรื่องซื้อๆขายๆแล้วได้กำไรเท่านั้น ลองหันมามองดูตัวเองสิว่าเพื่อนที่เราคบหา 5 คน เขาคุยกันเรื่องอะไรบ้าง เขาชวนเราไปทำอะไรบ้าง เขาสามารถต่อยอดเงินของเราให้เติบโตได้ เพื่อนคนนั้นพาเราไปร่ำรวยหรือไม่

ความลับที่ 3 พวกคนรวยชอบอ่อนน้อมถ่อมตน และช่วยเหลือคนอื่น เศรษฐีส่วนมากใจบุญ และมีความคิดช่วยเหลือคนอื่น ถ้าเรายังไม่มีเงินมากพอลองฝึกนิสัยอ่อนน้อมถ่อยตนและช่วยเหลือคนอื่นก่อน โดยเริ่มจากการเป็นผู้ให้ การจะเป็นคนรวยไม่ยากเริ่มจากการให้ผู้อื่นก่อน เขาจะให้อะไรใครเราต้องมีสิ่งนั้นก่อน เราจะให้ความรู้ใครเราต้องไปหาความรู้ก่อน

ความลับที่ 4 คนรวยชอบลงทุน เช่นการแบ่งเงินบางส่วนไปลงทุนในหุ้น หรือ กองทุนรวม

ความลับที่ 5 คนรวยมักเก็บเงินก่อนจ่ายเงินออกไป ถ้าอยากรวยเก็บเงินก่อนนะครับ เศรษฐีเมื่อได้เงินมาเขามักจะนำไปใส่บัญชีออมทรัพย์หรือบัญชีการลงทุนก่อนที่จะนำไปใช้จ่าย

ความลับที่ 6 คนรวยชอบชื่นชมคนสำเร็จ หรือคนที่ร่ำรวยด้วยกัน จงชื่อชมคนรวยและสรรเสริญคนรวยเพื่อที่สักวันหนึ่งเราจะเป็นคนรวยแบบนั้นบ้าง เห็นคนประสบความสำเร็จและร่ำรวยให้อนุโมทนา ชื่นชมจากใจ

ความลับที่ 7 คนรวยสนใจเฉพาะมูลค่าของสินทรัพย์ แต่คนทั่วไปมักสนใจแค่รายได้จากการทำงาน จงมุ่งไปที่มูลค่าของ สินทรัพย์

ความลับที่ 8 คนรวยมักขายเก่ง ขายความคิด ขายโปรเจ็ค ขายความเชื่อ คนรวยเก่งเรื่องการขายเหล่านี้

ที่มา WCRich

“ทฤษฎีแมลงสาบ” คู่มือการพัฒนาตัวเองของ Sundra Pichai ซีอีโอคนใหม่ของ Googleแก้ไขล่าสุด: 07.07.2016 : 11:06  โดย: varanyu...
30/07/2016

“ทฤษฎีแมลงสาบ” คู่มือการพัฒนาตัวเองของ Sundra Pichai ซีอีโอคนใหม่ของ Google
แก้ไขล่าสุด: 07.07.2016 : 11:06 โดย: varanyu

ณ เวลานี้ในประเทศอินเดีย เรื่องราวของ Sundra Pichai ซีอีโอหมาดๆ ของ Google ยังคงถูกแชร์อย่างต่อเนื่อง ทั้งอดีตที่น่าสนใจของเขา เรื่องราวในวัยเด็ก การศึกษา ทุกอย่างเกี่ยวกับเขากลายเป็นไวรัล รวมทั้งเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ก็เช่นกัน

Sundar Pichai ไม่ได้เก่งแค่เรื่องงาน แต่เขายังเก่งเรื่องการพัฒนาตัวเองอีกด้วย หลายๆ คนคงทราบดีว่าเขาเกิดมาในครอบครัวที่ยากจน แต่ในวันนี้ เขาคือซีอีโอของ Google

ตัวเขาเองเคยพูดถึง “ทฤษฏีแมลงสาบ” ที่เขาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และมันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขายิ่งใหญ่อย่างทุกวันนี้ ลองมาติดตามไปพร้อมๆ กัน

ลองจินตนาการว่าคุณนั่งอยู่ในร้านอาหาร อยู่ๆ ก็มีแมลงสาบจากซอกหลืบไหนสักแห่งบินมาเกาะที่ผู้หญิงคนหนึ่ง เธอจึงเริ่มกรีดร้องทันทีที่เห็นมัน

หลังจากนั้นเธอก็เริ่มกระโดดโลดเต้น หวังว่าแมลงสาบตัวนั้นมันจะเลิกเกาะติดเธอเสียที มือทั้งสองข้างก็พยายามปัดมันออก แต่แมลงสาบเจ้ากรรมดันอยู่นิ่งๆ ซะอย่างนั้น

ปฏิกิริยาของผู้หญิงคนนั้นเริ่มทำให้ทุกคนที่นั่งร่วมโต๊ะกับเธอต้องประสาทเสียไปด้วย

และในที่สุด แมลงสาบตัวนั้นมันก็บินออกไปจากเธอ

แต่ลงไปจอดที่ไหล่ของผู้หญิงอีกคนในกลุ่ม แล้วผู้หญิงคนนั้นก็เต้นแร้งเต้นกาเหมือนผู้หญิงคนแรกไม่มีผิด ความโกลาหลมาเยือนโต๊ะนั้นทันที

เมื่อเด็กเสิร์ฟสังเกตเห็น เขาเคลื่อนที่เข้ามาอย่างรวดเร็วเพื่อหวังจะระงับเหตุการณ์ พอดีกับที่แมลงสาบเจ้าปัญหามันบินมาเกาะที่ผ้ากันเปื้อนของเขาพอดี

แต่แทนที่จะสะบัดผ้าออก เขากลับยืนนิ่ง และคอยสังเกตการเคลื่อนที่ของแมลงสาบตัวนั้น ซึ่งมันกำลังค่อยๆ เดินขึ้นมาบนเสื้อเชิ้ตของเขา

จนกระทั่งเริ่มจับทิศทางการเดินของมันได้ เขาจึงคว้ามันไว้ และขว้างออกไปที่นอกร้านอาหาร

คำถามที่น่าสนใจคือ “แมลงสาบ” คือต้นตอของความโกลาหลหรือเปล่า?

ถ้าใช่ ทำไมเด็กเสิร์ฟจึงยืนนิ่งๆ และสามารถจัดการกับมันได้อย่างละมุนละม่อม

นั่นก็เป็นเพราะว่ามันไม่เกี่ยวกับแมลงสาบ มันคือความสามารถในการรับมือกับสิ่งที่เข้ามารบกวน ซึ่งในที่นี้ก็คือแมลงสาบ

เทียบกับเหตุการณ์ในชีวิตจริง มีหลายๆ อย่างที่ทำให้เราหัวเสีย เช่น เสียงบ่นของคนรอบตัว หรือเสียงก่นด่าของเจ้านาย ซึ่งจริงๆ แล้วเราเองต่างหากที่เลือกได้ว่าจะรู้สึกอย่างไรกับสิ่งเหล่านั้น ถ้าเราหงุดหงิดกับมัน นั่นก็เป็นเพราะเราเลือกเอง ไม่ใช่เพราะสิ่งเหล่านั้นทำให้เรารู้สึกแย่

มันไม่ใช่รถที่ติดอยู่บนท้องถนนที่ทำให้เราอารมณ์เสีย แต่เป็นความสามารถในการรับมือของเราเองต่างหากที่ทำให้เราหัวเสียกับมัน

มันคือปฏิกิริยาของเราที่มีต่อปัญหาต่างหากที่สร้างความโกลาหลให้กับชีวิตของเรา และสิ่งที่ Sundra เรียนรู้จากเรื่องนี้คือ เขาเข้าใจว่าควรมีปฏิกริยากับปัญหาต่างๆ ในชีวิตอย่างไร

เขาจะรับผิดชอบกับมัน ไม่ใช่แค่ react แต่เป็น respond

สองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน เพราะ reaction มาจากสัญชาตญาณ ในขณะที่ response มาจากการคิดใคร่ครวญเป็นอย่างดี เพื่อควบคุมสถานการณ์ไม่ให้บานปลายเกินรับมือ เพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้อะไรๆ มันแย่ลง เพื่อป้องกันการตัดสินใจผิดพลาดเพราะความโกรธ ความกังวล ความเครียด หรือความรีบเร่ง

นั่นคือวิธีการที่ดีที่สุดในการทำความเข้าใจชีวิต และเป็นสิ่งที่อยู่ในใจของผู้ที่ดูแล Google หรือจะพูดให้ดีกว่านั้น มันอาจจะหมายถึงโลกอินเทอร์เน็ตก็ได้

ที่มา : Mensxp และ “ทฤษฎีแมลงสาบ” คู่มือการพัฒนาตัวเองของ Sundra Pichai ซีอีโอคนใหม่ของ Google

26/07/2016

.....โลกเปลี่ยน.....

ท่านสุรินทร์ พิศสุวรรณ
กล่าวไว้เข้าใจเลยว่า...

โลกเปลี่ยน...คนเป็นครูต้องตีลังกากลับหัวคิดสอนแบบเดิมไม่ได้แล้ว!!!

ตรงกับบทความในหนังสือ
“This is a กู” ว่า...
โลกกำลังเปลี่ยน ธุรกิจกำลังเปลี่ยน
หลายอย่างตอนนี้ มันตีลังกากลับหัวหมด
กลับหัวจนคนไทยงง และตามไม่ทัน

เมื่อก่อนธุรกิจที่มั่นคง น่าเชื่อถือ
ต้องมีโรงงาน มีสำนักงาน มีบุคคลากรเยอะๆ
แต่สมัยนี้ ยิ่งน้อยยิ่งดี
แต่น้อยอย่างมีประสิทธิภาพ
คนน้อย กำไรเยอะ ค่าตอบแทนสูง
มันกลับหัวไปหมดจากอดีต

Apple ไม่เคยมีโรงงานผลิตของตัวเอง
แต่ครองตลาดอันดับ 1 ของโลก เพราะจ้างผลิตล้วนๆ
กำไรเพิ่มขึ้นทุกปี มาร์จิ้นสูงมาก ผลประกอบการดี๊ดี

Facebook , Google มีรายได้มหาศาลจากโฆษณา
โดยไม่มีพนักงานขายโฆษณาเลยสักคน
เพราะใช้พาร์ทเนอร์ และให้ลูกค้าทำเองได้
กำไรเพิ่มขึ้นทุกปี มาร์จิ้นสูงมาก ผลประกอบการดี๊ดี

วันนี้ไม่เพียงแต่ตัวอย่างข้างต้น
แต่เราจะเห็นโมเดลุรกิจแบบนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
เฮ่ย ! นี่เรื่องจริง ไม่ได้ล้อเล่น
ไม่เชื่อคุณดูข้อมูลต่อไปนี้

Uber เป็นบริษัทแท็กซี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
แต่ไม่มีรถของตัวเองสักคน

Alibaba เป็นแหล่งค้าปลีกออนไลน์
ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก
แต่ไม่เคยมีสินค้าและสตอกสินค้าเลยสักชิ้น

และล่าสุด Airbnb ผู้จัดหาห้องพักใหญ่ที่สุดในโลก
แต่ไม่มีห้องพักของตัวเองเลยแม้แต่ห้องเดียว

นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น
นี่คือการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ
โลกกำลังเปลี่ยน ธุรกิจกำลังเปลี่ยน
หลายอย่าง มันตีลังกากลับหัวหมด
คุณตามการเปลี่ยนแปลงทันนะครับ...

"ร้านค้าอยู่บนอากาศ
สาขาคือมนุษย์ทุกๆคน"

ชีวิตในอนาคต

โลกนี้จะเปลี่ยนไปอย่างไร?
ชีวิตเราจะเป็นอย่างไร?

ในปี 1998 บริษัทโกดักมีพนักงาน 170,000 คนและมียอดขาย 85% ของกระดาษภาพถ่ายทั่วโลก แต่ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปีรูปแบบธุรกิจของพวกเขาหายไปและต้องประสบกับภาวะล้มละลาย

สิ่งที่เกิดขึ้นกับบริษัทโกดักจะเกิดขึ้นอีกกับอีกหลายอุตสาหกรรมใน 10 ปีข้างหน้า และคนส่วนใหญ่จะยังมองไม่เห็น
จะมีใครในปี 1998 ที่คาดคิดบ้างว่าอีก 3 ปีต่อมาคุณจะไม่ถ่ายภาพบนแผ่นฟิล์มกระดาษอีกต่อไป กล้องดิจิตอลอันแรกที่ถูกคิดค้นขึ้นในปี 1975 มีความละเอียดเพียง 10,000 พิกเซล

ตามกฎของมัวร์ เทคโนโลยีส่วนใหญ่ที่สร้างความผิดหวังในตอนแรกและใช้เวลานานก่อนที่มันจะกลายเป็นความสำเร็จและเป็นวิธีที่ดีกว่าในเวลาอันรวดเร็ว

มันจะเกิดขึ้นเช่นเดียวกันกับปัญญาประดิษฐ์(หุ่นยนต์), สุขภาพ, รถยนต์ไฟฟ้า, ที่ขับเคลื่อนอัตโนมัติ,การศึกษา, เครื่องพิมพ์ 3 มิติการเกษตรและการจ้างงาน

ขอต้อนรับเข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคที่ 4 และต้อนรับสู่ยุคทวีคูณ

(1) ซอฟแวร์จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมมากที่สุดใน อีก 5-10 ปีข้างหน้า Uber เป็นเพียงซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของรถยนต์ใด ๆ แต่จะกลายเป็นบริษัท รถแท็กซี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก Airbnb จะเป็นบริษัท โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินใด ๆเลยคอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์(หุ่นยนต์)จะฉลาดขึ้นเป็นทวีคูณและมีความเข้าใจโลกดีกว่ามนุษย์ ในปีนี้คอมพิวเตอร์สามารถเอาชนะมนุษย์ในการเล่นเกมหมากรุกโกะ ซึ่งเร็วกว่าที่คาดคิดไว้ถึง10 ปี

(2) ในสหรัฐอเมริกา, ทนายความที่จบใหม่เริ่มตกงาน เพราะคอมพิวเตอร์ IBM Watson, สามารถให้คำแนะนำด้านกฎหมาย พื้นฐานได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีและมีความแม่นยำถึง 90% เมื่อเทียบกับมนุษย์ที่มีความแม่นยำเพียง 70% ดังนั้นถ้าคุณกำลังเรียนกฎหมายอยู่ก็เลิกได้เลย เพราะในอนาคต อาชีพทนายจะหายไปกว่า 90% เหลือแต่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฏหมายเฉพาะด้านเท่านั้น

(3) ปัจจุบันคอมพิวเตอร์วัตสันได้เข้ามามีส่วนช่วยพยาบาลในการวินิจฉัยโรคมะเร็งได้เร็วและแม่นยำกว่ามนุษย์ถึง 4 เท่า

(4) Facebook ขณะนี้มีซอฟแวร์ในการจดจำรูปแบบใบหน้ามนุษย์ที่เหนือกว่าคน ในปี 2030 คอมพิวเตอร์จะเริ่มฉลาดกว่ามนุษย์

(5) รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติคันแรกจะเผยโฉมต่อสาธารณชนในปี 2018
ประมาณปี 2020 อุตสาหกรรมรถยนต์จะล่มสลาย ไม่มีความจำเป็นที่คุณจะต้องมีรถยนต์เป็นส่วนตัวอีกต่อไป เพราะเพียงแค่คุณโทรศัทพ์เรียก รถแท๊กซี่ก็จะมารับคุณในตำแหน่งที่คุณเรียกและส่งคุณไปยังจุดหมายปลายทาง โดยคุณไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าที่จอดรถแต่จ่ายเฉพาะค่ามิเตอร์และยังสามารถทำงานไปด้วยในขณะเดินทางอีก ลูกๆของเราก็ไม่จำเป็นต้องสอบใบขับขี่หรือซื้อรถยนต์

(5) ตัวเมืองก็จะเปลี่ยนแปลงไปเพราะรถยนต์จะหายไปจากท้องถนนถึง 90-95% เราสามารถเปลี่ยนพื้นที่จอดรถให้กลายเป็นสวนสาธารณะได้
อุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกปีละ 1.2 ล้านคนก็จะลดลง
รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติจะช่วยลดอุบัติเหตุทางจราจรจากหนี่งรายต่อทุก 100,000 กม.เหลือเพียงหนึ่งรายต่อทุก 10 ล้านกม. ซึ่งจะช่วยลดการสูญเสียชีวิตมนุษย์ได้ปีละนับล้านคน

(6) บริษัทรถยนต์ส่วนใหญ่จะประสบกับการล้มละลาย บริษัท รถยนต์ที่อนุรักษ์นิยมจะเพียงแค่พยายามพัฒนารถยนต์ของตนให้ดีขึ้นในขณะที่ บริษัท TECH (Tesla, Apple, Google) จะปฏิวัติการสร้างรถยนต์โดยใส่คอมพิวเตอร์ลงในล้อรถยนต์ ผมคุยกับวิศวกรจากโฟล์คสวาเกนและออดี้; พวกเขากลัวคู่แข่งอย่างเทสลามาก

(7) บริษัท ประกันภัยจะเกิดปัญหาใหญ่เพราะเมื่อไม่มีอุบัติเหตุ, เบี้ยประกันก็จะถูกลง 100 เท่า รูปแบบธุรกิจประกันภัยรถยนต์จะหายไป

(8) อสังหาริมทรัพย์จะมีการเปลี่ยนแปลง เพราะถ้าคุณสามารถทำงานได้ระหว่างการเดินทาง คนก็จะย้ายออกไปอาศัยอยู่ในพื้นที่รอบนอกที่มีทัศนียภาพสวยงามกว่ามากขึ้น

(9) รถยนต์ไฟฟ้าจะกลายเป็นรถยนต์กระแสหลักภายในปี 2020 เมืองก็จะมีเสียงดังหนวกหูลดลงเพราะรถทุกคันจะเป็นรถไฟฟ้า

(10) ราคาค่าไฟฟ้าก็จะถูกลงและเป็นพลังงานสะอาดอย่างเหลือเชื่อ: การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากใน 30 ปีที่ผ่านมา แต่คุณเพิ่งจะเห็นผลกระทบของมัน ปีที่แล้วมีการติดตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั่วโลกมากกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินฟอสซิล ราคาค่าไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์จะถูกลงอย่างมากจนทำให้บริษัทเหมืองแร่ถ่านหินต้องปิดตัวลงในปี 2025

(11) ราคาค่าไฟฟ้าที่ถูกลงจะทำให้มีน้ำราคาถูกและเหลือเฟือจากการเปลี่ยนน้ำทะเลให้กลายเป็นน้ำจืดโดยการใช้กระแสไฟฟ้าเพียง 2kWh ต่อการผลิตน้ำจืดหนึ่งลูกบาศก์เมตร เราจะไม่ขาดแคลนน้ำในสถานที่ส่วนใหญ่อีกต่อไป เพียงแต่อาจขาดแคลนน้ำดื่มเท่านั้น ลองจินตนาการถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นถ้าทุกคนสามารถมีน้ำสะอาดให้ใช้ได้เท่าที่เขาต้องการโดยเกือบจะไม่มีค่าใช้จ่ายเลย

(12) สุขภาพ: ราคา Tricoder X จะมีการประกาศในปีนี้ จะมี บริษัทที่ผลิตเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทำงานได้กับโทรศัพท์ของคุณ (ชื่อ "Tricorder" มาจากภาพยนตร์เรื่อง Star Trek) ซึ่งจะสแกนม่านตาของคุณ พร้อมทั้งตรวจตัวอย่างเลือดและลมหายใจของคุณแล้ววิเคราะห์ ข้อมูลทางชีวภาพ 54 ตัวที่จะบอกโรคได้เกือบทุกชนิดด้วยราคาที่แสนถูก ดังนั้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า มนุษย์ทุกคนบนโลกนี้ก็จะสามารถเข้าถึงการแพทย์ระดับโลกในราคาที่เกือบฟรี

(13) การพิมพ์ 3 มิติ: ราคาของเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่ถูกที่สุดได้ลดลงจาก 18,000 $ มาเป็น400 $ ภายในเวลาเพียง 10 ปีและมีความเร็วขึ้นกว่าเดิม 100 เท่า บริษัทรองเท้าใหญ่ๆได้เริ่มต้นการผลิตรองเท้าด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ รวมถึงในสนามบินที่อยู่ห่างไกลก็เริ่มมีการผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ของเครื่องบินโดยเครื่องพิมพ์ 3 มิติแล้ว สถานีอวกาศในขณะนี้ก็มีเครื่องพิมพ์ 3 มิติสำหรับผลิตชิ้นส่วนอะไหล่เอง เพื่อลดความจำเป็นในการเก็บอะไหล่จำนวนมาก ในปลายปีนี้ สมาร์ทโฟนใหม่จะมีความสามารถในการสแกน 3 มิติ ที่จะทำให้คุณสามารถสแกนเท้าของคุณและพิมพ์รองเท้า 3 มิติที่เหมาะสมกับเท้าของคุณไว้ใส่เองที่บ้าน ได้ ประเทศจีนในขณะนี้มีการสร้างอาคารสำนักงาน 6 ชั้นด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติได้แล้ว ภายในปี 2027 10% ของผลิตภัณฑ์ทุกอย่างจะถูกผลิตโดยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

(14) โอกาสทางธุรกิจ: ถามตัวคุณเองก่อนว่า "ในอนาคตจะเกิดสิ่งนั้นขึ้นไหม" ถ้าคำตอบคือใช่ คุณจะมีวิธีทำให้มันเกิดขึ้นเร็วกว่านี้ไหม แต่ถ้ามันไม่สามารถจะใช้งานร่วมกับโทรศัพท์ของคุณ ก็จงลืมความคิดนั้นไปได้ เพราะความคิดใด ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อความสำเร็จในศตวรรษที่ 20 จะล้มเหลวในศตวรรษที่ 21

(15) ตำเหน่งงาน: 70-80% ของตำเหน่งงานจะหายไปใน 20 ปีข้างหน้า จะมีงานใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก แต่มันก็อาจจะยังไม่เพียงพอในระยะเวลาที่สั้นเกินไป

(16) การเกษตร: ในอนาคตจะมีหุ่นยนต์ที่ใช้สำหรับการเกษตรราคาถูกเพียงตัวละ 100 $ เกษตรกรในโลกที่ 3 จะทำงานเป็นผู้จัดการแทนที่จะทำงานกลางแดดตลอดทั้งวัน การเกษตรแบบ Aeroponics จะใช้น้ำน้อยมาก

(17) เนื้อลูกวัวที่ผลิตในจานเพาะเลี้ยงเซลและเริ่มมีการขายในขณะนี้จะมีราคาถูกลงกว่าเนื้อลูกวัวจริงภายในปี 2018
ปัจจุบัน 30% ของพื้นที่ทางการเกษตรทั้งหมดใช้สำหรับการเลี้ยงปศุสัตว์ ในอนาคต พื้นที่เหล่านั้นจะไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

(18) โปรตีนจากแมลงจะมีการวางตลาดในเร็วๆ นี้ มันมีโปรตีนมากกว่าเนื้อสัตว์ และมันจะถูกติดฉลากว่าเป็น "แหล่งโปรตีนทางเลือก" (เนื่องจากคนส่วนใหญ่ยังคงรังเกียจการกินแมลงเป็นอาหาร)

(19) มีแอปที่เรียกว่า "moodies" ซึ่งสามารถบอกอารมณ์ของคุณได้ในปัจจุบัน แต่ภายในปี 2020 จะมีแอปพลิเคชันที่สามารถบอกการแสดงออกทางใบหน้าของคุณว่าคุณกำลังพูดโกหกอยู่ ลองนึกถึงภาพคนดีที่มายืนยันว่า อุปกรณ์ GT 200 ทำงานได้จริง แต่ขณะถูกถ่ายทอด แอปบอกว่าคนคนนี้กำลังตอแหลอยู่

(20) Bitcoin(เหรียญเงินที่ใช้ซื้อขายทางอินเตอร์เน็ต): จะกลายเป็นสกุลเงินกระแสหลักในปีนี้ และอาจจะกลายเป็นสกุลเงินสำรองด้วย

(21) อายุวัฒนะ: ปัจจุบันค่าเฉลี่ยของชีวิตมนุษย์เพิ่มขึ้น 3 เดือนต่อทุกปี
สี่ปีที่แล้วอายุเฉลี่ยของมนุษย์อยู่ที่ 79 ปี ปัจจุบันนี้เพิ่มเป็น 80 ปี ภายในปี 2036 เราทุกคนอาจมีชีวิตยืนยาวไปถึงมากกว่า 100 ปี

(22) การศึกษา: ปัจจุบันราคาสมาร์ทโฟนที่ถูกที่สุดอยู่ที่ 10 $ ในแอฟริกาและเอเชีย ภายในปี 2020 คนในโลก 70% จะมีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง ซึ่งหมายความว่าทุกคนจะสามารถเข้าถึงการศึกษาระดับโลกได้ เด็กทุกคนสามารถใช้ Khan Academy สำหรับเรียนรู้ทุกสิ่งที่เด็กในโรงเรียนของประเทศที่เจริญแล้วเรียนได้ ซอฟแวร์นี้ได้เปิดใช้แล้วในประเทศอินโดนีเซียและจะมีเป็นภาษาอาหรับ ภาษาสวาฮิลีและภาษาจีนในฤดูร้อนนี้ สำหรับApp ภาษาอังกฤษจะเปิดให้ใช้ฟรีเพื่อให้เด็กในประเทศแอฟริกาได้เรียนพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องเคล่วภายในเวลาเพียงครึ่งปี

ดังนั้น ผู้เตรียมตัวเผชิญหน้ากับอนาคตจึงจะอยู่รอดและได้ชัยชนะอันยิ่งใหญ่/
(wsmmpf9sdtjul)

ในโลกของการลงทุน ไม่มีดวงดีหรือไม่ดี มีแต่ รู้มาก กับรู้น้อย,,รู้น้อย ก้มักจะเป็นแมงเม่าวิ่งเข้ากองไฟ,,รู้มาก คุณก้จะได้...
04/07/2016

ในโลกของการลงทุน ไม่มีดวงดีหรือไม่ดี มีแต่ รู้มาก กับรู้น้อย
,,รู้น้อย ก้มักจะเป็นแมงเม่าวิ่งเข้ากองไฟ
,,รู้มาก คุณก้จะได้เดินในเส้นทางแห่งความร่ำรวย

อยู่คอนโดตั้งนาน เพิ่งได้มีโอกาส ได้เล่น
04/07/2016

อยู่คอนโดตั้งนาน เพิ่งได้มีโอกาส ได้เล่น

29/05/2016
ฝากไว้นะครับ มีประโยชน์มากๆ
05/05/2016

ฝากไว้นะครับ มีประโยชน์มากๆ

คนที่เอาใจยากที่สุดคือ "คนจน" คนที่เอาใจยากที่สุดคือ "คนจน" ถ้าจะให้อะไรเขาฟรีๆ เขาจะรับแต่เขาจะไม่ทำอะไรต่อเพื่อตัวเขา ถ้าเราบอกให้พวกเขาลงทุนน้อย(แค่พอตัว) เขาจะบอกว่าก็ได้กำไรน้อยสิ ถ้าเราบอกพวกให้ลงทุนเยอะๆ พวกเขาจะตอบกลับมาว่า "ไม่มีทุนเพียงพอ" ถ้าบอกให้พวกเขาได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ พวกเขาจะตอบกลับ...

How to success
05/05/2016

How to success

การเป็นคนที่ยุ่งตลอดเวลาไม่ใช่ตัวบ่งบอกว่าคุณเป็นคนเก่งหรือเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ

แล้วเราจะทำธุรกิจอะไรดี ถ้าไม่ใช่ธุรกิจออนไลน์💎💎💎
04/05/2016

แล้วเราจะทำธุรกิจอะไรดี ถ้าไม่ใช่ธุรกิจออนไลน์💎💎💎

เงิน กับ เวลา สิ่งไหนสำคัญกว่ากัน?ถ้าดูเงินในบัญชี คุณจะรู้ว่ามีเงินเหลือเท่าไรแต่ถ้าคุณมองดูนาฬิกา คุณไม่รู้เลยว่าเวลาช...
03/05/2016

เงิน กับ เวลา สิ่งไหนสำคัญกว่ากัน?

ถ้าดูเงินในบัญชี คุณจะรู้ว่ามีเงินเหลือเท่าไร
แต่ถ้าคุณมองดูนาฬิกา คุณไม่รู้เลยว่าเวลาชีวิตคุณเหลืออยู่เท่าไร

ทุกเกมส์จะมีผู้แพ้ชนะเสมอ ถ้าเริ่มเล่นก็ต้องสู้จนจบเกมส์.  game have win and lose.if you start must fight to complete.
27/04/2016

ทุกเกมส์จะมีผู้แพ้ชนะเสมอ
ถ้าเริ่มเล่นก็ต้องสู้จนจบเกมส์.
game have win and lose.if you start must fight to complete.

20/04/2016

ข้อคิดจากณรงค์ เจียรวนนท์ ทายาท CP
#ไม่มีเศรษฐีคนไหนร่ำรวยจากการ "ประหยัดรายจ่าย" แต่เกิดจากการ "สร้างรายได้"
#ไม่มีเศรษฐีร่ำรวยจากการ "ทำงานง่าย" แต่เค้ารวยจากการ "ทำงานยาก"
#ไม่มีเศรษฐีร่ำรวยจากการ "ทำงานหนัก" แต่เค้ารวยจากการ "ทำงานฉลาด"
#ไม่มีเศรษฐีคนไหนร่ำรวยจากการ "คิดเยอะ" แต่เค้ารวยจากการ "คิดเป็น"
#ไม่มีเศรษฐีที่เกิดจากการ "ขายแรงงาน" แต่เกิดจากการ "ขายไอเดีย"
#ไม่มีเศรษฐีคนไหน "ปฏิเสธโอกาส" แต่เค้า "มองหาโอกาสทุกเวลา"
#ไม่มีใครถูกลิขิตมาให้ "รวย หรือ จน"

#คนทุกคนลิขิตชีวิตตนเอง!!!

ที่อยู่

Bangkok
10250

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ แอคทิวิตี้ คอมพานีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์