16/02/2026
วันนี้จะชวนทุกคนไปเที่ยวเมือง Noboribtsu, Hokkaido กัน❄️☃️
เป็นทริปที่ชอบมากกกก นักท่องเที่ยวน้อย โรงแรมที่เราไปพักคือ 📍Noboribetsu Grand Hotel ห้องแบบเรียวกัง กว้าง สบาย ไม่รู้สึกอึดอัด ไฮไลท์เลยคือ!! ออนเซ็นนอกอาคารที่สวยมากกก ประทับใจมากกก มีมุมน้ำตกเล็กๆให้มองระหว่างแช่ออนเซ็นด้วย และยังมีตัวเลือกน้ำแร่ให้ลงไปแช่หลากหลาย ไม่น่าเบื่อ และเราก็ไปเล่นสกีที่ 📍San Laiva Ski พื้นที่กว้างมากและไม่แออัด เหมาะกับนักสกีมือใหม่ฝึกหัดอย่างเรามากๆ เลิฟสุดๆ ถ่ายรูปสวยแน่นอน หลังจากนั้นเราก็ไปแวะจุดกำเนิดนำพุร้อนกันที่ 📍Jigokudani Valley (Volcanic hot spring with walking paths) ทางเดินลื่นมากๆนะคะ ต้องระวังลื่นกันด้วย ตามทางอาจจะมีหิมะเก่าที่กลายเป็นน้ำแข็งแล้ว เดินไปขาสั่นไป🤣 ถ้าลื่น ถือว่ามาถึงแล้วนะทุกคน ฮ่าๆ
ประวัติความเป็นมาของเมืองคร่าวๆ
โนโบริเบทสึ (Noboribetsu) เป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในเกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น โดยมีชื่อเสียงโด่งดังจากแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติและ “หุบเขานรก” (Jigokudani) ประวัติศาสตร์ของเมืองนี้มีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับชนเผ่าพื้นเมืองไอนุและการบุกเบิกของตระกูลซามูไรในยุคปฏิรูปเมจิ
ที่มาของชื่อและยุคชนเผ่าไอนุ
ชื่อ “โนโบริเบทสึ” มีรากศัพท์มาจากภาษาไอนุคำว่า “นุพุรุ-เพ็ท” (Nupur-pet) ซึ่งมีความหมายว่า “แม่น้ำที่มีสีเข้ม” หรือ “แม่น้ำที่ขุ่นข้น” สาเหตุที่เรียกเช่นนี้เพราะแม่น้ำในบริเวณนั้นมักจะมีสีขาวขุ่นจากการปนเปื้อนของแร่ธาตุและกำมะถันจากน้ำพุร้อนที่ไหลลงมา ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ชาวไอนุซึ่งเป็นชนเผ่าพื้นเมืองได้ใช้น้ำพุร้อนในบริเวณนี้เพื่อการบำบัดรักษาโรคและผ่อนคลายร่างกายมาอย่างยาวนาน ก่อนที่ชาวญี่ปุ่นจะเริ่มเข้ามาตั้งถิ่นฐาน
ยังไงลองไปเที่ยวกันนะคะ แล้วจะติดใจ🥰🫶🏻