05/01/2018
เทรนด์ออนไลน์. ควรอ่าน📚📚📚
เทรนด์การขายออนไลน์ปีนี้! อยากขายดีต้องอ่านนะจ้ะ 😘
1. การขายของออนไลน์จะมันส์ขึ้น มีคู่แข่งมากขึ้นเพราะคนเข้าใจแล้วว่าขายของออนไลน์มันรวยง่ายจริงๆ
2. สินค้า Copy cat มีเยอะขึ้น อะไรที่ขายดีคนจะทำตาม ต้องทำใจ เจ้าของธุรกิจต้องว่องไว มองตลาดให้ขาดและหาจุดขายสินค้าตัวเองให้ชัด ภาพลักษณ์ของแบรนด์สำคัญมาก เพื่อป้องกันการก๊อปปี้
3. จะมีธุรกิจใหม่ๆเอื้อการขายออนไลน์ให้ง่ายขึ้น เช่น Fullfillment Service รับสต๊อก แพ๊ค ส่งให้ ทำให้ชีวิตเราสบายขึ้น Fastwork แหล่งรวมฟรีแลนซ์ตัวช่วยการทำงานดีๆ และอื่นๆมากมาย Core business ของเราคือสร้างแบรนด์และขาย งานอย่างอื่น outsource ได้หมด เราจะทำงานสบายขึ้น
4. ตลาดออนไลน์มันใหญ่มาก ธุรกิจที่เน้นสร้างตัวแทนจะโตได้ไว เพราะมีรากฐานการขายที่กระจายได้ทั่วประเทศ ตัวแทนแข็งแรง แบรนด์แข็งแรง ขายอะไรก็ขายได้
5. ตลาดเปลี่ยนไว Product life cycle สั้นลง อันเนื่องด้วยข้อ2 (อะไรขายดีคนจะทำตามและcopyเร็วมาก) นอกจากสร้างแบรนด์ให้แข็งแรงแล้ว เราต้องไม่กอดสินค้าเราแน่นจนเกินไป ต้องว่องไวในการปรับเปลียนสินค้าให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของตลาดให้ดี อย่าฝืนตลาดหากสินค้าเราอยู่ในขาลง เพราะมันจะลงเร็ว
6. เฟสบุคจะมีโฆษณาและฟีเจอร์ใหม่ๆมาอีกมากมาย เพื่อเอื้อให้การขายออนไลน์ง่ายขึ้น คนที่ไม่เก่งเฟสบุคจะหลุดจากวงจรได้ง่าย เรื่องเก่ายังทำไม่เป็นเรื่องใหม่มาอีกแล้วจะงง การลงทุนเรียน FB เป็นสิ่งสำคัญมาก
7. จะมีโค้ชสอนเฟสบุคหน้าใหม่ๆเกิดขึ้นอีกเยอะ คนเรียนต้องเลือกให้ดี เพราะจะมีสอนกันหลายแนวมาก คนสอนเก่งๆมีเยอะ คนสอนมั่วก็มีเยอะ ที่น่ากลัวคือคนสอนไม่ได้ขายจริงแล้วจะเข้าใจการขายได้อย่างไร เพราะการขายบนเฟสบุคมันไม่ใช่แค่การกดปุ่ม
8. IG จะมาแรง เด็กยุคใหม่เลิกเล่น FB และย้ายไป IG ตอนนี้อเมริกาเล่น Snapchat กัน อีกไม่นานเมืองไทยคงเป็นแบบนั้น ผู้ประกอบการต้องว่องไว อย่ายึดติดกับ Platform เฟสบุคอย่างเดียว
9. โฆษณาเฟสบุคจะยากขึ้นมาก “ย้ำว่ามาก” สำหรับสินค้าที่เป็นของกินเกี่ยวกับสุขภาพ เฟสบุคตั้งหน่วยงานมาควบคุมเรื่องนี้โดยเฉพาะ ยิงโฆษณายาก และจะโดนปิดบัญชีโฆษณาได้ง่ายๆ อะไรที่ over claim และพวกอาหารเสริมสุขภาพต้องระวังตัวดีๆ
10. วีดีโอมาแรง เราต้องทำวีดีโอคอนเทนท์ดีๆให้เป็น ถ้าจะให้ดี In-house graphic ต้องทำวีดีโอได้ ทำรูปสวยๆเป็นอย่างเดียวไม่พอแล้ว
11. ตลาดออนไลน์โตเร็วแต่คนยังไม่เก่งตาม เอเจนซี่ขาดคนเก่งมาทำงาน ปัญหาที่ SME จะเจอคือ เอเจนซี่เก่งๆไปทำงานให้แบรนด์ใหญ่กันหมด ทำให้ SME หาเอเจนซี่เก่งๆมาทำงานให้ยากขึ้น พยายามพึ่งตัวเองให้มาก การทำโฆษณา FB, Google, Line มันไม่ได้ยากขนาดนั้นถ้าเราเข้าใจ
12. เจ้าของธุรกิจที่ไม่เข้าใจ FB, Google, Line ว่าทำอะไรได้บ้าง ไม่ได้แล้ว ธุรกิจสมัยนี้ย้ายขึ้นมาออนไลน์หมด นิตยสารปิดตัว อีกหน่อยคนจะดู TV น้อยลง เริ่มเรียนรู้ตอนนี้ยังไม่สาย อย่าปล่อยให้หลุดวงจรนี้ไปนานเกินไป อนาคตจะลำบาก
13. ค่าโพส IG ดาราจะแพงขึ้นไปอีก ต้นปีที่แล้วดาราตัวท๊อป เรียกว่าเป็น A/B+ เรตโพส IG อยู่ที่ +/-1 แสน ปลายปีเรตอยู่ที่เกือบ 2 แสนแล้วจ้า KOL หรือ Key opinion leader จะเป็น new media ที่ได้รับความนิมสูงขึ้น
14. ธุรกิจสร้างแพลตฟอร์มเป็นธุรกิจแห่งอนาคต เช่น สร้างแพลตฟอร์ม Uber ให้คนมาขับรถ แพลตฟอร์ม LineMan เชือมร้านอาหาร/การขนส่ง/กับผู้บริโภค แพลตฟอร์ม E-learning และมากมาย เจ้าของแพลตฟอร์มต้องสร้างระบบและเครือข่ายให้ดี ถ้าทั้ง2อย่างนี้ดีแพลตฟอร์มจะประสบความสำเร็จ แค่ระบบอย่างเดียวไม่พอ เครือข่ายต้องดีด้วย
15. สำหรับ SME ลูกค้าจะยังชินกับระบบ chat สั่งซื้อสินค้าอยู่ (line, inbox) การบังคับให้คนกดสั่งซื้อจากเว็ปจะยังคงยากเหมือนปีที่ผ่านมา ยกเว้นเป็นเจ้าใหญ่จริงๆเช่น Lazada ที่ไม่มีระบบ chat รองรับ
16. การเก็บเงินปลายทางจะได้รับความนิยมขึ้น และเป็นตัวช่วยในการสร้างยอดขายได้ดี
17. Logistic จะดีขึ้น Kerry, Lalamove, DHL, Alpha และมากมาย จะแข่งขันกันสูงขึ้น ประโยชน์ตกอยู่ที่พวกเราและลูกค้าเพราะจะมีทางเลือกที่ดีมากขึ้น
18. คนจะ search ทุกอย่างก่อนซื้อ เช่น จะซื้อ TV จะไป search ดูว่าลค.คนอื่นพูดถึง TV รุ่นนี้ว่าอย่างไร รีวิวใน pantip, web forum, และ blog ต่างๆสำคัญมาก เพราะมันจะขึ้นมาต้นๆใน google search แบรนด์ควรระวัง bad review ในช่องทางเหล่านี้ เพราะ bad comment อาจทำให้ลูกค้าเปลี่ยนใจไปซื้อของคู่แข่งเลยได้
19. การขายผ่าน sale page จะมีมากขึ้น sale page ก็คือ mini website เช่น ส่งคนไปเว็ป ส่งคนไปอ่านข้อมูลในแคนวาส แล้วแนบลิ้งค์ inbox กับไลน์ไป เพื่อให้คนไปสั่งซื้อทาง chat เพราะหน้าเพจใส่ข้อมูลได้จำกัด หากมีสินค้าหลายๆตัวและต้องการให้คนมีสมาธิกับสิ่งที่เราต้องการนำเสนอ ยิงไป sale page จะได้ประสิทธิภาพกว่า
20. เว็ปที่เน้นขายของไม่ควรมีหลายหน้า คนไทยชอบเลื่อนลงไปอ่านยาวๆมากกว่าที่จะกดเปลี่ยนหน้า sale page ที่ขายดีใส่ทุกอย่างลงไปในหน้าเดียวได้เลย ให้คนอ่านแล้วเลื่อนลงเอา (คนดูจากมือถือลื่นปรื้ดอยู่แล้ว) แทรกลิ้งค์ไลน์หรือinboxให้กดสั่งซื้อดักไว้ทั่วๆ คอนเทนท์ดีสินค้าดี ขายได้แน่นอน
21. FB ad จะไม่ได้มีแค่บูสโพสเหมือนสมัยก่อน แม่ค้าจะเริ่มเข้าใจเรื่องการยิงดักและยิงตบ ยิง core audience ผสมกับ custom audience ยิงสร้าง awareness แล้วตบด้วยบูสโพส หรือต่างๆนาๆ เราจะเก่งขึ้นและวางแผนโฆษณาได้มีประสิทธิภาพขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก
22. การซื้อไลค์เพจไม่จำเป็นอีกต่อไป เพจที่มีคนไลค์เยอะไม่ได้แปลว่าจะขายดีเพราะ organic reach ต่ำ และเฟสบุคมีแถมปุ่ม Like page ให้แล้วเวลาซื้อโฆษณาประเภทอื่น จำนวนไลค์เป็นแค่ไม้ประดับที่สร้างความน่าเชื่อถืออย่างเดียว ไม่เกี่ยวกับเงินที่เข้ากระเป๋า
23. คนจะหันมาให้ความสำคัญกับคอนเทนท์มากขึ้น โฆษณาทำให้คนเห็น คอนเทนท์ทำให้คนอยากซื้อ จะเริ่มเห็นคอนเทนท์คุณภาพมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว รูปจะสวยขึ้น การเขียนจะ creative ขึ้น VDO จะโดนขึ้น สู้ตายเรื่องการสร้างคอนเทนท์กันมากขึ้น
24. ปี 2018นี้ ระวังดีๆ คนที่ broadcast ถี่ๆจะโดนบล๊อกได้ง่ายกว่าปีที่แล้ว เพราะคน follow line@ ไว้หลายร้านมาก และเริ่มถึงจุดเบื่อการได้รับคอนเทนท์จากร้านค้าที่มากเกินไป อะไรที่ขึ้นมารกๆและไม่มีประโยชน์จะโดนบล๊อกทิ้ง broadcast เฉพาะที่สำคัญๆพอ และให้มีโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะลูกค้าใน line@ บ้าง เค้าจะได้คิดหนักไม่บล๊อกเราทิ้งเพราะเสียดายสิทธิพิเศษ
ปี 2018 นี้ ถ้าใครมีสินค้าทีโดน คอนเทนท์ที่ดี และยิงโฆษณาเก่ง เตรียมรับทรัพย์เพราะตลาดออนไลน์โตขึ้นมาก คนมีแต่พร้อมจะซื้อของทางออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ ขอให้ทุกคนขายดีนะคะ