แฝก พืชมหัศจรรย์

แฝก พืชมหัศจรรย์ แฝก พืชมหัศจรรย์ กำแพงที

แฝก พืชมหัศจรรย์ เป็นกำแพงที่มีชีวิต เบรคดินดาน เติมน้ำใต้ดิน เติมอินทรีย์วัตถุให้กับดิน และเป็นที่อยู่อาศัยของจุลินทรีย์ทีี่มีประโยชน์ต่อพืช และขยายพันธ์แบบแตกก่อ ไม่เหมือนหญ้าคา

วันจักรี
06/04/2026

วันจักรี

วันจักรี 6 เมษายน

10/03/2026
18/01/2026

เรื่องของ”ปุ๋ย”ก่อนปลูกพืชต้องรู้ ตอน2″ ปุ๋ยเคมี”

“ปุ๋ยเคมี”คือ ปุ๋ยที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยกรรมวิธีทางอุตสาหกรรม เป็นสารประกอบอนินทรีย์ที่ให้ธาตุอาหารแก่พืช เป็นสารประกอบที่ผ่านกระบวนการผลิตทางเคมี เมื่อใส่ลงไปในดินที่มีความชื้นเหมาะสม ปุ๋ยเคมีจะละลายให้พืชดูดไปใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว โดยแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้
++ปุ๋ยเดี่ยว หรือ แม่ปุ๋ย เป็นปุ๋ยที่มีธาตุอาหารคือไนโตรเจน (N), ฟอสฟอรัส (P), โพแทสเซียม (K) เป็นองค์ประกอบอยู่หนึ่งหรือสองธาตุแล้วแต่ชนิด ของสารประกอบที่เป็นแม่ปุ๋ยนั้น ๆ มีปริมาณของธาตุอาหารที่คงที่ และมีความเข้มข้นสูง มักนำมาใช้ ผสมเป็นปุ๋ยสูตรต่าง ๆ โดยแม่ปุ๋ยสามารถดูจากตัวเลขบนถุงที่จะมีเพียง 1 ชนิด เช่น ปุ๋ยไนโตรเจน (46-0-0), ปุ๋ยฟอสฟอรัส (18-46-0), ปุ๋ยโพแทสเซียม (0-0-60) เป็นต้น
++ปุ๋ยผสม เป็นปุ๋ยที่มีการนำแม่ปุ๋ย หลายชนิดมาผสมรวมกัน เพื่อให้ปุ๋ยที่ผสมได้มีปริมาณ และสัดส่วนของธาตุอาหาร N P และ K ตามที่ต้องการ เพื่อให้ได้ปุ๋ยที่เหมาะจะใช้กับพืชและดินที่แตกต่างกัน เช่น ปุ๋ยสูตร 15-15-15, ปุ๋ยสูตร 16-8-8 เป็นต้น
ข้อดีของปุ๋ยเคมี
++ปล่อยธาตุอาหารให้แก่พืชได้เร็ว พืชใช้ประโยชน์ได้ทันที
++มีหลากหลายสูตร ตอบโจทย์พืชแต่ละชนิดได้ตรงจุด
++มีปริมาณธาตุอาหารพืชสูงมาก (ใช้ปริมาณน้อยก็เพียงพอ)
++ราคาถูกเมื่อเทียบต่อหน่วยธาตุอาหารพืช หาซื้อได้ง่าย และใช้สะดวก
ควรใช้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์เพื่อปรับปรุงโครงสร้างดิน
ข้อเสียของปุ๋ยเคมี
++ปุ๋ยแอมโมเนียม (46-0-0) ทำให้ดินเป็นกรด เมื่อใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน
++ทำลายโครงสร้างดิน ดินเสื่อมโทรมได้ง่าย
มีความเค็มที่มาก ทำให้ต้องตรวจสอบปริมาณที่ใช้กับพืชทุกครั้งที่มีการใส่ปุ๋ย
++การใช้ผิดวิธีอาจทำให้ดินเสียและเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม
ปุ๋ยเคมีข้อควรระวัง
++การใช้ในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้ต้นไม้ “น็อก” หรือเกิดอาการใบไหม้ได้
++หากใส่ใกล้ลำต้นเกินไปอาจทำให้ลำต้นเน่าได้ ควรใส่ให้ห่างจากโคนต้นตามคำแนะนำ
สูตรปุ๋ยและการใช้งาน
ตัวเลขสามหลักบนกระสอบปุ๋ยหมายถึงสัดส่วนร้อยละของธาตุอาหารหลัก ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) และโพแทสเซียม (K) ตามลำดับ
N (ไนโตรเจน) ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของลำต้นและใบ ทำให้พืชแตกใบอ่อนเร็วและมีใบเขียว (เช่น ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0)
P (ฟอสฟอรัส) ช่วยเรื่องรากและการออกดอก (เช่น ปุ๋ยสูตร 8-24-24)
K (โพแทสเซียม) ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของพืช ทนทานต่อโรคและสภาพอากาศและช่วยสร้างเนื้อ สร้างน้ำตาล เพิ่มน้ำหนักผลผลิต (เช่น ปุ๋ยสูตร 13-13-21)
.
ตัวอย่างสูตรปุ๋ยและการใช้งาน
ปุ๋ยสูตร 15-15-15 เป็นปุ๋ยสูตรเสมอ บำรุงทุกส่วนทั้ง ต้น ใบ และดอก เหมาะสำหรับไม้ผลทุกชนิดหลังเก็บเกี่ยว หรือพืชผักกินผล

#ก่อนปลูกพืชต้องรู้ #ปุ๋ย #ปุ๋ยผสม #ปุ๋ยเคมี #ปุ๋ยเดี่ยว #เคมี #เรื่องของปุ๋ย #แม่ปุ๋ย

18/01/2026

พืชไร่กับพืชสวนต่างกันอย่างไร?
พืชไร่ หมายถึง กลุ่มพืชที่มีลักษณะต้องการน้ำน้อย ทนความแห้งแล้งสูง ไม่ต้องการ ความพิถีพิถันในการปลูก และการดูแลรักษา มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้นที่เก็บเกี่ยวผลผลิต เพียงครั้งเดียว เป็นทั้งพืชล้มลุกปีเดียวหรือนานหลายปี มักปลูกในพื้นที่มากเป็นแปลงขนาดใหญ่ ทั้งนี้ มีกลุ่มพืชไร่บางสายพันธุ์ที่ปลูกในพื้นที่ลุ่ม และต้องการน้ำมาก เช่น ข้าว ตัวอย่างพืชไร่ที่นิยมปลูก ได้แก่ ข้าว อ้อย ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง สับปะรด ถั่วลิสง เป็นต้น

พืชสวน หมายถึง พืชที่ต้องดูแลอย่างพิถีพิถัน ต้องดูแลเอาใจใสอย่างใกล้ชิด มีขอบเขต ในการปลูกที่แน่นอน ทั้งยังมีขั้นตอนและความประณีตในการปลูกมาก นับตั้งแต่การเพาะเมล็ด การเตรียมดิน การจัดระยะปลูก การให้ปุ๋ย ให้น้ำ พรวนดิน การป้องกันกำจัดศัตรูพืช และการเก็บเกี่ยว แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ (1) ไม้ผล (2) ไม้ดอก (3) ไม้ประดับ (4) ผัก และ (5) สมุนไพร

สรุปกันแบบสั้นๆ พืชไร่ปลูกพื้นที่กว้าง ดูแลง่าย เน้นปริมาณผลผลิตต่อรอบ (ข้าวโพด, มันสำปะหลัง) ส่วนพืชสวนปลูกพื้นที่จำกัด ดูแลประณีต ให้ผลผลิตต่อเนื่องหลายปี (ผลไม้, ผัก, ไม้ดอก) พืชไร่ส่วนใหญ่เก็บเกี่ยวแล้วตายไป (พืชล้มลุก) แต่พืชสวนดูแลต้นเดิมให้ผลผลิตซ้ำได้

18/01/2026

ที่อยู่

2003/61 กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน จตุจักร
กรุงเทพ
10900

เบอร์โทรศัพท์

1760

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ แฝก พืชมหัศจรรย์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง แฝก พืชมหัศจรรย์:

แชร์